วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 13

การทะลวงขั้นที่หนึ่ง

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นอายสุราหมักร้อยปีคละคลุ้งผสมผสานกับคาวโลหิตจางๆ ภายในถ้ำลับแลแห่งเทือกเขาอัคคีทมิฬ หลินเฟยมิได้ใส่ใจต่อบาดแผลฉกรรจ์บนแผ่นหลังที่ยังคงไหลรินเป็นทางยาว ดวงตาคมปลาบดุจคมกระบี่คู่นั้นจดจ้องมองไปยังแผ่นศิลาโบราณตรงหน้า ซึ่งสลักอักขระปราณสวรรค์เก้าขั้นอันเลือนราง ร่างกายของเขายามนี้สั่นสะท้านด้วยพิษไข้แห่งการฝืนทะลวงจุดชีพจรที่ถูกปิดตายมานานนับปี มวลพลังปราณดิบเถื่อนดั่งพายุคลั่งกำลังพยายามฉีกกระชากเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อของเขาให้ขาดออกจากกัน ทว่าริมฝีปากของชายหนุ่มกลับประดับไว้ด้วยรอยยิ้มหยันฟ้าดินอันเป็นเอกลักษณ์ "หึ... สระโบราณนี้นับว่าดูถูกกระดูกเหล็กเส้นเอ็นทองคำของข้าเกินไปกระมั้ง" หลินเฟยพึมพำเบาๆ ก่อนจะยกไหสุราในมือขึ้นกระดกอึกใหญ่ รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ ปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งมหาเทพที่หลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งของร่างสวะนี้ให้ตื่นขึ้น มารดาแห่งโชคชะตาอาจกำหนดให้เขาเกิดมาพร้อมจุดตันหยั่งรากลึกที่ไร้ซึ่งอนาคต แต่สำหรับ "เซียนสุราเมามาย" เช่นเขาแล้ว ลิขิตฟ้าหรือจะสู้กำปั้นและคมกระบี่ในมือ! ในขณะเดียวกัน ที่ปากถ้ำซึ่งถูกปกป้องด้วยค่ายกลลวงตา ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูของ ไป๋หนิงเซียน ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด นางมิได้เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทว่าทั่วทั้งร่างกลับแผ่ไอเย็นเยือกที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของผู้ฝึกยุทธขอบเขตหลอมรวมลมปราณให้แตกดับได้ในพริบตา ปลายกระบี่เซียนในมือสั่นระริกเบาๆ สะท้อนความกังวลลึกซึ้งที่นางพยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าอันเย็นชาและไร้ความรู้สึก นางรู้ดีว่าการทะลวงขอบเขตจาก "ร่างสวะ" สู่ "ขอบเขตปราณแท้จริง" ขั้นที่หนึ่งนั้นอันตรายเพียงใด หากก้าวพลาดเพียงครึ่งนิ้ว เส้นชีพจรหัวใจจะแตกสลาย และหลินเฟยจะดับสูญชั่วกาลนาน "หลินเฟย..." เสียงหวานใสที่ติดจะเย็นชาเอמהขึ้นแผ่วเบาคล้ายรำพึงกับสายลม "ท่านอย่าได้ตายเป็นอันขาด... หากท่านกล้าทิ้งข้าไว้ในแดนมนุษย์นี้ลำพัง ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หรือทำลายล้างแดนเซียนให้สิ้นซาก ข้า... ไป๋หนิงเซียน ก็จะลากพวกมันทั้งหมดลงมาเป็นเพื่อนท่านในขุมนรก" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ ทว่ากลับเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำเอาสรรพสัตว์ในรัศมีร้อยลี้ต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว ภายในถ้ำ หลินเฟยย่อมสัมผัสได้ถึงความห่วงใยอันดุดันของหญิงสาว เขาหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ "ยายตัวแสบ... เจ้าช่างไม่รู้วิถีของลูกผู้ชายเอาเสียเลย การก้าวข้ามขีดจำกัด ย่อมต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดอันหอมหวาน" สิ้นคำพูด ร่างของหลินเฟยก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง จุดตันเถียนในร่างระเบิดเสียงคำรามดั่งอสนีบาตฟาดผ่า! *ตูมมม!* คลื่นกระแทกสีทองอร่ามพวยพุ่งทะลุเพดานถ้ำพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องนามยวิกาล เมฆฝนสีนิลก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน สายฟ้าสีม่วงเข้มพันธนาการฟาดเปรี้ยงลงมาตรงปากถ้ำราวกับสวรรค์กำลังพิโรธที่มนุษย์ผู้หนึ่งกล้าอาจหาญฝืนชะตาชีวิต! นี่คือ "ทัณฑ์สวรรค์ขั้นต้น" บททดสอบของผู้ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งสังสารวัฏ! ไป๋หนิงเซียนเงยหน้าขึ้นมองสายฟ้าสีม่วงที่กำลังคำรามกึกก้อง ดวงตางามวาวโรจน์ด้วยประกายสังหาร นางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว เตรียมชักกระบี่เซียนคู่กายเพื่อตัดผ่าสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์นั้นแทนชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ "หนิงเซียน... ถอยไป" เสียงทุ้มนุ่มลึกอันคุ้นเคยดังลอดออกมาจากม่านพลังปราณที่กำลังปั่นป่วน หลินเฟยค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ทั่วร่างจะอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ทว่าแววตานั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงตะวันยามเที่ยงวัน รอยยิ้มมุมปากหยักลึกบ่งบอกถึงความฮึกเหิมที่มิอาจประเมินค่า "สายฟ้านี่... อ่อนหัดเกินไปที่จะมาพรากชีวิตของข้า" หลินเฟยเงยหน้าท้าทายผืนฟ้า มือขวาคว้าไหสุราที่เหลือเพียงก้นไหสาดซัดหยาดสุราสุดท้ายขึ้นไปบนอากาศ หยาดน้ำใสผสมผสานกับกลิ่นอายปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ แตกตัวออกเป็นอักษรนับหมื่นตัวที่รายล้อมรอบกายเขา ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งทะยานสวนสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ขึ้นไปอย่างไร้ความเกรงกลัว! ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่แห่งเจตจำนงของหลินเฟยปะทะเข้ากับสายฟ้าสีม่วงเข้มกลางนภานั้นเอง แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ค่ายกลลวงวันที่ไป๋หนิงเซียนติดตั้งไว้รอบถ้ำถูกทำลายลงในพริบตาโดยพลังงานลึกลับที่ทรงพลังกว่าเดิมนับร้อยเท่า! เงาร่างสีดำทมิฬนับสิบสายปรากฏขึ้นล้อมรอบปากถ้ำอย่างเงียบเชียบ ผู้นำกลุ่มเป็นชายชราสวมหน้ากากกระดูกอสูร นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องมองไปที่หลินเฟยซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพที่น่าชมยิ่งนัก... นายน้อยหลินเฟย เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าตระกูลหลินจะปล่อยให้เศษสวะอย่างเจ้าได้ลืมตาอ้าปากและก้าวข้ามขีดจำกัดสำเร็จ?" ชายชราหน้ากากกระดูกเอמהด้วยน้ำเสียงแหบพร่าบาดแก้วหู "วันนี้... คือวันตายของพวกเจ้าทั้งสองคน!" หลินเฟยที่ลอยอยู่กลางอากาศชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเย็นชาลงอย่างน่ากลัว ในขณะที่ไป๋หนิงเซียนตวัดกระบี่เซียนชี้ตรงไปยังกลุ่มผู้มาใหม่โดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดให้เสียเวลา ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%