ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกห้องเก็บเอกสารแคบๆ ของหอศิลป์ในยามที่ฝนฟ้ากระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ได้ดังเท่ากับจังหวะหัวใจของพิมพ์มาดาที่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอกลั้นหายใจ นัยน์ตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งก้าวตามเข้ามาหลบฝน ก่อนที่กลอนประตูด้านในจะถูกล็อกลงด้วยกลไกอัตโนมัติอย่างแน่นหนา
พื้นที่ไม่ถึงสองตารางเมตร เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่า ฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งคว้างในแสงสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเล็ก และ... กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของภาณุ กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเยือกเย็นที่เธอเคยคุ้นเคยจนหลับตาจำได้
"คุณล็อกประตูทำไมคะ คุณภานุ"
พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าแผ่นหลังของเธอจะแนบติดอยู่กับชั้นวางหนังสือจนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีขยับเข้ามาประชิดจนแทบไม่เหลือระยะห่าง ไหล่กว้างของเขาปิดกั้นทางออกเสียสนิท ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่ยากจะคาดเดา มันไม่ใช่แววตาเย็นชาชาชินแบบในอดีต แต่เป็นสายตาที่ร้อนรุ่มและหิวกระหาย ราวกับคนอดอยากที่เพิ่งได้กลิ่นอาหารอันโอชะ
"ข้างนอกฝนตกหนักมากนะคะ คุณพิมพ์... และดูเหมือนว่า ในนี้ มันจะแคบเกินกว่าที่เราจะหลีกเลี่ยงกันพ้น"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำแผ่วเบa ริมฝีปากหยักลึกระบายยิ้มเยือกเย็น แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกด
พิมพ์มาดาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ปลายจมูกของเธอเกือบจะเฉียดเข้ากับปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเมื่อเธอขยับตัวหนี ความใกล้ชิดชนิดแนบเนื้อนี้กำลังปลุกเร้าปีศาจแห่งความทรงจำที่เธอฝังกลบมันไว้อย่างดี เธอจำได้แม่นยำ... อ้อมกอดนี้เคยเป็นทั้งสรวงสวรรค์และนรกภูมิสำหรับเธอในเวลาเดียวกัน
"ถอยไปค่ะ เราไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาเบียดเสียดกันในที่แคบๆ แบบนี้"
เธอย้ำเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่า... ร่างกายของเขากลับมั่นคงดุจกำแพงหิน ภาณุไม่ขยับเขยื้อনแม้แต่น้อย ปลายเรียวคิ้วของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะที่มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับชั้นหนังสือเหนือศีรษะของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
"ปากบอกว่าไม่มีความจำเป็น... แต่ทำไมมือคุณถึงสั่นล่ะคะ พิมพ์?"
กระแสเสียงกระซิบนั้นราวกับกรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ ภาณุก้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน ความทรงจำเก่าๆ ไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับเขื่อนแตก ภาพคืนวันที่เธอเคยร้องขอความรักจากเขา ภาพความเย็นชาที่เขาเคยสาดใส่ และภาพใบหย่าที่เธอเป็นคนเซ็นชื่อลงไปด้วยหยาดน้ำตา
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความใกล้ชิดในที่แคบนี้กำลังทรยศเธอ มันกำลังทำลายเกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมา
"ฉันไม่ได้สั่น... ฉันแค่รำคาญ" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดกลับไปสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "กรุณาให้เกียรติสถานะของเราด้วยค่ะ คุณภานุ เราหย่ากันขาดแล้ว สามีภรรยาเก่าไม่ควรมายืนหายใจรดต้นคอกันในที่ลับตาคนแบบนี้"
"หย่าแล้วเหรอ..."
ภาณุทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างแห้งผากและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น ดวงตาคมกริบฉายแวววับโรจน์ขึ้นมาวบหนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมออกไป... ปลายเรียวนิ้วของเขาแตะลงที่เส้นผมสลวยที่เคลียอยู่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบa ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปหากเขาใช้แรงมากเกินไป
พิมพ์มาดาสดุดลมหายใจ ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจนึก สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นส่งกระแสไฟอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วผิวหนัง เธอเกลียดตัวเองที่หัวใจมันยังคงตอบสนองต่อสัมผัสของเขา เกลียดที่ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอดีตสามีคนนี้ยังคงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอ
"อย่ามาแตะต้องฉัน!" เธอปัดมือเขาออกอย่างแรงด้วยความตกใจและโกรธขุ่น
แต่ทว่า... จังหวะนั้นเองที่ภาณุฉวยโอกาสรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปแนบไว้กับชั้นหนังสือด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิดสนิท
"ปล่อยนะ!"
"ไม่ปล่อยค่ะ..."
เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังอย่างประหลาด ภาณุก้มมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจของเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง "คุณรู้ไหมคะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา... ฉันตามหาผู้หญิงที่ใจร้ายที่สุดในโลกคนนี้ไปทั่วทุกมุมโลก ทำไมคุณถึงใจร้ายกับฉันนักล่ะพิมพ์? ทิ้งทุกอย่าง ทิ้งทะเบียนสมรส ทิ้งแม้กระทั่งความทรงจำของเรา แล้วหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนมา?"
"คนที่ใจร้ายมันคือคุณต่างหาก!"
พิมพ์มาดากรีดร้องออกมาในที่สุด หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่สะสมมานานเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย ความกดดันทั้งหมดระเบิดออกมาในพื้นที่แคบๆ นี้ "คุณเป็นคนผลักไสฉันเอง! คุณเหยียบย่ำความรักของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามความยุติธรรมจากฉันคะ ภาณุ? คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดแทงหัวใจของคนฟัง ภาณุนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ นัยน์ตาคู่นั้นไหววูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกผิดและสำนึกบาปที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายปีสะท้อนออกมาในแววตาที่แดงก่ำ
"ใช่... ฉันมันเห็นแก่ตัว ฉันมันโง่เง่า..." เขากระซิบเสียงสั่น เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะกับริมฝีปากของเธอ "แต่พระเจ้าก็ลงโทษฉันสาสมแล้ว... เพราะตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเดินออกไปจากชีวิตฉัน โลกทั้งใบของฉันมันก็มืดบอดไปหมด ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่ทรมาน"
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ ความใกล้ชิด ลมหายใจที่รินรดกัน และคำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดคนนั้น กำลังทำให้เกราะน้ำแข็งของเธอกำลังจะละลาย
บรรยากาศในห้องเก็บเอกสารแคบๆ เงียบงันลง มีเพียงเสียงฝนที่ซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก และเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ภาณุโน้มใบหน้าลงช้าๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับแก้มเนียนแผ่วเบa ขณะที่ริมฝีปากอุ่นจัดกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำพูดทุกอย่างของเธอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดที่ดังทะลุด้านนอกเข้ามา ทำเอาคนทั้งคู่สะดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟช็อต
"คุณแม่ขา! เปิดประตูให้พวกเราหน่อยครับ ข้างนอกฝนตกเปียกหมดแล้ว น้องไปร์ทกับน้องโปรดหนีฝนมาหาคุณแม่แล้วคร้าบบบ!"
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สติที่หลุดลอยกลับคืนเข้าร่างในเสี้ยววินาที เธอดันอกภาณุออกสุดแรงด้วยความลนลาน ขณะที่ภาณุเองก็ชะงักค้างไป ใบหน้าคมคายฉายแววสับสนและตื่นตระหนกไม่แพ้กันเมื่อได้ยินเสียงเด็กน้อยเรียกหาผู้เป็นแม่
แต่ทว่า... เมื่อสมองของประธานหนุ่มประมวลผลคำพูดของเด็กน้อยเมื่อครู่ได้ทันที เขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจระคนสงสัย เด็กผู้ชายสองคนนั้น... เรียกเธอว่า "คุณแม่" อย่างนั้นหรือ? และทำไม... เสียงเล็กๆ ที่แว่วเข้ามาผ่านบานประตูนั้น ถึงได้คุ้นหูเขาราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน...
พิมพ์มาด้ารีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยมืออันสั่นเทา ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบพุ่งตัวไปที่ประตูเพื่อจะเปิดออก แต่ก่อนที่มือเรียวจะได้หมุนลูกบิด...
พลั่ก!
ประตูห้องเก็บเอกสารที่ไม่ได้ล็อกกลอนสนิทดีถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือเล็กๆ ของเด็กชายฝาแฝดวัยสี่ขวบที่วิ่งปะปนเข้ามาเพื่อหลบฝน โดยที่ดวงตากลมโตทั้งสองคู่ของเด็กน้อยหยุดนิ่งสนิท เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างคุณแม่ของตน
และในวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของภาณุก็แทบจะหยุดกั้น เมื่อเขาได้สบตากับเด็กชายฝาแฝดที่มีใบหน้าถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองทุกระเบียดนิ้วราวกับส่องกระจกเงา!
- ชานมไข่มุกหวานร้อย -
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 32
พื้นที่แคบๆ กับหัวใจที่เต้นแรง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!