หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 23

ประกาศิตจากแม่

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีไม่อาจเจือจางบรรยากาศอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องรับแขกส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูได้เลย เสียงช้อนเงินกระทบกับขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบมุกดัง *กริ๊ง* เบาๆ ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาทของชายหนุ่มผู้มีนามว่าภาณุ ประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้เขากลับนั่งหลังตรงทื่อราวกับนักโทษรอฟังคำพิพากษา เบื้องหน้าของเขาคืออดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเคยยอมจำนนต่อทุกสิ่ง แต่ในวันนี้... แววตานั้นกลับเรียบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งเงาของความรัก ความโกรธ หรือแม้แต่ความเกลียดชัง เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่น่าหวาดหวั่นที่สุด "คุณไม่มีสิทธิ์มาที่นี่ ภาณุ" น้ำเสียงหวานที่เคยเอื้อnเอ่ยคำว่ารักอย่างไร้เดียงสา บัดนี้ราบเรียบและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก พิมพ์มาดาวางถ้วยกาแฟลงบนจานรองอย่างช้าๆ ท่วงท่าอิริยาบถเต็มไปด้วยความสง่างามของนักธุรกิจหญิงแถวหน้า สายตาคมกริบมองตรงไปยังชายผู้เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามีด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ภาณุกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น มือหนาที่วางอยู่บนตักประสานกันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน หัวใจของเขาบีบตัวจนเจ็บแปลบทุกครั้งที่ได้ยินน้ำห่างเหินจากริมฝีปากอวบอิ่มนั้น ภาพจำในอดีตที่เขาเคยหมางเมิน ปัดเศษเสี้ยวความใส่ใจที่เธียรพยายามมอบให้ราวกับเป็นสิ่งไร้ค่า ย้อนกลับมาทุบตีหัวใจเขาอย่างสาสมในวันที่สายไปเสียแล้ว "ผมเป็นพ่อ..." ภาณุเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "เด็กสองคนนั้นเป็นลูกของผม ผมมีสิทธิ์ในตัวลูก" "พ่อเหรอคะ?" พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "คำนี้มันช่างน่าขันเสียจริงนะคะ คุณภาณุ วันที่คุณเซ็นชื่อลงในใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องฉันเป็นภาระที่คุณไม่เคยต้องการ... คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าคุณสละสิทธิ์ความเป็นพ่อไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้ว" คำพูดของเธอบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ภาณุรู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนชาดิก เขาผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปหาเธอหมายจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กเพื่ออ้อนวอน ทว่าสายตาดุจคมมีดที่เธอมองมากลับทำให้เขาต้องชะงักฝ่าเท้าไว้เพียงแค่นั้น "ถอยไปค่ะ" เธอกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว "อย่าทำให้ฉันต้องเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากคุณออกไปจากห้องของฉัน" "พิมพ์... ผมขอร้อง" ภาณุละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีในฐานะประธานบริษัทใหญ่ น้ำเสียงของเขาพร่าสั่นและเต็มไปด้วยความเวทนา "ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ชดเชยเวลาสี่ปีที่ผมพลาดไป ผมยอมรับทุกความผิดพลาดแล้ว พิมพ์จะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่ได้โปรด... อย่ากีดกันผมออกจากลูกเลยนะ" ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ประตูห้องนอนใหญ่ด้านในก็ถูกเปิดออกด้วยมือเล็กๆ ของเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ขวบ น้องไปร์ทและน้องโปรดก้าวเดินออกมาด้วยชุดนอนลายการ์ตูนเข้าชุดกัน ดวงตากลมโตทั้งสองคู่กะพริบปริบๆ มองผู้ชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณแม่ "คุณแม่ครับ คนใจร้ายคนนี้เป็นใครเหรอครับ?" น้องไปร์ทเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่คำถามนั้นกลับทำเอาภาณุหัวใจกระตุกวูบ ดวงตาของภาณุไหวระริกยามกวาดมองเด็กชายฝาแฝดที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวอย่างไม่ผิดเพี้ยน ทั้งสันจมูกโด่ง รอยหยักที่ริมฝีปาก แม้กระทั่งท่าทางการยืนเอามือไขว้หลังเล็กๆ นั่น... เลือดในกายของเขาฉีดพล่าน ความรู้สึกผิด ความรัก และความโหยหาพวยพุ่งขึ้นมาจนจุกอก น้ำตาของลูกผู้ชายรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างไม่อาจควบคุม "ไม่ใช่ธุระอะไรของลูกหค่ะ ไปร์ท โปรด กลับเข้าไปในห้องก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวคุณแม่ตามไปนิทานให้ฟัง" พิมพ์มาดาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยนทันทีเมื่อหันไปพูดกับลูกชายทั้งสอง พร้อมกับส่งสายตาดุเป็นเชิงห้ามไม่ให้เด็กๆ เข้ามาใกล้ "แต่ว่า... คุณลุงคนนี้น่ากลัวจังเลยครับคุณแม่ เหมือนหมาป่าใจร้ายในนิทานที่หนูเพิ่งอ่านเลย" น้องโปรดพูดพล้ำพร้อมกับเดินไปเกาะชายกระโปรงของคุณแม่เอาไว้ราวกับต้องการปกป้อง ภาณุรู้สึกเหมือนมีค้อนทุบลงกลางอก คำว่า 'หมาป่าใจร้าย' จากปากลูกแท้ๆ เจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกปฏิเสธจากพิมพ์มาดาเสียอีก เขาก้มลงคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้ระดับสายตาเสมอกันกับเด็กแฝด พยายามส่งยิ้มที่คิดว่าอ่อนโยนที่สุดในชีวิตออกไป "หนูไปร์ท... หนูโปรดครับ พ่อ..." "หยุดเถอะค่ะ ภาณุ" พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของลูกชายทั้งสองไว้ด้านหลังทันที สายตาที่เธอมองเขามีแต่ความแข็งกร้าวและไร้ซึ่งความปรานี "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำนั้นออกมา จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยว่า ต่อให้คุณจะพลิกแผ่นดินตามง้อฉัน หรือเอาทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมากองแทบเท้าฉัน ลูกก็ไม่มีวันยอมรับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณเด็ดขาด!" สิ้นเสียงประกาศิตอันเด็ดขาดของพิมพ์มาดา ภาณุก็หน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าตนเองเป็นคนทำลายครอบครัวนี้ด้วยมือของตัวเอง ความเย็นชาในอดีตกำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมในวันนี้ ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากอ้อนวอนอีกครั้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของเลขาฯ ส่วนตัวของเขาก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องเพนต์เฮาส์โดยไม่เคาะประตู พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่สั่นเทา "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... คุณลลิตา เธอ... เธอแอบอ้างชื่อบริษัทไปเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่ที่มีปัญหากฎหมาย แถมตอนนี้สำนักข่าวทุกสำนักกำลังตีข่าวว่าคุณเป็นคนบงการเบื้องหลังทั้งหมดครับ!" ภาณุเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับไปมองเลขาฯ สลับกับพิมพ์มาดาที่บัดนี้รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... รอยยิ้มที่บอกให้รู้ว่า เกมแก้แค้นนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%