หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 17

คุณอาใจดุกับเด็กดื้อ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ถ้าคุณอาไม่ยอมคืนรถของเล่นให้ผมกับพี่โปรด ผมฟ้องคุณแม่จริงๆ ด้วยนะ!” เสียงเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจแต่กลับเจือแววขบขันดังขึ้นกลางห้องรับรองพิเศษของโรงแรมหรู ภาณุกะพริบตาปริบๆ มองเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบสองคนที่ยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าเขาด้วยสายตาที่ถอดแบบมาจาก... ใครบางคนได้อย่างน่าขนลุก พิมพ์มาดา... อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและสยบอยู่ใต้เงาของเขาเสมอ นิ้วเรียวหนาของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังคีบรถสเกลคันจิ๋วสีแดงเพลิงเอาไว้เหนือศีรษะ ปลายนิ้วของเขาแตะกับหลังคาเบาๆ ขณะก้มมองเด็กแฝดที่ยืนคอตั้งบ่าสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ปกติแล้วภาณุเกลียดความวุ่นวาย เกลียดเสียงเด็กเจีจ้า และไม่เคยคิดจะชายตาสนใจสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจิ๋วเหล่านี้ด้วยซ้ำ แต่แปลก... หัวใจข้างซ้ายที่ด้านชามาตลอดหลายปีกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ทุกครั้งที่เด็กสองคนนี้ขมวดคิ้ว หรือเวลาที่คนพี่ทำท่าทางกอดอกพ่นลมหายใจพรืด มันเหมือน... เหมือนเขากำลังส่องกระจกมองดูตัวเองในวัยเด็ก หรือแม้แต่... มองเงาสะท้อนของหญิงสาวที่เพิ่งเดินวนกลับเข้ามาในชีวิตเขาด้วยสถานะใหม่ที่เย็นชาและไร้เยื่อใย “เด็กดื้ออย่างพวกเธอ สมควรโดนยึดของกลางชั่วคราว ข้อหามาวิ่งเล่นเกะกะในโซนประชุมธุรกิจของผู้ใหญ่” ภาณุเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจดุ แต่แววตากลับพราวระยับอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “พวกเราไม่ได้เกะกะนะ! คุณอานั่นแหละที่เดินมาชนพวกเราก่อน ขบวนรถไฟความเร็วสูงของผมเกือบตกรางเพราะคุณอาเป็นภูเขาขวางทางต่างหาก!” น้องโปรด น้องชายฝาแฝดผู้มีดวงตากลมโตเป็นประกายเถียงกลับทันควัน เจ้าตัวเล็กยื่นมือจิ้มต้นขาแกร่งของเขาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น ภาณุชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้นอีกนิด ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความโกรธเคืองที่ถูกเด็กปีนเกลียว แต่มันคือความ... เอ็นดู อย่างลึกซึ้งจนน่าประหลาดใจ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยรู้สึกผูกพันกับใครได้เร็วขนาดนี้มาก่อน เด็กนี่มีแรงดึงดูดบางอย่าง แรงดึงดูดที่ทำให้เขาอยากก้มลงไปอุ้ม อยากสปอยล์ และอยากเห็นรอยยิ้มกวนๆ นั่นใกล้ๆ “อ้าว กลายเป็นความผิดอาซะงั้น?” ภาณุแกล้งเลิกคิ้วสูง ย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งให้เสมอระดับสายตากับเด็กทั้งสอง กลิ่นอายความเย่อหยิ่งของนักธุรกิจมือทองพลันมลายหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มรูปงามที่กำลังพยายามต่อรองกับเจ้าตัวแสบ “ถ้าอยากได้รถคืน ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” “ข้อแลกเปลี่ยนอะไรฮะ?” น้องไปร์ทถามเสียงใส เอียงคอมองอย่างระแวดระวัง “หอมแก้มอาคนละที... ดีไหม?” ภาณุเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นึกสนุกอยากแกล้งเด็กน้อยให้เขินเล่น ทว่า... “อี๋! คุณอาหน้าตาหล่อซะเปล่า แต่ทำไมเจ้าเล่ห์จัง ยุคนี้เขาไม่ให้คนแปลกหน้าหอมแก้มฟรีๆ หรอกนะฮะ เดี๋ยวติดเชื้อโรคโควิดพอดี แม่พิมพ์สอนไว้!” น้องโปรดร้องโวยวายพร้อมกับทำหน้าแหยหยง ถอยหลังกรูดไปหลบหลังพี่ชายทันที ภาณุถึงกับหัวเราะพรืดออกมาเสียงดังลั่นห้อง เจ้าเด็กพวกนี้นอกจากจะปากกล้าแล้ว ยังรู้จักเอาคำสอนของแม่มาอ้างได้อย่างน่าหยิกเสียจริง คำว่า ‘แม่พิมพ์’ ที่หลุดออกจากปากเด็กน้อยทำให้หัวใจของเขากระตุกวาบอีกครั้ง... พิมพ์มาดาเลี้ยงลูกอย่างไร ถึงได้สอนให้เด็กผู้ชายวัยสี่ขวบมีความคิดความอ่านที่ฉลาดเป็นกรดและทันคนได้ถึงเพียงนี้ “ตกลง ใครคแม่พิมพ์ของพวกเธอ?” ภาณุอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ แม้จะพอเดาคำตอบได้รางๆ จากข่าวลือและสัญชาตญาณ “ก็คุณแม่พิมพ์ของพวกเราไงฮะ สวยที่สุด ใจดีที่สุด และที่สำคัญ...” น้องไปร์ทลากเสียงยาว ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ไม่แพ้ผู้เป็นแม่ “คุณแม่ดุมากด้วย ถ้าคุณอาไม่คืนรถให้ตอนนี้ ระวังคุณแม่ผมมาเห็นแล้วจะโดนคุณแม่ตีมือน้า!” ภาพใบหน้าเรียบเฉย แววตานิ่งสนิทไร้เยื่อใยของพิมพ์มาดาผุดขึ้นมาในหัวของภาณุทันทีที่ได้ยินคำเตือนนั้น เจ้าแม่นักธุรกิจสาวผู้กุมบังเหียนบริษัทออกแบบชื่อดังในปัจจุบัน ช่างต่างจากภรรยาตัวน้อยที่เคยเอาแต่ก้มหน้าซับน้ำตาในอดีตราวฟ้ากับเหว ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มบางๆ ความท้าทายแล่นริ้วขึ้นในอก... ผู้หญิงคนนั้นน่ะหรือจะกล้าตีเขา? “งั้นเหรอ... อาอยากเห็นจังว่าคุณแม่ของพวกเธอจะดุสักแค่ไหน” ภาณุเอ่ยเสียงทุ้ม นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขาตั้งใจจะยืดเวลาแกล้งเด็กออกไปอีกหน่อย เผื่อว่าเจ้าของเด็กแสบสองคนนี้จะโผล่หน้ามาตามหาลูกเสียที เขาอยากเจอเธอ... อยากเห็นแววตาที่พยายามซ่อนความเกลียดชังไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นเวลามองหน้าเขาอีกครั้ง “คุณอาแกล้งเด็ก! พี่โปรด ฟ้องคุณแม่กันเถอะ!” น้องไปร์ทส่งสัญญาณมือ พลางเตรียมตัวจะวิ่งหนี “เดี๋ยวสิครับ...” ภาณุขยับตัวจะคว้าแขนเล็กๆ นั้นไว้ แต่วินาทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดนข้อมือของน้องไปร์ท ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักที่ค่อนข้างหนักหน่วง “ไปร์ท! โปรด! มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเดินซน...” เสียงหวานกังสดาลที่เอ่ยตักเตือนด้วยความร้อนรนหยุดชะงักกึกทันที เมื่อร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววกังวลใจเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลูกชายฝาแฝดกำลังยืนอยู่กับใคร ภาณุเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยนั้น หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พิมพ์มาดายืนตัวแข็งทื่อ รัศมีเย็นชาและเด็ดเดี่ยวที่เธอใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวเองมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที สายตาของเธอตวัดมองมือหนาของเขาที่ยังคงกุมข้อมือลูกชายไว้สลับกับใบหน้าคมคายที่กำลังระบายรอยยิ้มค้าง ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ภาณุค่อยๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างอย่างรวดเร็ว เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อกวาดสายตามองสำรวจใบหน้าของเด็กแฝดอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์... สันจมูกโด่งรั้น, ริมฝีปากหยักลึก, และโดยเฉพาะแววตาคู่นั้น... มันถอดแบบมาจากพิมพ์มาดา... แต่โครงสร้างทั้งหมดมันคือสำเนาถูกต้องของ ‘เขา’ ภาณุ! สติของประธานหนุ่มแทบหลุดลอย เลือดในกายสูบฉีดจนหูอื้ออึง ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเย้ยหยันและใบหย่าเมื่อสี่ปีก่อน กระแทกเข้ากลางหน้าอกอย่างจังจนเจ็บแปลบ เด็กสองคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างนั้นหรือ? ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%