วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 19

พลังปราณไร้ที่สิ้นสุด

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นอายโลหิตและไอเย็นยะเยือกของค่ายกลอัสนีสวรรค์ยังไม่ทันจางหาย พื้นศิลาแกร่งเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ บรรยากาศรอบบริเวณประลองยุทธ์ตระกูลใหญ่กดดันจนผู้อาวุโสหลายท่านถึงกับใบหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วสารทิศ ราวกับเวลาถูกแช่แข็งด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง "เด็กน้อย... เจ้าคิดจะท้าทายกฎแห่งฟ้าดินจริงๆ หรือ" เสียงทุ้มต่ำตvาดก้องจากผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอคอยทัณฑ์สวรรค์ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามจ้องมองไปยังจุดศูนย์กลางของลานประลอง หลินเฟยแย้มยิ้มมุมปากอย่างเกียจคร้าน ในมือขวาถือไหสุหราเซียนที่ยังคงมีหยาดน้ำสีมรกตกระฉายออกมาตามแรงกระตุ้นของลมปราณ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามกระแสลมปราณรอบตัวที่หมุนวนเป็นพายุเกลียวคลื่น เขายกไหสุราขึ้นจิบหนึ่งคำอย่างไม่แยแสต่อสายตานับพันคู่ที่จับจ้องมา ราวกับสถานการณ์อันตึงเครียดตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกคาเฟ่ในโรงเตี๊ยมข้างทาง "กฎแห่งฟ้าดินงั้นหรือ?" หลินเฟยหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองเหล่าผู้ฝึกตนระดับสูงที่ยืนล้อมรอบ "ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้ข้า แล้วนับประสาอะไรกับกฎปลอมๆ ที่พวกเจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังผู้คน" สิ้นคำพูด ร่างของหลินเฟยก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่จิตสัมผัสของยอดฝีมือขอบเขตผสานวิญญาณก็ยังจับCrสติสัมปชัญญะไม่ได้! *ตูーム!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นศิลาใต้เท้าของผู้อาวุโสสูงสุดแตกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา ร่างของอีกฝ่ายกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว กระอักเลือดคำโตออกมาสดๆ ร้อนๆ ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าชราภาพ เขาไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มรุ่นลูกหลานผู้นี้จะมีความเร็วและพละกำลังที่เหนือล้ำเกินจินตนาการ "เร็วมาก... วิชาตัวเบาอันใดกัน!" ผู้อาวุโสแซ่หวังกัดฟันกรอด ฝ่ามือสั่นเทารีบโคจรพลังปราณมารักษาอาการบาดเจ็บภายในอย่างเร่งด่วน ณ มุมหนึ่งของลานประลอง ไป๋หนิงเซียนยืนสงบนิ่งอยู่ภายใต้ผ้าแพรบางเบาสีขาวบริสุทธิ์ ดวงเนตรคู่งามดุจหยกสลักจับจ้องร่างของหลินเฟยไม่วางตา ภายในใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งความภาคภูมิใจ ความห่วงใย และความอาลัยอาวรณ์ที่ผูกพันกันข้ามภพชาติ นางรู้ดีว่าวิถีที่หลินเฟยกำลังก้าวเดินอยู่นั้นเต็มไปด้วยขวากหนามและทัณฑ์สวรรค์ที่พร้อมจะแผดเผาเขาให้มอดไหม้ แต่ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมืดมนเพียงใด นางก็พร้อมจะเคียงข้างและกระบี่ในมือของนางก็จะยอมแปดเปื้อนโลหิตเพื่อปกป้องเขาเช่นกัน "เฟยหลาง... ท่านช่างไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ" ไป๋หนิงเซียนรำพึงกับตนเองแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากงาม ดุจดอกเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางพายุหิมะ ทำเอาเหล่าคุณชายตระกูลใหญ่ที่แอบมองนางอยู่ถึงกับเคลิบเคลิ้มลืมหายใจ ทว่า ในวินาทีนั้นเอง ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์นับพันสายฟาดผ่าลงมาบรรจบกัน ณ จุดที่หลินเฟยยืนอยู่ แรงกดดันระดับมหาเทพปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ จนเหล่าผู้ฝึกตนรอบด้านต่างพากันเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว นี่คือ "ทัณฑ์อัสนีเก้าชั้นฟ้า" ทัณฑ์สวรรค์ที่แท้จริงเพื่อลงทัณฑ์ผู้ที่ฝืนลิขิต! หลินเฟยเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายและประกายความบ้าคลั่งของเซียนสุราผู้ไม่ก้มหัวให้ใคร เขากระชากจุกไหสุราออกแล้วเทของเหลวที่เหลือลงคอจนหมดสิ้น ก่อนจะโยนไหดินเผาทิ้งลงพื้นแตกกระจาย "อยากลองดีกับข้าหรือ... เช่นนั้นก็เข้ามา!" หลินเฟยคำรามก้อง ทะยานร่างพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าปะทะกับสายฟ้าสีทองคำโดยตรงด้วยมือเปล่า! พลังปราณไร้ที่สิ้นສຸດระเบิดออกรัศมีร้อยลี้ แสงสว่างเจิดจ้ากลืนกินทุกสรรพสิ่งจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา ท่ามกลางแสงสว่างจ้าที่สาดส่องไปทั่วทิศทาง ร่างของเงาลึกลับผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องหลังไป๋หนิงเซียน พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้หัวใจของนางต้องกระตุกวูบ "องค์หญิง... ถึงเวลาที่ท่านต้องเลือกระหว่างแดนเซียนกับมันแล้ว" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับคมกระบี่และหยาดสุราในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%