กาดเหล้าสาโทเก่าคร่ำคร่าริมชายแดนแคว้นหมื่นพยัคฆ์คลาคล่ำไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและไอหมอกแห่งยุทธภพ เสียงกระแทกถ้วยชาเคลือบดินเผาดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับบทสนทนาอันดุเดือดของเหล่าจอมยุทธ์จากสารทิศที่ต่างพูดถึงความปั่นป่วนของขอบเขตพลังสวรรค์ในครานี้
"เจ้าได้ข่าวเรื่อง 'สำนักกระบี่เมฆาทมิฬ' หรือไม่? ได้ยินว่าปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมวิญญาณผู้หนึ่งถูกคนลึกลับสังหารด้วยกระบวนท่าเดียว ร่างกายและดวงจิตแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว!"
"เหลวไหลน่า! ใต้หล้านี้ผู้ใดจะมีฝีมือกล้าแข็งถึงเพียงนั้น ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมวิญญาณถือเป็นตัวตนระดับบรรพจารย์เชียวนะ..."
หลินเฟยหาได้ใส่ใจเสียงเซ็งเซ่รอบด้าน บุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีเทามอมแมมราวกับนักเดินทางตกอับ นั่งไขว่ห้างอยู่ริมหน้าต่าง มือข้างหนึ่งถือไหสุราชั้นดีที่หมักจากดอกท้อร้อยปี อีกมือเคาะโต๊ะไม้ผุๆ เป็นจังหวะช้าๆ อย่างไร้กังวล นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองออกไปเบื้องนอก ที่ซึ่งผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลทอดยาวจรดขอบฟ้า ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด
เบื้องขวาของเขาคือไป๋หนิงเซียน องค์หญิงแห่งแดนเซียนผู้เลอโฉม นางนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันสกปรกโสมมของโรงเตี๊ยม ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะชายตามองนางตรงๆ เนื่องจากไอพลังเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีที่แผ่ออกมาจากร่างของนางโดยไม่รู้ตัว รัศมีนี้กดทับจนลมหายใจของเหล่าจอมยุทธ์รอบโต๊ะติดขัด
"สุราชั้นเลิศ... แต่บรรยากาศช่างน่ารำคาญเสียจริง" หลินเฟยเอ่ยเบาๆ พร้อมกับยกไหสุราขึ้นจิบ รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ ปลุกเร้าพลังปราณมังกรฟ้าในตันtian (ตันเถียน) ให้เคลื่อนไหวอย่างเกียจคร้าน
"ยุทธภพก็เป็นเช่นนี้แล... เต็มไปด้วยความโลภ ความแค้น และการแย่งชิงอำนาจ" ไป๋หนิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางรินชาสมุนไพรใส่จอกหยกของตนเอง ทว่าสายตาที่มองหลินเฟยกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ท่านพาข้าเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ ไฉนจึงยังทำตัวเอ้อระเหย มิรีบเร่งเดินทางไปแดนเหนือตามเป้าหมายเดิมเล่า?"
หลินเฟยหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นทอประกายลึกล้ำ "หนิงเซียน... เจ้ายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความงามของการเดินทาง เป้าหมายสำคัญก็จริง แต่ทัศนียภาพระหว่างทางและผู้คนที่ได้พบเจอ... ล้วนเป็นรสชาติของชีวิตที่หาไม่ได้ในแดนเซียนอันสงบเงียบของเจ้า"
เขาวางไหสุราลง เสียงกระทบโต๊ะดังขึ้นเบื้องหน้า ทันใดนั้นเอง—
*เปรี้ยง!*
เสาไม้กลางโรงเตี๊ยมหักโค่นลงครึ่งท่อน แรงกดดันอันมหาศาลดุจภูเขาไท่ซานกดทับลงมาจากฟากฟ้า เหล่าจอมยุทธ์นับสิบชีวิตในโรงเตี๊ยมต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกันด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด พลังปราณระดับกำเนิดวิญญาณแผ่พุ่งเข้ามาปิดล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้ทั้งหมด!
"หลินเฟย! เจ้าเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า กล้าดียังไงถึงสังหารศิษย์เอกของตระกูลหลี่แห่งเมืองหลวง วันนี้ชะตาขาดของเจ้ามาถึงแล้ว!"
เสียงคำรามดังกึกก้องราวกับอสุนีบาต ร่างของชายชราในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์เหินทะยานผ่านหน้าต่างเข้ามา ปรากฏตัวเบื้องหน้าโต๊ะที่หลินเฟยและไป๋หนิงเซียนนั่งอยู่ ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์! ไอสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
หลินเฟยไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสตระกูลหลี่ เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปหยิบจอกสุราขึ้นมาหมุนเล่น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ตระกูลหลี่... ข้าก็นึกว่าสุนัขตัวใดเห่าหอน ที่แท้ก็เป็นสุนัขแก่ที่ใกล้จะหมดอายุขัยนี่เอง" หลินเฟยเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของอีกฝ่าย "ศิษย์เอกของเจ้าบังอาจใช้อำนาจบีบคนธรรมดาให้ฆ่าตัวตาย ข้าเพียงแต่สั่งสอนมันเล็กน้อย ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะใจแคบถึงขนาดส่งคนระดับบรรพจารย์มาส่งวิญญาณให้ถึงที่"
"สามหาว! ตายเสียเถอะไอ้เด็กเวร!"
ปรมาจารย์ตระกูลหลี่บันดาลโทสะ ฝ่ามือเคลือบด้วยปราณทองคำสว่างจ้าตบลงมาหมายบดขยี้ศีรษะของหลินเฟยให้แหลกคราบในกระบวนท่าเดียว แรงลมจากการโจมตีทำให้โต๊ะไม้และเก้าอี้รอบด้านแตกละเอียดเป็นผุยผง
ไป๋หนิงเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย รัศมีกระบี่เซียนในกายเตรียมพุ่งทะยานออกไปเพื่อตัดหัวศัตรู
ทว่า หลินเฟยกลับยกมือขึ้นห้ามนางไว้เบื้องหน้า ดวงตาคู่คมฉายแววสนุกสนาน
"อย่าเพิ่งลงมือเลยหนิงเซียน... นานๆ ทีจะได้เจอผู้ฝึกยุทธในดินแดนมนุษย์ที่มีฝีมือพอจะให้ข้าขยับมือแก้เส้นสายเสียหน่อย"
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็หายลับไปจากตำแหน่งเดิมราวกับภูตผี ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหลังร่างของปรมาจารย์ตระกูลหลี่อย่างไร้ร่องรอย นิ้วชี้และนิ้วกลางประกบติดกันดุจคมกระบี่ แตะเบาๆ ที่กลางแผ่นหลังของชายชรา
*ฉับพลัน!*
เวลาในโรงเตี๊ยมคล้ายหยุดนิ่ง เสียงลมหายใจของทุกคนขาดห่วน ปรมาจารย์ตระกูลหลี่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าซีดเซียวเมื่อพบว่าพลังปราณทั่วร่างถูกผนึกไว้ในพริบตาเดียว ราวกับถูกโซ่ตรวนแห่งสวรรค์พันธนาการไว้!
"ทะ... ท่าน... นี่มันเคล็ดวิชาอันใดกัน..." เสียงของชายชลาสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์... สยบฟ้าดิน" หลินเฟยกระซิบข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับมัจจุราชกำลังพิพากษาชะตากรรม
*ตูม!*
ร่างของปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ระเบิดออกเป็นละอองเลือดสลายกลายเป็นไอทับถมผืนดิน ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของเหล่าจอมยุทธ์ทั่วทั้งโรงเตี๊ยม ทุกผู้คนต่างตัวสั่นเทาด้วยความยำเกรง ไร้ซึ่งเสียงหายใจเล็ดลอดออกมาแม้แต่ครึ่งแง้ม
หลินเฟยสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่ยี่หระ ยกไหสุราขึ้นดื่มอีกคือก่อนจะหันไปมองไป๋หนิงเซียนแล้วยิ้มกริ่ม "เห็นหรือไม่? ยุทธภพกว้างใหญ่ไพศาลนัก ผู้เก่งกาจมีอยู่ราวกับป่าสน... แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดขวางวิถีกระบี่ของข้าได้อยู่ดี"
ไป๋หนิงเซียนถอนหายใจยาวอย่างระอาปนเอ็นดู นางส่ายหน้าเล็กน้อย "ท่านนี่นะ... สร้างเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ"
ทว่า ก่อนที่หลินเฟยจะได้กล่าวอันใดต่อ ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งเมื่อครู่ กลับพลันมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน! เมฆสีดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์เหนือโรงเตี๊ยม เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ที่มา ราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า—กลางสายฟ้าสีครามที่ผ่าลงมานั้น ปรากฏเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งยืนไขว้มืออยู่บนยอดกระบี่ที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ กลิ่นอายกดดันระดับ "ราชันเซียน" แผ่ซ่ายปกคลุมทั่วทั้งรัศมีหมื่นลี้!
"หลินเฟย... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบ ปล่อยตัวองค์หญิงเซียนเสีย มิฉะนั้น วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ
- เซียนสุราเมามาย -
วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 16
ยุทธภพกว้างใหญ่
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!