เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง ยิ่งขับเน้นความเงียบงันในใจของภาณุให้เด่นชัดขึ้น ประธานหนุ่มผู้เคยถือดีว่าตนเองคือศูนย์กลางของจักรวาล กำลังยืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามวิสัย แต่ทว่าดวงตาคมกริบกลับไม่ได้โฟกัสอยู่ที่เวทีเปิดตัวโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
เขากำลังมองหา... แผ่นหลังนั้น
แผ่นหลังที่เขาเคยโอบกอดโดยไม่เคยเห็นค่า แผ่นหลังที่สั่นเทาด้วยความเสียใจในคืนวันที่เขาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย
"คุณภานุกำลังมองหาอะไรอยู่หรือคะ? สีหน้าดูไม่ค่อยจดจ้องกับงานเลย" น้ำเสียงหวานเลี่ยนที่พยายามดัดให้ฟังดูน่าฟังดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับมือเรียวของลลิตาที่เอื้อมมาแตะแขนเสื้อสูทของเขาอย่างถือวิสาสะ
ภาณุเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณความรังเกียจที่ไม่อาจปิดมิด สายตาคมกริบเหลือบมองอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ จะเดินไปหาเครื่องดื่มมาดื่มเงียบๆ ก็น่าจะดีกว่ามายืนล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของผมนะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมติดนิสัยพูดจาตรงไปตรงมากับคนที่ไม่ได้สำคัญ"
ลลิตาหน้าถอดสี เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ต้องจำใจชักมือกลับและถอยออกไปก้าวหนึ่งอย่างเสียหน้า
ภาณุไม่สนใจไยดี เขากระดกแชมเปญในแก้วรวดเดียวจนหมด กลิ่นอายความหรูหรา เสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนรอบกาย และแสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลช่างน่ารำคาญสิ้นดี ในสมองของเขามีเพียงภาพติดตาจากเสี้ยววินาทีเมื่อครู่—ภาพของหญิงสาวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองเข้ารูป ที่เดินผ่านมุมเสาฝั่งปีกขวาของห้องโถง
เส้นผมยาวสลวยที่ถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต ท่าทางการเดินที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและสง่างามราวกับพญาหงส์ และที่สำคัญที่สุด... รัศมีของความเย่อหยิ่งเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้น มันช่างทับซ้อนกับภาพของพิมพ์มาดาในอดีตอย่างน่าประหลาด
แต่พิมพ์มาดาคนเดิมที่เขารู้จัก เป็นแค่ผู้หญิงจืดชืดที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมไม่ใช่หรือ? ผู้หญิงคนนั้นจะกล้าก้าวเข้ามาในงานระดับไฮ엔ด์ที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ยังต้องแย่งชิงบัตรเชิญได้อย่างไร?
ฝ่าหนาใหญ่กำแก้วในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขารู้สึกเหมือนคนบ้าที่กำลังวิ่งไล่เงาตัวเอง แต่กระนั้น สัญชาตญาณบางอย่างก็กรีดร้องว่าผู้หญิงคนนั้น... อาจจะเป็นเธอจริงๆ
ภาณุสาวเท้าก้าวเดินฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเสียงทักทายของนักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่พยายามเข้ามาตีสนิท เป้าหมายของเขาคือทางเดินเชื่อมไปยังโซนจัดแสดงนิทรรศการและสวนหย่อมลอยฟ้าด้านนอก ซึ่งเป็นจุดอับสายตาและเงียบสงบกว่าห้องโถงใหญ่
ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าคมคายทันทีที่เขาผลักประตูบานกระจกออกไป
ที่นั่น... บริเวณระเบียงหินอ่อนสีขาวที่ทอดยาวขนาบด้วยสวนแนวตั้ง มีร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้เขา เธอกำลังยกโทรศัพท์มือถือแนบหู น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดลอยมาตามสายลม
"ค่ะ... จัดการเอกสารชุดนั้นให้เรียบร้อย ถ้าทางนั้นยังตุกติกเรื่องส่วนแบ่งกำไร ก็ยื่นฟ้องศาลได้เลยค่ะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของด้วยหรอกนะ... แค่นี้ก่อนนะคะ ไปร์ทกับโปรดคงรอสายฉันอยู่ที่ห้องพักแล้ว"
เสียงนั้น... เสียงที่หวานกังวานแต่เต็มไปด้วยอำนาจและความเด็ดเดี่ยว แม้จะไม่ได้ยินมานานนับปี แต่ภาณุไม่มีวันลืม!
หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายสูบฉีดจนหูอื้ออึง ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความปรารถนาที่จะชดใช้พวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก ขาทั้งสองข้างก้าวเข้าไปหาแผ่นหลังนั้นโดยอัตโนมัติ รวดเร็วและร้อนรนราวกับคนใกล้ตายที่เห็นน้ำทิพย์
"พิมพ์!"
เขาเปล่งชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างไม่อาจควบคุม มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าไหล่บางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันตรงๆ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนเนื้อผ้าซาตินราคาแพง เสียงฝีปากหนักๆ และเสียงทักทายจากด้านหลังก็ขัดจังหวะลงอย่างพอดิบพอดี
"อ้าว คุณภาณุครับ! อยู่นี่เอง ผมตามหาคุณซะทั่วเลย เรื่องสัญญาโปรเจกต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางกรรมการบริหารมีเรื่องอยากรบกวนปรึกษาคุณด่วนเลยครับ"
ภาณุชะงักกึก นิ้วมือที่ยื่นออกไปค้างเติ่งกลางอากาศ เขาหันไปถลึงตาใส่ผู้จัดการฝ่ายวางแผนที่เดินเข้ามาขัดจังหวะด้วยใบหน้าซีดเผือด "ผมไม่ว่าง! รอไม่ได้หรือไง!"
"เอ่อ... คือท่านประธานใหญ่ก็อยู่ด้วยครับ ท่านบอกว่า..."
ภาณุกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดขีดสุด เขารีบหันกลับมามองที่ระเบียงหินอ่อนหวังจะคว้าตัวอดีตภรรยาไว้ให้ทัน แต่ทว่า...
ว่างเปล่า!
ตรงจุดที่ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว มีเพียงสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านกลีบดอกไม้ร่วงหล่นลงบนพื้น ราวกับภาพลวงตาที่จางหายไปในพริบตา
ภาณุก้าวพรวดเข้าไปที่ริมระเบียง กวาดสายตามองไปเบื้องล่าง ลานจอดรถ VIP มีรถยนต์หรูทยอยเคลื่อนตัวออกไปทีละคัน แสงไฟท้ายรถสีแดงสว่างวาบสะท้อนกับหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางเบา
เธอคลาดกับเขาไปแล้ว... อีกครั้ง
ประธานหนุ่มหลับตาลงช้าๆ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ ความรู้สึกเจ็บปวดและหงุดหงิดตีรันรวนอยู่ในอกจนแทบคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ประกายตาคมกริบก็ฉายแววแน่วแน่ออกมาอย่างน่ากลัว
*ในเมื่อเธอกล่าวถึงลูก... และกล้ากลับมาเหยียบที่นี่ แปลว่าเธอไม่ได้เป็นแค่อดีตภรรยาที่หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกต่อไปแล้วสินะ*
ภาณุกระตุกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุดันและกระหายชัยชนะ
*ต่อให้เธอต้องหนีไปสุดขอบโลก พิมพ์มาดา... คุณก็ไม่มีวันหนีเงาของผมพ้นหรอก*
----------------------------------------
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตาม "ชานมไข่มุกหวานร้อย" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ)*
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 7
การพบกันโดยบังเอิญที่ห้างหรู
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!