วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 2

วิชาลับในเศษเสี้ยวความทรงจำ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นหอมกรุ่นของสุราหมักท้อสวรรค์คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ภายในห้องพักคับแคบของเรือนศิษย์สาย外 หลินเฟยป้องไหสุราในมือซ้าย ปลายนิ้วเรียวยาวดีดเคาะผิวเคลือบดินเผาเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับทอประกายล้ำลึกดั่งห้วงมหาสนิท เขากวาดสายตามองร่องรอยคราบโลหิตบนพื้นไม้กระดานผุพัง ซึ่งเป็นหลักฐานอันเด่นชัดจากความเย่อหยิ่งโง่เขลาของเหล่าศิษย์พี่สายในที่เพิ่งยกพวกมาหาเรื่องเมื่อยามพลบค่ำ "น่ารำคาญเสียจริง... สุราดีๆ เสียรสชาติหมดเพราะพวกมดปลวกไร้ค่า" หลินเฟยพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏแววเย้ยหยันฟ้าดิน ในร่างของศิษย์สวะผู้มีเส้นชีพจรพิการและจุดตันเถียนร้าวรานผู้นี้ แท้จริงแล้วคือจิตวิญญาณอันเป็นอมตะของมหาเทพผู้เคยพลิกปฐพีด้วยกระบี่เดียว ทว่าการจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างในยุทธภพเบื้องบนและชำระหนี้เลือดในอดีตชาติ ฐานะ ‘ศิษย์สวะ’ ย่อมเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซากในคราเดียว ฉับพลันนั้น อุณหภูมิภายในห้องกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน! บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นสีครามเข้ม ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง นางยืนสง่างามอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดรับลมราตรี เรือนผมสีดำสนิทดุจรัตติกาลทิ้งตัวสยายเคลียแผ่นหลังระหง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลมราวกับนางเซียนผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ทว่าใบหน้างดงามล้ำเลิศกลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี นัยน์ตาคู่หงส์จ้องมองหลินเฟยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยห้วงอารมณ์อันซับซ้อน ทั้งความเป็นห่วง ความโหยหา และความดุดันดั่งเทพศาสตรา "เจ้ายังกล้าดื่มสุราอีกหรือ หลินเฟย" น้ำเสียงไพเราะราวกับเสียงระฆังเงินกังวาน ทว่าเย็นเยียบเสียจนหยดน้ำค้างนอกหน้าต่างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นางคือไป๋หนิงเซียน องค์หญิงแห่งแดนเซียนผู้ยอมฝ่าฝืนกฎสวรรค์และแบกรับทัณฑ์ทรมานอันหาที่เปรียบมิได้ เพื่อติดตามดวงจิตของชายหนุ่มข้ามผ่านวัฏสงสารมายังดินแดนรกร้างแห่งนี้ หลินเฟยแย้มยิ้มบางเบา เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย วางไหสุราลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างแผ่วเบา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้สตรีผู้เป็นเจ้าของดวงใจ ยื่นมือออกไปหมายจะเกลียวปอยผมที่ปลิวมาปรกแก้วเนียนนุ่มของนาง ทว่าไป๋หนิงเซียนกลับเบือนหน้าหนีเล็กน้อย แม้ดวงตาจะฉายแววไหววูบด้วยความโหยหา แต่ความเย่อหยิ่งตามสายเลือดเซียนยังคงค้ำคอ "เจ้าโง่เขลา... รู้ตัวหรือไม่ว่าการกระทำของเจ้าเมื่อคร่าว1 ทำให้พวกมันส่งยอดฝีมือระดับหลอมรวมวิญญาณมาสังหารเจ้าในอีกสามวันให้หลัง?" ไป๋หนิงเซียนเอ่ยตำหนิ เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกังวลที่พยายามเก็บซ่อนไว้ "หนิงเซียนของข้า..." หลินเฟยทอดถอนใจยาวนาน น้ำเสียงเจือความเจ้าชู้และอบอุ่นในคราวเดียวกัน "โลกหล้าจะส่งใครมา ไม่สำคัญเท่ากับว่า... เจ้าเป็นห่วงข้าใช่หรือไม่?" "ใครเป็นห่วงเจ้ากัน!" นางสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นเย็นชา ทว่าใบหูขาวเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "ข้าเพียงแต่กลัวว่าเจ้าจะตายก่อนที่... ก่อนที่เราจะสะสางหนี้แค้นกับพวกมันสำเร็จต่างหาก" หลินเฟยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขารู้ดีว่าใต้ท่าทีเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งของนาง ซ่อนเร้นหัวใจที่ร้อนรุ่มเพียงใดเพื่อเขา ทันใดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มก็เลือนหายไป แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "เจ้าพูดถูก... สามวันน้อยเกินไปสำหรับการฟื้นฟูพลัง" หลินเฟยหันหลังกลับไปยังเตียงนอน ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ หลับตาลงตั้งจิตเป็นสมาธิ "ดังนั้น... ข้าจึงต้องใช้ 'กุญแจ' ดอกนั้น" ไป๋หนิงเซียนขมวดคิ้วมุ่น "หรือว่าเจ้าจะ..." "ใช่ เศษเสี้ยวความทรงจำแห่งมหาเทพที่หลงเหลืออยู่ในห้วงลึกของจิตวิญญาณ... ถึงเวลาที่ต้องปลุกมันขึ้นมาแล้ว" หลินเฟยประสานอินด้วยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วและแม่นยำ อักขระโบราณสีทองอร่ามปรากฏขึ้นรอบตัวเขาทีละตัว ส่องแสงสว่างเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดภายในห้องจนหมดสิ้น พลังปราณรอบตัวแปรปรวนอย่างรุนแรงจนโครงสร้างเรือนไม้สั่นสะเทือน ลมปราณฟ้าดินหลั่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาดั่งกระแสน้ำป่าที่ไหลบ่า ทว่าจุดตันเถียนที่ร้าวรานกลับส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด อาการสะท้อนกลับทำให้มุมปากของหลินเฟยมีโลหิตสีดำไหลรินลงมา "หลินเฟย!" ไป๋หนิงเซียนอุทานด้วยความตกใจ ร่างระหงพุ่งเข้าไปใกล้หมายจะถ่าย ธิปราณเซียนเข้าช่วยประคับประคอง "อย่าเข้ามา!" หลินเฟยคำรามลั่น เสียงของเขาทรงพลังอำนาจจนไป๋หนิงเซียนต้องชะงักฝีเท้า "นี่คือทัณฑ์แห่งอดีตชาติ หากข้าก้าวข้ามผ่านมันไม่ได้... ข้าก็ไม่คู่ควรจะเคียงข้างเจ้าในฐานמהมหาเทพอีกต่อไป!" ภายในห้วงจิตสำนึกของหลินเฟย ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติกำลังฉายชัดราวกับภาพวาด มหาสงครามแห่งเก้าชั้นฟ้า เหล่าทวยเทพและปีศาจต่างประหัตประหารกันจนเลือดนองปฐพี คมกระบี่เล่มหนึ่งที่ส่องประกายเจิดจ้าทะลวงผ่านร่างของศัตรูคู่อาฆาต ก่อนที่ตัวเขาจะถูกหักหลังและร่วงหล่นสู่ห้วงมิติอันมืดมิด ทว่าในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่ความทรงจำจะดับวับ ปรากฏภาพของคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งลอยวนอยู่ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ—**"วิชาคัมภีร์กระบี่ไร้ลักษณ์กลืนนภา"**! นี่คือเคล็ดวิชาต้องห้ามที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องสั่นสะทอน มันไม่ใช่การฝึกฝนปราณทั่วไป แต่เป็นการกลืนกินพลังฟ้าดินและจิตวิญญาณของศัตรูมาเป็นของตนเอง! *เปรี้ยง! เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางท้องฟ้าเหนือสำนัก แม้จะเป็นยามราตรีที่ไร้เมฆฝน ทว่าท้องนภากลับปรากฏเมฆทัณฑ์สีดำสนิทแผ่ขยายปกคลุมรัศมีนับร้อยลี้ แรงกดดันระดับมหาเทพแผ่ซ่านลงมาจนเหล่าผู้อาวุโสในสำนักต้องสะดุ้งตื่นจากการเข้าฌานด้วยความหวาดผسาด* ไป๋หนิงเซียนแหงนมองท้องฟ้า แววตาฉายประกายความกังวลระคนตกตะลึง นางพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า... เขาบังคับทะลวงวิชาลับนั้นจริงๆ หรือนี่?" บนเตียงไม้ หลินเฟยลืมตาโพนขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างข้างหนึ่งดำสนิทดุจรัตติกาล อีกข้างสว่างวาบด้วยประกายแสงสีทองของอัคคีสวรรค์ ออร่าพลังปราณรอบตัวระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี พลังยุทธของเขาพุ่งทะยานจากขั้นรวบรวมปราณทะลุผ่านขั้นก่อกำเนิด และกำลังจะก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมวิญญาณในชั่วพริบตา! ทว่า ในวินาทีที่พลังกำลังจะทะยานถึงจุดสูงสุด ประตูไม้หน้าห้องพักก็ถูกพังทลายลงด้วยพลังปราณอันรุนแรง เศษไม้กระจายเกลื่อนกลาด "ศิษย์น้องหลินเฟย... ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ เจ้าสร้างความวุ่นวายอันใดในสำนักกัน?" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีม่วงเข้ม ปักลายกระบี่ไขว้บนอกเสื้อ—ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักกระบี่เมฆา ผู้มีพลังยุทธขั้นหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์! และด้านหลังของเขาคือกลุ่มศิษย์สายในที่พ่ายแพ้เมื่อวันก่อน พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมรอการเอาคืน หลินเฟยค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชักกระบี่ขึ้นสนิมเล่มเก่าออกจากฝัก ช้าๆ ทว่ามั่นคง รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ในขณะที่ไป๋หนิงเซียนขยับกายมาอยู่เคียงข้าง พร้อมชักกระบี่เซียนประกายน้ำแข็งออกมาเตรียมพร้อมสะบั้นหัวศัตรู ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับคมกระบี่และหยาดสุรานี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%