เสียงทุบประตูปังๆ ราวกับคนสติแตกดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินหรูหราของโรงแรมระดับเจ็ดดาวแห่งนี้ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับเสียงหัวใจของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องพัก VVIP ชั้นบนสุด
“พิมพ์! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้ พิมพ์มาดา!”
น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจ เย็นชา และกร้าวแกร่งในยามที่สั่งการในห้องประชุมบริษัท ตอนนี้กลับสั่นเครือ แหบพร่า และเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ ภาณุกำมือทุบบานประตูไม้เนื้อหนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อนิ้วของเขาเริ่มขึ้นรอยแดงและมีคราบเลือดซึมออกมาเล็กน้อยจากการกระแทกอย่างแรง แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้น... ไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของความเจ็บปวดร้าวรานในอกที่กำลังแผดเผาเขาจนแทบมอดไหม้
ในหัวของเขาตอนนี้ฉายภาพคำพูดเย้ยหยัน สายตาที่ว่างเปล่า และท่าทีราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศของพิมพ์มาดา วินาทีที่เขารู้ความจริงว่าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย แท้จริงแล้วคือผู้หญิงคนเดียวกับนักลงทุนสาวทรงอิทธิพลที่เขากำลังตามจีบและต้องการร่วมธุรกิจด้วย โลกทั้งใบก็คล้ายจะถล่มลงมาตรงหน้า
เขามันโง่เง่า... โง่เง่าสิ้นดีที่มองไม่เห็นเพชรแท้ในมือ ปล่อยให้ผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจต้องเจ็บช้ำจนกลายเป็นคนไร้หัวใจในวันนี้
*แอ๊ด...*
เสียงกลอนประตูกระทบวงกบดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับบานประตูที่ถูกแง้มเปิดออกอย่างช้าๆ ราวกับจงใจกรีดแทะสติสัมปชัญญะของคนที่ยืนรออยู่
ภาณุชะงักมือที่กำลังจะทุบลงไปอีกครั้ง ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ดวงตาคมกلامแดงก่ำเบิกกว้างด้วยความหวังระคนหวาดกลัว เขารีบก้าวเข้าไปใกล้หวังจะคว้าตัวผู้หญิงตรงหน้าเข้ามากอดแนบอกเพื่อชดเชยทุกหยาดน้ำตาในอดีต
ทว่า... สิ่งที่ต้อนรับเขากลับไม่ใช่ความอบอุ่นหรืออ้อมกอดที่โหยหา
ร่างโปร่งระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทไร้ที่ติยืนสงบนิ่งอยู่หลังบานประตู พิมพ์มาดายกมือขึ้นกอดอก ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี แววตากลมโตคู่นั้นเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปราศจากประกายความรัก ความโหยหา หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว... มันคือสายตาที่มอง ‘คนแปลกหน้า’ ที่ไร้ค่าและน่ารำคาญใจที่สุดในโลก
“คุณต้องการอะไร... คุณภาณุ”
น้ำเสียงหวานที่เคยเอ่ยคำว่ารักและออดอ้อนเขาในยามค่ำคืน บัดนี้ราบเรียบ ห่างเหิน และเจือความรังเกียจไว้อย่างไม่คิดจะปิดบัง
“พิมพ์... ผม... ผมขอโทษ” ภาณุละล่ำละลักเอ่ยออกมา เสียงของเขาแทบจะขาดหายไปในลำคอ ดวงตาคู่นคมที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้คลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ “เรื่องทั้งหมด... ผมรู้ความจริงแล้ว เรื่องใบหย่า เรื่องที่คุณโกหก... ไม่สิ เรื่องที่ผมเข้าใจผิดไปเอง ผมขอโทษ ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้โปรดให้ผมได้ชดใช้สิ่งที่ทำกับคุณเถอะนะพิมพ์”
เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะปลายนิ้วเรียวของเธอ แต่พิมพ์มาดากลับถอยหลังหนีหนึ่งก้าว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเธอมลทินด้วยสัมผัสจากเขา
“แก้ตัว? ชดใช้?”
มุมปากเรียวสวยยกยิ้มหยัน เป็นรอยยิ้มที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง มันบาดลึกเข้าไปในหัวใจของประธานหนุ่มจนเลือดซิบ พิมพ์มาดากวาดสายตามองสภาพผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมลดศักดิ์ศรีทุกอย่างเพื่อกราบกรานขอความรัก แต่ตอนนี้เขากลับยืนเนื้อตัวสั่นเทา น้ำตานองหน้าไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
“คุณเอาอะไรมาคิดคะว่าคนอย่าง ‘พิมพ์มาดา’ จะรอคอยคำขอโทษจากผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้นดิน? คิดว่าคำว่า ‘ขอโทษ’ คำเดียว มันจะล้างภาพความอัปยศที่คุณเคยมอบให้ฉันได้หรือไงคะ?”
“พิมพ์... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันสารเลวแค่ไหน แต่ตอนนั้นผม... ผมตาบอด พิมพ์เชื่อผมเถอะนะ ตอนนี้ผมรักคุณ... ผมรักคุณคนเดียว ได้โปรดกลับมาหาผมเถอะ กลับไปเป็นครอบครัวของเราเถอะนะ”
ภาณุคุกเข่าลงกับพื้นพรมหน้าห้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี เขายอมทิ้งทุกอย่าง ยอมก้มหัวให้ผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้ง ขอเพียงแค่เธอยอมใจอ่อน
ภาพของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิง ไร้ซึ่งความน่าเกรงขามใดๆ หลงเหลืออยู่เลย แต่มันกลับไม่สามารถเรียกความสงสารจากพิมพ์มาดาได้แม้แต่น้อย
เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย มองผู้ชายที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่แทบเท้าด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้เยื่อใย และเด็ดเดี่ยวเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึง
“ลุกขึ้นเถอะค่ะ คุณภาณุ...” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “การมาคุกเข่าร้องไห้ตรงนี้ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดที่ฉันกับลูกเคยได้รับมันหายไปหรอกนะคะ และที่สำคัญที่สุด... ที่ตรงนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับคนทรยศอย่างคุณอีกแล้ว”
“ลูก... ลูกของเราอยู่ที่ไหนพิมพ์? พาผมไปหาพวกแกหน่อยนะ ผมเป็นพ่อ... ผมมีสิทธิ์ที่จะเจอหน้าลูก!” ภาณุเงยหน้าขึ้นตะโกนลั่นด้วยความสิ้นหวัง เมื่อนึกถึงเด็กแฝดชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูสองคนที่เขาเพิ่งล่วงรู้ความจริงว่าคือสายเลือดของตนเอง
พิมพ์มาดาหรี่ตามองเขา รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอยิ่งกว่าเดิม มือเรียวเอื้อมไปจับขอบประตูเตรียมจะปิดใส่หน้าเขา
“ลูก? คุณเพิ่งนึกขึ้นได้เหรอคะว่าตัวเองเป็นพ่อ? วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านทั้งที่กำลังตั้งท้อง... คุณไม่เคยมีสิทธิ์นั้นตั้งแต่แรกแล้วค่ะ”
“พิมพ์! อย่านะ! อย่าปิดประตู!”
ภาณุพุ่งตัวจะเอาแขนขวาง แต่ช้าไป...
*ปัง!*
บานประตูไม้ปิดสนิทลงตรงหน้า พร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านในดังขึ้นอย่างเลือดเย็น ตัดขาดโลกทั้งใบของเขาออกจากผู้หญิงที่เป็นลมหายใจเดียวในเวลานี้
ภาณุทุบประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายพับทรุดลงพิงกับบานประตูอย่างหมดแรง น้ำตาแห่งความเสียใจและสำนึกผิดไหลทะลักออกมาอย่างไร้การควบคุม เขากำหมัดแน่นทุบพื้นพรมจนเจ็บระบมไปหมด ความมืดมนและความเจ็บปวดกำลังกัดกินขั้วหัวใจจนเขาแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวังนั้นเอง...
*ติ๊ง...*
เสียงลิฟต์โดยสารปลายทางเดินเปิดออก พร้อมกับเสียงหัวใจดวงเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักสดใสของเด็กชายสองคนที่ดังเจื้อยแจ้วเข้ามาใกล้
“คุณแม่ขา! น้องโปรดหิวไอติมช็อกโกแลตแล้วครับ น้องไปร์ทก็อยากกินด้วย น้าเลขาซื้อให้พวกเราแล้วนะ!”
เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่คุ้นหูทำให้ภาณุสะดุ้งสุดตัว เขารีบหันขวับไปมองตามต้นเสียงด้วยหัวใจที่เต้นรำระส่ำระสาย
ตรงหน้าทางเดิน ห่างจากตัวเขาไปไม่ถึงสิบก้าว ร่างป้อมๆ ของเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ขวบหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ถอดแบบพิมพ์มาDาและตัวเขามาอย่างละพิมพ์เขียว กำลังยืนถือถ้วยไอศกรีมคนละมือ โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนยิ้มเอ็นดูอยู่ข้างๆ
และวินาทีที่เด็กชายฝาแฝดหันมาสบตากับผู้ชายแปลกหน้าที่นั่งน้ำตานองหน้าอยู่หน้าห้องของมารดา...
ดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“เอ๊ะ... คุณอาคนนี้ หน้าตาคุ้นๆ จังเลยนะครับพี่ไปร์ท เหมือนใครน้า... เหมือนรูปในกระจกของน้องโปรดเลยใช่ไหมครับ?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 22
ประตูห้องที่ปิดตาย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!