รบกวนท่านพี่แล้ว... ให้ข้าจัดการเจ้าสวะผู้นี้แทนท่านดีกว่ากระมัง?
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูของไป๋หนิงเซียนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเหล่าศิษย์สายในแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยเช่นเมื่อครู่Yอีกต่อไป รัศมีพลังเซียนบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบางของนาง กดทับบรรยากาศโดยรอบให้หนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า แม้แต่长老 (ผู้วิณญาณอาวุโส) ที่นั่งอยู่บนแท่นประรำพิียังต้องขมวดคิ้วแน่นด้วยความตื่นตระหนก
หลินเฟยยกไหสุราขึ้นจิบอึกหนึ่ง ดวงตาคู่คมพินิจมองหยาดสุราสีอำพันสะท้อนแสงแดดประกาย ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบาอย่างคนเกียจคร้าน เขายื่นมือหนาไปแตะแขนเสื้อซatของหญิงสาวเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
"หนิงเอ๋อ... อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย มือของเจ้าสะอาดเกินกว่าจะแปดเปื้อนเลือดของสวะเช่นนี้" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานไปทั่วลานประลอง "อีกอย่าง... ในเมื่อพวกมันตั้งใจจะใช้กระบี่ตัดสินความหนาปัญญาของข้า เหตุใดเราจึงไม่ปล่อยให้พวกมันได้แสดงความโง่เขลาออกมาให้เต็มที่เล่า?"
คำพูดนี้เปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง!
จ้าวเทียนหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดปูดโปนขมับจนน่ากลัว ในฐานะศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เมฆาและผู้ครอบครอง "กระบี่เพลิงอัสนี" ขั้นปฐพี เขาไม่เคยถูกสบประมาทด้วยวาจาเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
"หลินเฟย! เจ้าเป็นเพียงแค่ไอ้ขยะไร้รากปราณ กล้าดีอย่างไรมาผยองปากพล่อยต่อหน้าข้า!" จ้าวเทียนหลงคำรามลั่น ประกายสายฟ้าสีม่วงแล่บแปลบปลาบอยู่รอบคมดาบในมือ ปราณแท้ระดับ "รวมลมปราณขั้นเก้า" ระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงกดดันพัดเอาฝุ่นละอองกระจาย
*เปรี้ยง!*
จ้าวเทียนหลงพุ่งทะยานเข้าหาด้วยความเร็วสูงดั่งอัสนีบาตฟาดยอดยุทธ์ คมกระบี่เพลิงอัสนีแหวกอากาศส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง มุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณหว่างคิ้วของหลินเฟยอย่างไร้ความลังเล ทุกคนในลานประลองต่างกั้นหายใจ บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว เพราะภาพที่เห็นราวกับหลินเฟยถูกความกลัวสะกดจนขยับเขยื้อนไม่ได้
ทว่า... หลินเฟยกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง
ชายหนุ่มเพียงแค่ก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวอย่างสบายๆ ราวกับกำลังเดินชมบุปผาในสวนหลังบ้าน สุราในไหกระเพื่อมไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว ร่างของเขาพลิ้วไหวดั่งสายลมที่ไร้รูปร่างและไร้จุดสิ้นสุด
*ฉับพลัน!*
ภาพติดตาปรากฏขึ้น คมกระบี่เพลิงอัสนีแทงทะลุร่างของหลินเฟยไปอย่างง่ายดาย... แต่ไม่มีหยดเลือดแม้แต่หยดเดียว!
"ภาพลวงตา?!" จ้าวเทียนหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด สัญชาตญาณนักฆ่าร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว เขารีบตวัดกระบี่กลับหลังทันที แต่ช้าไปเสียแล้ว
"ยุทธ์ภพนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก... แต่เจ้ากลับเลือกทางเดินที่แคบที่สุดเพื่อไปสู่ความตาย"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างใบหูของจ้าวเทียนหลง ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตแห่งขุมนรก หลินเฟยปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่มีผู้ใดทันสังเกต ร่างของเขาซ้อนทับอยู่ด้านหลังของศิษย์เอกสำนักกระบี่เมฆา ฝ่ามือหนาวางแตะเบาๆ ที่หัวไหล่ของอีกฝ่าย
ปัง!
แรงกระแทกอันไร้ลักษณ์ระเบิดออกภายในร่างของจ้าวเทียนหลงโดยตรง ลมปราณคุ้มกันกายที่เขาภาคภูมิใจแตกละเอียดดั่งกระจกที่ถูกค้อนทุบ กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบ กระอักเลือดคำโตออกมาเป็นสาย พุ่งกระเด็นไปกระแทกกับเสาศิลาค้ำยันลานประลองจนหักโค่นลงมาครึ่งท่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานกว้างทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง ทุกสายตาจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเย็นวาบถึงสันหลังวาบ
ศิษย์อันดับหนึ่งผู้เก่งกาจ... พ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว? ไม่สิ... หลินเฟยยังไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ!
"อั๊ก... เป็นไปไม่ได้..." จ้าวเทียนหลงกระอักเลือดออกมาอีกระลอก ร่างกายสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้ฉายแววหวาดผวาอย่างถึงที่สุด เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันของบุรุษผู้ถือไหสุรา
ไป๋หนิงเซียนยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตางามล่มเมืองคู่นั้นทอประกายความอ่อนโยนยามมองแผ่นหลังของบุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าดินของนาง
"ยังมีผู้ใด... ที่คิดจะใช้กระบี่สั่งสอนข้าอีกหรือไม่?"
หลินเฟยทอดสายตามองกวาดไปรอบลานประลอง น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังอำนาจกดดันจนเหล่าผู้อาวุโสของสำนักกระบี่เมฆาถึงกับหน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง...
เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งแหวกมิติออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับกลิ่นอายพลังอันชั่วร้ายที่ทำให้ท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่เมฆามืดครึ้มลงฉับพลัน แรงกดดันระดับ "แดนชำระวิญญาณ" แผ่ซ่ายกดทับทุกคนจนทรุดเข่าลงกับพื้น
"บังอาจนัก! กล้าสร้างความวุ่นวายในสำนักกระบี่เมฆา รนหาที่ตายนักนะไอ้เด็กน้อย!"
เสียงคำรามกึกก้องราวน้ำตกสวรรค์ดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือหลินเฟยและไป๋หนิงเซียน ดวงตาของชายชราคมกริบดั่งเหยี่ยวและเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารรุนแรง
หลินเฟยเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นโค้งลึกกว่าเดิม ดวงตาคู่คมฉายประกายประหลาดล้ำที่ไม่มีใครคาดเดา
"ในที่สุดตัวใหญ่ก็โผล่หัวออกมาจนได้สินะ..." หลินเฟยพึมพำเบาๆ ก่อนจะยกไหสุราขึ้นดื่มจนหยดสุดท้าย
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ
วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 8
คำดูแคลนกลายเป็นความพ่ายแพ้
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!