วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 28

ศิษย์พี่ใหญ่จอมปลอม

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ท่านเจ้าสำนัก... ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น แต่ความบริสุทธิ์ของศิษย์พี่ใหญ่ย่อมต้องถูกตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสของสำนักเมฆาคล้อยมิใช่หรือ?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งค้างปีดังขึ้นกลางโถงพิพากษา หลินเฟยพิงกายกับเสาหินสลักลายมังกร มือขวาถือไหสุราหยกขาวสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจับจ้องไปยังชายผู้รั้งตำแหน่ง 'ศิษย์พี่ใหญ่' แห่งสำนัก ผู้ซึ่งกำลังมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขัดเคือง ไป๋หนิงเซียนยืนตระหง่านอยู่เคียงข้างเขา ชุดขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวแม้ไร้ลมพัด ไร้ซึ่งความหวั่นเกรงต่อสายตาอาฆาตจากบรรดาผู้อาวุโสรอบข้าง นางวางมือแตะที่ด้ามกระบี่ข้างกายอย่างแผ่วเบา รัศมีพลังเซียนที่แผ่ออกมาสะกดข่มบรรยากาศกดดันในโถงให้หยุดนิ่งราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง "ศิษย์พี่ใหญ่?" หลินเฟยแค่นหัวเราะพลางจิบสุราเข้าปากหนึ่งอึก กลิ่นหอมแรงของสุราหมักพันปีอบอวลไปทั่วโถงที่เงียบสงัด "คนผู้นี้มิใช่ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเราหรอกนะขอรับ หากแต่เป็นเพียงก้อนเนื้อเน่าเฟะที่สวมหนังมนุษย์ รอวันกัดกินสำนักแห่งนี้จากภายในต่างหาก" สิ้นคำกล่าว ร่างของบุรุษบนแท่นประธานก็พุ่งเข้าใส่หลินเฟยด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ฝ่ามือที่แฝงไปด้วยไอสังหารสีดำมืดมิดหมายจะปลิดชีวิตผู้ที่กล้าหาญชาญชัยลบหลู่เกียรติของเขา "บังอาจ!" ไป๋หนิงเซียนอุทาน ลมปราณเซียนสายบริสุทธิ์พุ่งทะยานออกมาจากร่างนาง กลายเป็นกำแพงโปร่งใสรองรับฝ่ามือนั้นไว้ได้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้พื้นหินศิลาใต้เท้าพวกเขาร้าวลึกดุจใยแมงมุม "เจ้าทำแบบนี้... เพื่ออะไรกันแน่ หลินเฟย?" ศิษย์พี่ใหญ่ผู้นั้นถอยร่นกลับไป แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความเย็นชาจนน่าขนลุก รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นบิดเบี้ยวจนเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ "ข้าต้องการเพียงแค่คืนความจริงให้แก่สำนัก" หลินเฟยขยับยิ้มมุมปาก เขาหยิบหยกสื่อสารออกมาจากอกเสื้อ แสงสีครามสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นม่านพลังที่บันทึกภาพเหตุการณ์ลับในหุบเขาต้องห้าม ภาพที่ชายตรงหน้ากำลังเจรจาตกลงกับปีศาจจากแดนทมิฬเพื่อแลกเปลี่ยนคัมภีร์ลับของสำนักกับพลังที่ไม่มีวันสิ้นสุด บรรยากาศในโถงพลิกผันในพริบตา เหล่าผู้อาวุโสที่เคยยืนอยู่ข้างศิษย์พี่ใหญ่ต่างหน้าซีดเผือด ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วทิศทาง "จงดูให้ชัดเถิด ท่านเจ้าสำนัก" หลินเฟยเอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่ไอสังหารในกายเขาเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างกระบี่โปร่งใส "ศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้ มิใช่ผู้สืบทอดที่ท่านเลือกมา แต่เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกปีศาจสวมรอยเข้ามานานกว่าสามปี... เพื่อทำลายรากฐานเซียนของที่นี่ให้ย่อยยับลงกับมือ!" ศิษย์พี่ใหญ่แสยะยิ้มกว้างจนเห็นถึงโคนฟัน ก่อนจะหัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นเสียงที่แหบพร่าและกดต่ำเหมือนสัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืด "ในเมื่อความลับถูกเปิดเผย เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องเล่นละครนี้ต่อไป!" ทันใดนั้น ร่างของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้น เสื้อผ้าฉีกขาดเผยให้เห็นเกล็ดสีดำที่งอกออกมาจากผิวหนัง พลังปราณรอบโถงปั่นป่วนจนแทบจะกลายเป็นพายุคลั่งหลินเฟยขว้างไหสุราทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย เขาชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบอากาศดังกังวานก้องไปทั่วขุนเขา ราวกับเสียงคำรามของเทพเจ้าที่โกรธเกรี้ยว "ไป๋หนิงเซียน ถอยไป" หลินเฟยเอ่ยน้ำเสียงเฉียบขาด สายตาจับจ้องไปยังปีศาจตรงหน้าไม่กระพริบ "วันนี้ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่า... ถึงจะเป็นเพียงคนขี้เมาธรรมดา ก็สามารถตัดหัวปีศาจทิ้งในคราเดียวได้!" เขาทะยานร่างออกไปราวกับสายฟ้าแลบ กระบี่ในมือวาดเป็นวิถีโค้งที่งดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยไอสังหารระดับมหาเทพ แต่ก่อนที่คมกระบี่จะแตะถึงร่างปีศาจ บานประตูโถงใหญ่ก็พังทลายลงพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังมาจากด้านหลัง "น่าชื่นชม... หลินเฟย เจ้าเป็นคนที่ช่างสังเกตเสมอ แต่เสียดายนักที่เจ้าลืมนึกไปว่า... ผู้อยู่เบื้องหลังคำสั่งของข้านั้น มิใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เจ้าเคารพที่สุดในสำนักแห่งนี้เอง" เมื่อเห็นใบหน้าที่ก้าวเข้ามาจากเงามืด หลินเฟยถึงกับชะงักงัน กระบี่ในมือสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดกว่าเดิมนะครับ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกและสุรานี้ไปกับข้าด้วยใจจริงครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%