วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 4

หุบเขาเมรัยทิพย์

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นไอสังหารสีเงินยวงที่แผ่ซ่านมาจากยอดเสาธงสำนักเมื่อครู่ ยังคงทิ้งร่องรอยความเย็นเยียบไว้ในห้วงอากาศ ราวกับเกล็ดน้ำแข็งพันปีที่ถูกโปรยปรายลงกลางฤดูร้อน ทว่าบนลานหินสีนิล หลินเฟยกลับมิได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกไหสุราขึ้นกระทบเรียวปาก ปล่อยให้รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอไหลรินลงสู่ลำไส้ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันและร่องรอยความทรงจำอันยาวนานเกินกว่าที่ผู้ใดในโลกหล้าจะจินตนาการถึง "สามพันปี... คิดไม่ถึงว่าพวกสุนัขรับใช้ที่เคยหมอบกราบแทบเท้าข้า จะยังหลงเหลือเดรัจฉานที่ดองยาอายุวัฒนะจนมีชีวิตรอดมาได้ถึงยุคนี้" ดวงตาคมกริบของอดีตมหาเทพเหลือบมองไปยังทิศทางที่เงาร่างทั้งสามหายลับไป ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ร่างอรชรในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยจะก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ไป๋หนิงเซียนมิได้เอ่ยถามถึงเงาร่างลึกลับเหล่านั้น นางเพียงแต่ยื่นมือเรียวบางดั่งหยกขาวออกไปสัมผัสไหสุราในมือเขาเบาๆ ไอเย็นจากพลังเซียนบริสุทธิ์ผสานเข้ากับกลิ่นอายสุรา ทำให้บรรยากาศรอบตัวสงบลงอย่างประหลาด "ท่านพี่... แผลเก่าในห้วงวิญญาณของท่าน ยังไม่เหมาะสมที่จะปะทะกับ 'ค่ายกลดาราผลาญภพ' ในยามนี้" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชาต่อทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า ทว่ากลับอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งเมื่อเอ่ยกับเขาเพียงผู้เดียว หลินเฟยหันไปสบตากับนาง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู "หนิงเซียน เจ้าก็รู้ว่าสุราดี ยิ่งเก่ายิ่งหอมหวาน... การจะหลอมรวมพลังปราณดาราเพื่อทะลวงผ่าน 'ขอบเขตราชันย์เทวะ' ขั้นที่เก้า จำเป็นต้องใช้ 'เพลิงสุราเหมันต์' เป็นสื่อกลาง และวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้สุราหมักขวดนี้สมบูรณ์แบบ ก็มิได้อยู่ไกลจากที่นี่เลย" "หุบเขาเมรัยทิพย์..." ไป๋หนิงเซียนพึมพำแผ่วเบา นางย่อมรู้ดีว่าสถานที่แห่งนั้นอันตรายเพียงใด แม้จะเป็นแดนลับแลที่ซ่อนตัวอยู่รอยต่อระหว่างภพ แต่มันก็เต็มไปด้วยสัตว์อสูรบรรพกาลและอาคมโบราณที่หลับใหล ทว่าเมื่อเห็นประกายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายของบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ นางจึงพยักหน้ารับช้าๆ "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะนำทางให้ท่านเอง" การเดินทางสู่ "หุบเขาเมรัยทิพย์" เริ่มต้นขึ้นในยามที่ราตรีโรยตัวลงมาปกคลุมผืนป่าโบราณ ทั้งสองทะยานร่างผ่านยอดไม้ราวกับภูตผีไร้เงา ความเร็วของพวกเขาเหนือล้ำกว่าขีดจำกัดของยอดฝีมือในยุทธภพยุคปัจจุบันไปไกลลิบลับ หลินเฟยใช้เคล็ดวิชา 'ก้าวย่างวสันต์เมามาย' ทุกย่างก้าวที่เขาลากผ่าน ทิ้งหยดสุราทิพย์ไว้เบื้องหลัง กลายเป็นละอองหมอกสีครามที่ช่วยอำพรางกลิ่นอายพลังปราณของทั้งคู่จากสายตาของพวกมันสมิงและเซียนมารที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด เบื้องหน้าของพวกเขา ปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นพิภพที่มีไอหมอกสีม่วงพวยพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา กลิ่นอายของสุราโบราณลอยคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ หุบเขาเมรัยทิพย์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่าง ผนังหินทั้งสองด้านเรียบลื่นราวกับถูกตัดด้วยกระบี่เซียน และตรงใจกลางหุบเขานั้นเอง คือที่ตั้งของ 'บึงมรกตพันปี' สถานที่ซึ่งดอกบัวสุราเพลิงสวรรค์เติบโต "ระวังตัวด้วย" หลินเฟยเอ่ยเตือนเสียงกระซิบ เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากอาคมโบราณที่ปกคลุมปากทางเข้าหุบเขา แรงกดดันนี้ไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือจิตสังหารที่ถูกสะสมมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ผู้ใดที่มีจิตใจไม่มั่นคงเพียงพอย่อมถูกภาพหลอนเข้าครอบงำจนลมปราณแตกซ่านและตายตกไปตามกัน ทันใดนั้นเอง ผิวน้ำในบึงมรกตเบื้องล่างก็เกิดอาการปั่นป่วนอย่างรุนแรง ฟองอากาศขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เงาร่างมหึมาที่มีเกล็ดสีเขียวมรกตและมีเขาคู่ใหญ่ราวกับมังกรโบราณโผล่พั้นน้ำขึ้นมา มันคือ 'ราชันย์อสูรวารีทมิฬ' สัตว์อสูรพิทักษ์บึงสุราที่มีตบะบำเพ็ญมานานกว่าสองพันปี! ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความโกรธเกรี้ยว อ้าปากพ่นไอพิษสีดำสนิทเข้าใส่ ทว่าไป๋หนิงเซียนไม่แม้แต่จะกะพริบตา นิ้วเรียวดั่งหยกขาวดีดออกเบาๆ กระบี่บินประกายแสงสีฟ้าเจิดจรัสพุ่งแหวกอากาศออกไปปะทะกับไอพิษจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้โขดหินรอบด้านพังทลายลงมาเป็นจุล "เจ้าอสูรตัวนี้ รสชาติเลือดคงไม่เลวที่จะนำมาใช้หมักร่วมกับโสมพันปี" หลินเฟยหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี มือขวาตบเข้าที่ข้างเอวเบาๆ ดาบโบราณเล่มเรียบที่ไม่มีแม้แต่ลวดลายประดับพลันหลุดออกจากฝัก เสียงคมดาบเสียดสีกับอากาศดังกังวานใสราศีกระดิ่งเงิน ทว่ากลับซ่อนเร้นไอสังหารที่สามารถผ่าฟ้าดินได้ครึ่งซีกเอาไว้ เขาย่างก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขากลายเป็นเงาสลัว พลังปราณสีทองอร่ามระเบิดออกจากร่างทะยานขึ้นสู่ท้องนภา บดบังรัตติกาลให้สว่างวาบราวกับกลางวัน ในวินาทีที่คมดาบในมือของอดีตมหาเทพกำลังจะเหวี่ยงลงตัดผ่านลำคอของราชันย์อสูรวารีทมิฬนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากด้านหลังของหุบเขา เป็นเสียงที่หลินเฟยคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เสียงของกระบี่ที่สั่นพ้องกับพลังดาราจักร "ช้าก่อน... ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านยังใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะ" น้ำเสียงเยือกเย็นที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้ายดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของสัตว์อสูร พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีเงินปักลายดาราที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกหนาทึบ เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นรูปดาวเหนือหน้าผาก... บุคคลที่ควรจะตายตกไปพร้อมกับสงครามเทพเมื่อสามพันปีก่อน บัดนี้กลับยืนอยู่เบื้องหน้าเขา พร้อมกับปลายกระบี่ที่ชี้ตรงมายังหัวใจของเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและดื่มด่ำไปกับรสสุราแห่งโชคชะตานี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%