โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบผืนปฐพี ดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของอสนีบาต
ในถ้ำลึกลับแห่งหุบเขาอัคคีผลาญสวรรค์ อุณหภูมิความร้อนสูงจนทำให้อากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่น ทว่าเบื้องหน้าหลินเฟยกลับปรากฏร่างของสัตว์อสูรบรรพกาลที่ทรงอำนาจที่สุดตัวหนึ่งในตำนาน—"มังกรเพลิงทมิฬ" ดวงตาสสีทองอร่ามคู่นั้นใหญ่โตราวกับทะเลสาบ ส่องประกายเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของผู้เป็นเจ้าแห่งน่านฟ้า
"มนุษย์... เจ้ากล้าดียังไงถึงบังอาจก้าวล้ำเข้ามายังเขตอาคมของข้า แถมยังบังอาจเอ่ยปากขอทำพันธสัญญาเลือด?" เสียงทุ้มต่ำดังก้องสะท้อนในจิตวิญญาณ สั่นคลอนปราณคุ้มกันร่างของหลินเฟยจนแทบแตกซ่าน
หลินเฟยไม่แม้แต่จะขยับตัว สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำโบราณ มือซ้ายถือไหสุราหมักร้อยปีที่ยังคงส่งกลิ่นหอมกรุ่นตัดกับกลิ่นกำมะถันและไอร้อนระอุได้อย่างน่าประหลาด เขายกไหขึ้นจิบอึกหนึ่งอย่างใจเย็น ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก แววตาทอประกายความกวนประสาทและท้าทายในคราวเดียวกัน
"สุราดี... ต้องคู่กับสหายร่วมดื่มที่คอแข็งพอสมควร" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เจ้ามังกรเพลิง ข้าไม่ได้มาเพื่ออ้อนวอนขอความเมตตาจากเจ้า แต่ข้ามาเพื่อให้เกียรติเจ้าต่างหาก บนเส้นทางบำเพ็ญเพียรที่ฝืนลิขิตฟ้าดินนี้ การเดินทางคนเดียวมันเหงาเกินไปนัก มีสัตว์อสูรน่ารำคาญอย่างเจ้าคอยบินตามหลัง คงช่วยแก้เบื่อไปได้ไม่น้อย"
"สามห่าว!" มังกรเพลิงทมิฬคำรามลั่น แรงกดดันระดับบรรพกาลระเบิดออกทันที เปลวเพลิงสีดำสนิทพวยพุ่งจากปากของมันแผดเผาหินผาละลายกลายเป็นลาวาในพริบตา
ทว่า ในวินาทีที่เปลวเพลิงกำลังจะกลืนกินร่างของหลินเฟย ร่างของสตรีชุดขาวผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ
ไป๋หนิงเซียน นางเซียนผู้สูงส่งและเย็นชา ดึงกระบี่เซียนออกจากฝัก ชั่วพริบตานั้นแสงกระบี่สีฟ้าครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดราวกับดวงดาราตกลงสู่พื้นดิน ปราณกระบี่อันบริสุทธิ์และเยือกเย็นแช่แข็งเปลวเพลิงสีดำให้มอดดับลงในกระบวนท่าเดียว นางไม่เหลียวแลมองมังกรเพลิงด้วยซ้ำ สายตาคู่สวยที่ปกติเย็นชาไร้ความรู้สึก กลับทอดมองหลินเฟยด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง
"ท่านพี่... บาดเจ็บหรือไม่?" น้ำเสียงไพเราะราวกับเสียงขลุ่ยหยกเอמהถามแผ่วเบา แต่กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะผ่าปฐพีหากมีผู้ใดกล้าทำร้ายบุรุษของนาง
"เจ้าค่ะน้องหนิงเซียน คนระดับนี้หรือจะทำให้ข้าบาดเจ็บได้" หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ดวงตาคมกริบหันกลับไปจ้องมองมังกรเพลิงทมิฬอีกครั้ง "ว่าอย่างไร? หรือเจ้าอยากจะลองลิ้มรสดาบของฮูหยินข้าดูก่อน แล้วค่อยมาคุยกันเรื่องสัญญาเลือด?"
มังกรเพลิงทมิฬสะท้านเฮือก มันสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวจากสตรีชุดขาวผู้นี้ พลังที่กดข่มสายเลือดมังกรของมันจนสั่นเทา ยิ่งไปกว่านั้น นัยน์ตาของมนุษย์ชายผู้นี้ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจและอำนาจที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
ดวงตาของมังกรเพลิงทมิฬฉายแววลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว มันก้มหัวอันใหญ่โตลงต่ำ ยอมจำนนต่อจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของหลินเฟย
"ดี... มนุษย์นามหลินเฟย ข้าผู้เป็นเจ้าแห่งอัคคีบรรพกาล ขอใช้โลหิตแห่งหัวใจทำพันธสัญญาเลือดร่วมกับเจ้า นับแต่นี้จิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียว ตายเกิดร่วมกัน!"
หยดเลือดสีทองเข้มข้นขนาดเท่ากำปั้นไหลออกจากหว่างคิ้วของมังกรเพลิง พุ่งเข้าสู่กลางหน้าผากของหลินเฟยทันที แสงสีแดงฉานสว่างวาบปกคลุมทั่วทั้งถ้ำ อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นรอบตัวของทั้งสอง พลังปราณฟ้าดินทะลักทะลายเข้าสู่ร่างของหลินเฟยอย่างบ้าคลั่ง ขอบเขตพลังของเขาที่ติดค้างมานานเกิดรอยร้าว เสียงคำรามก้องจากห้วงลึกของฟ้าดินดังขึ้นรับรู้การบังเกิดใหม่ของขุมพลังที่น่าสะพรึงกลัว
ทว่า ในขณะที่การทำพันธสัญญากำลังจะสมบูรณ์แบบ ทันใดนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม อากาศภายในถ้ำพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด กลิ่นอายโบราณที่ชั่วร้ายและเก่าแก่อย่างยิ่งยวดแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกของมิติที่เพิ่งเปิดออก
เงามืดร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ฮ่าๆๆ... ทำพันธสัญญาเลือดกับสัตว์อสูรบรรพกาลอย่างนั้นหรือ? น่าสนุกเสียจริง แต่เกรงว่า... เจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้มันหรอกนะ หลินเฟย!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับคมกระบี่และหยาดสุราในบทนี้นะครับ
วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 21
สัตว์อสูรบรรพกาล
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!