หยาดสุราสีอำพันรินรดลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ กลิ่นหอมหวานของมรรคาแห่งเมามายโชยกรุ่นปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ภายในคูหาโบราณที่ไร้ซึ่งกาลเวลา
หลินเฟยหรี่ตาลงมองแผ่นศิลาตรงหน้า รอยยืดหยุ่นมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยรักสนุก ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับลึกล้ำดุจห้วงมหาสนุกที่กักเก็บพายุไว้เบื้องล่าง มือข้างหนึ่งถือไหสุราคู่ใจกระดื่มอั๊วใหญ่ สุราฤทธิ์แรงแผ่ซ่านความร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์ ปลุกเร้าเส้นชีพจรลมปราณให้เต้นเร้าสอดรับกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
"อักขระเวทเหล่านี้... หาใช่สิ่งที่มนุษย์หรือแม้แต่เซียนในยุคปัจจุบันจะเข้าใจได้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงัน
ข้างกายเขา ไป๋หนิงเซียนยืนสง่างามดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ต้องลมปราณรอบด้านจนพลิ้วไหว ดวงหน้าดลจิตดลใจยังคงเรียบเฉยเย็นชา ทว่าแววตาที่ทอดมองหลินเฟยกลับแฝงความห่วงใยลึกซึ้ง นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ไอเย็นบริสุทธิ์จากกายเซียนช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มจากฤทธิ์สุราในร่างเขาโดยอัตโนมัติ
"ระวังตัวด้วย เจ้ากำลังท้าทายกฎเกณฑ์ที่สวรรค์ซ่อนเร้น" น้ำเสียงไพเราะดุจกระดิ่งเงินเอ่ยตักเตือน นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกไปหมายจะแตะต้องแผ่นศิลา ทว่าต้องชะงักเมื่อถูกหลินเฟยคว้าข้อมือไว้เบื้องวิถี
"อย่าเพิ่งแตะ... พลังสะท้อนกลับของมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หนิงเซียน" หลินเฟยกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองลึกลงไปในอักขระโบราณที่เริ่มเปล่งแสงสีทองเรืองรองทีละนิด ราวกับพวกมันกำลัง "มีชีวิต"
ทั่วทั้งคูหาใต้ดินเริ่มสั่นสะเทือน ฝุ่นผงโบราณร่วงหล่นกราวราวกับห่าฝน ความรู้ที่สั่นสะเทือนสวรรค์กำลังไหลทะลักเข้าสู่ห้วงความคิดของหลินเฟยผ่านทางสายตาที่ประสานเข้ากับอักขระนับหมื่นตัว ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับต้นกำเนิดแห่งฟ้าดิน เคล็ดวิชาที่สูญหาย และวิถีแห่งการหลุดพ้นจากวัฏสงสารหลั่งไหลเข้ามาดุจเขื่อนแตกสมองแทบระเบิด
นี่คือ "ความรู้ที่สั่นสะเทือนสวรรค์" อย่างแท้จริง!
หลินเฟยกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ไอสังหารรุนแรงพวยพุ่งทะลักออกจากร่างอย่างไร้การควบคุม สุราในไหกระเด็นหกเรี่ยราด แต่เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย สรรพสิทธิ์รอบกายหยุดนิ่ง เวลาคล้ายถูกยืดออกจนยาวนานนับกัปป์ ในห้วงจิตสำนึกของเขา ภาพอดีตกาลอันไกลโพ้น มหาศึกสะท้านภพ และเงาร่างของผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกลบเลือนจากหน้าประวัติศาสตร์กำลังปรากฏชัดขึ้นทีละน้อย
ไป๋หนิงเซียนเห็นท่าไม่ดี นางไม่ลังเลที่จะโคจรพลังปราณเซียนขั้นสูงสุด ปกป้องร่างของหลินเฟยไว้เบื้องหลัง พลังปราณสีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นม่านพลังปก
"หลินเฟย! ตั้งสติ!" นางตะโกนเรียกท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าจากใจกลางแผ่นศิลา
ในวินาทีที่ความมืดมิดและแสงสว่างเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงในห้วงจิตวิญญาณ หลินเฟยก็แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเกรี้ยวกราด "ฮ่าๆๆ! ดี! ดีนัก! สวรรค์อยากปิดกั้นข้าหรือ? เช่นนั้นข้าก็จะใช้คมกระบี่นี้ ผ่าทลายมันเสียให้สิ้นซาก!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของเขาก็เปล่งแสงเจิดจ้าทะลวงทะยานขึ้นสู่ขอบเขตพลังขั้นใหม่ อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นหลุมดำขนาดเล็ก ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับการทะลวงพลังนั้นเอง ผนังศิลาเบื้องหลังก็พลันแตกละเอียดเป็นจุล...
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวเท้าเดินออกมาจากความมืด พร้อมกับกลิ่นอายอันชั่วร้ายที่แผ่ขยายกดทับจนลมหายใจสะดุด
"รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกท่านแล้วกระมัง... มหาเทพผู้ร่วงหล่น" เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับปลายดาบสีโลหิตที่ชี้ตรงมายังคอหอยของหลินเฟยอย่างแม่นยำ!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 27
อักขระเวทโบราณ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!