เสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดัง *‘คลิก’* ชัดเจน ท่ามกลางความมืดทึบและกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บของใต้บันได คือหลักฐานอันประจักษ์ว่าแผนการของสองแสบแห่งตระกูลวรกุลดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายอย่างไร้ที่ติ
พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่กลางความมืด มือเรียวกำชายเสื้อสูทของอดีสามีแน่นโดยไม่รู้ตัว ความตกใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธจนลมหายใจสะดุด ขณะที่ภาณุ—ประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและถือดี กลับทำได้เพียงยืนชิดติดแผ่นหลังของเธอในพื้นที่แคบๆ จนแผงอกกว้างแนบชิดกับลาดไหล่บอบบาง
"เด็กแสบ..." ภาณุกัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความคาดไม่ถึง พยายามดันประตูไม้หนาทึบแต่มันกลับถูกล็อกตายสนิทจากภายนอก "น้องไปร์ท น้องโปรด! เปิดประตูให้พ่อเดี๋ยวนี้!"
"ไม่เปิดครับ! คุณพ่อต้องเคลียร์กับคุณแม่ให้รู้เรื่องก่อน!" เสียงเล็กใสแจ๋วตะโกนตอบกลับเข้ามาผ่านรอยแยกของบานประตู น้ำเสียงของเด็กชายวัยสี่ขวบเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อไม่มีผิด "ถ้าเคลียร์กันไม่รู้เรื่อง พวกผมจะไม่ยอมปล่อยให้ปะป๋าจูบคุณแม่... เอ้ย! ไม่ยอมปล่อยให้ออกมาเด็ดขาด!"
"น้องโปรด! พูดมากน่า!" เสียงของแฝดอีกคนดุขึ้นเบาๆ หน้าประตู แต่มันดังพอจะทำให้คนฟังข้างในหน้าชาด้วยความอับอาย
พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกของภาณุให้ออกห่าง แต่ทว่าในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงลอดผ่านช่องใต้ประตู พื้นที่จำกัดนี้กลับทำให้ทุกสัมผัสชัดเจนเกินไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝุ่นเก่าๆ ตีรวนอยู่ในจมูกจนหัวใจเธอเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง
"ถอยไปค่ะคุณภานุ ยืนเบียดขนาดนี้ หลบมุมอื่นบ้างก็ได้" น้ำเสียงของเธอเย็นชาและราบเรียบ พยายามรักษาเกราะกำบังอันแข็ง
"จะให้ผมไปยืนตรงไหนล่ะพิมพ์ พื้นที่มันมีแค่นี้..." ภาณุตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบทอประกายวับวับในความมืด แม้จะมองเห็นไม่ชัดเจน แต่เขารู้ดีว่าอดีตภรรยาของเขากำลังโกรธจนตัวสั่น "อีกอย่าง... ลูกก็บอกอยู่ว่าให้เรา 'เคลียร์' กัน"
"เราไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันทั้งนั้นค่ะ สถานะของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่ฉันเซ็นใบหย่าแล้ว" พิมพ์มาดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงบาดลึกดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "กรุณาอย่าลืมขอบเขตของคุณด้วยค่ะ คุณอดีตสามี"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ภาณุไม่ยอมถอยหนี เขากลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกับกลุ่มผมของเธอ หัวใจของประธานหนุ่มกระหน่ำรัวด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า 'ใบหย่า' คำคำนี้เปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่เขาเป็นคนพันธนาการมันขึ้นมาเอง และตอนนี้ เขากำลังดิ้นรนอย่างน่าสมเพชเพื่อจะปลดมันออก แม้จะต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี
"ถ้าพี่บอกว่า... พี่ไม่เคยยอมรับใบหย่าบ้าๆ นั่นเลยล่ะพิมพ์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนและความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง มันไม่ใช่เสียงของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนเดิม แต่มันคือเสียงของสุนัขป่าตัวผู้ที่บาดเจ็บและพร้อมจะตายแทบเท้าเจ้าของ พิมพ์มาดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยด้านชากับคำหวานกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
"คุณพูดอะไรของคุณ..."
"พี่โง่เอง... พี่มองข้ามความรักของพิมพ์ มองข้ามน้ำตาของพิมพ์ จนวันที่พิมพ์เดินจากไป พี่ถึงได้รู้ว่าบ้านหลังนี้มันว่างเปล่าขนาดไหน" ภาณุขยับมือใหญ่ขึ้นหมายจะแตะลงบนไหล่บาง แต่พิมพ์มาดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจสัมผัสนั้น
การปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยทำให้ภาณุเจ็บแปลบในอก เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนเองก่อไว้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำขอโทษง่ายๆ แต่การได้มายืนอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ มันทำให้เขาไม่อาจซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงได้อีกต่อไป
"จำวันที่ฉันกราบขอร้องให้คุณมองฉันสักนิดได้ไหมคะคุณภานุ?" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็น "วันที่ฉันท้อง แต่วันที่คุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้าน วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระน่ารำคาญ... คุณจำสายตาเย็นชาของคุณได้หรือเปล่า?"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของภาณุราวกับคมหอก เขานิ่งอึ้ง ลมหายใจสะดุดกึก ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนซ้ำ สมัยที่เขายังตาบอดและใจร้ายอย่างไร้เหตุผล
"พิมพ์..."
"อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเลยค่ะ มันน่าสมเพช" พิมพ์มาดาตัดบท น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาเงียบๆ ในความมืด โดยไม่ยอมให้เขาได้เห็นความอ่อนแอเด็ดขาด "ลูกอาจจะวางแผนให้เราติดอยู่ในนี้เพื่อหวังจะประสานรอยร้าว แต่พวกเขาไม่รู้หรอกค่ะว่า... รอยร้าวบางรอย มันแตกละเอียดจนต่อให้เอาทองคำมาทา ก็ไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว"
บรรยากาศในห้องเก็บของกดทับจนแทบหายใจไม่ออก ภาณุกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนหน้ามืด แต่อารมณ์คุกกรุ่นบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นในอกของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแพ้ใคร
ตราบใดที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้... เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอเดินหนีไปไหนได้อีก
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดดังก้องขัดจังหวะความตึงเครียดด้านใน ตามด้วยเสียงกระซิบกระซับของเด็กแฝดที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างนอก
"พี่ไปร์ท คุณพ่อกับคุณแม่เงียบไปแล้วอ่ะ... แอบจูบกันอยู่หรือเปล่า?" เสียงน้องโปรดกระซิบถามพี่ชาย
"ไม่รู้สิ แต่ถ้าไม่ยอมคืนดีกัน เราจะขังไว้ถึงพรุ่งนี้เช้าเลยดีไหม!" เสียงน้องไปร์ทตอบกลับมาอย่างผู้ชนะ
ภาณุส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความระอาปนเอ็นดูในความแสบของลูกชายฝาแฝด เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวที่ยังคงยืนกอดอกหันหลังให้
"ได้ยินไหมพิมพ์... ลูกไม่อย่างให้เราหย่ากันนะ"
"ลูกก็แค่เด็กสี่ขวบค่ะ พวกเขาถูกคุณเป่าหู" พิมพ์มาดาเถียงกลับทันที แต่ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้เธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางของด้านหลังโดยไม่ตั้งใจ
ภาณุก้าวเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและชั้นวางของ ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนพิมพ์มาดาสกลั้นหายใจ ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาปกป้อง
"ถ้าลูกพูดแทนใจพี่ล่ะ..." ภาณุกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากริมฝีปากเธอบางเฉียบ "ถ้าพี่บอกว่า... ต่อจากนี้ พี่จะยอมเป็นหมาบ้าให้พิมพ์ใช้งานคนเดียว จะยอมก้มหัวให้พิมพ์เหยียบย่ำศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อแลกกับการได้โอกาสครั้งที่สอง... พิมพ์จะใจอ่อนให้พี่บ้างไหม"
พิมพ์มาดานิ่งงัน ดวงตากลมโตจ้องมองเงาดำของอดี สามีในความมืด ความเด็ดเดี่ยวในใจสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังและยอมจำนนถึงเพียงนี้ แต่วินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้องเก็บของ พร้อมกับเสียงไขกุญแจที่ดัง *‘แกร๊ก’*
ไม่ใช่ฝีมือของเด็กแฝดแน่ๆ เพราะเสียงกุญแจนั้นดังมาจากแม่กุญแจสำรองด้านนอก!
ประตูห้องเก็บของถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แสงไฟสว่างจ้าจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาจนทั้งสองคนต้องหรี่ตาลงด้วยความแสบตา ภาพของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังกักตัวอดีตภรรยาไว้ในมุมอับปรากฏแก่สายตาของผู้มาใหม่เต็มๆ ตา
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ถือลูกกุญแจยืนอยู่ตรงนั้น ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ไม่ใช่แค่เด็กแฝด... แต่เป็น **ลลิตา** อดีตคู่หมั้นที่ควรจะหมดสิทธิ์ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธจัด
"พี่ภาณุ! นี่มันหมายความว่ายังไงคะ!" เสียงแหลมสูงของลลิตากรีดร้องขึ้นทำลายความเงียบ "พี่ยังมายุ่งกับผู้หญิงหน้าด้านคนนี้อีกเหรอ ทั้งๆ ที่เรา..."
ลลิตาชะงักคำพูดเมื่อสายตาคมกริบของภาณุหันขวับมามองเธอ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันทีราวกับติดลบ ภาณุค่อยๆ ถอยห่างจากพิมพ์มาดาอย่างไม่เต็มใจนัก สายตาคู่นั้นมองอดีตคู่หมั้นด้วยความรังเกียจเดียจฉันท์อย่างปิดไม่มิด
แต่สิ่งที่ทำให้พิมพ์มาดาต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจ คือเอกสารที่หลุดร่วงจากมือของลลิตาลงบนพื้น
มันคือภาพถ่ายปึกใหญ่... ภาพของเด็กชายฝาแฝดสองคนกำลังวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ และบนมุมภาพมีผลตรวจบางอย่างที่ระบุชื่อของเด็กทั้งสองคนอย่างชัดเจน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่นี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - ชานมไข่มุกหวานร้อย
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 31
ตัวป่วนระดับมาสเตอร์
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!