วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า•ตอนที่ 23

ความรักที่ถูกขัดขวาง

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"กฎเกณฑ์ของตระกูลไป๋… ตั้งแต่บรรพกาลจนถึงยุคปัจจุบัน ไม่เคยมีกฎข้อใดอนุญาตให้เศษสวะจากแดนมนุษย์ผู้ต่ำต้อย ปีปسปีนขึ้นมาเคียงคู่กับไข่มุกสวรรค์แห่งตระกูลเรา!" เสียงคำรามกึกก้องด้วยลมปราณระดับราชันย์เซียนสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักเมฆาพยัคฆ์ แรงกดดันอันมหาศาลหนักอึ้งราภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนพื้นศิลาหยกขาวจนแตกร้าวเป็นทางยาว ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่น่าหวาดหวั่นพรرดพรึงนี้ กลับมีเสียงกระดกไหสุขาดัง *อึก... ฮ่า* ตามด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสุราหมักร้อยปีที่ลอยละล่องตัดกับไอสังหารในห้องโถงอย่างสิ้นเชิง หลินเฟยแย้มยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นทอประกายลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน มือข้างหนึ่งถือไหสุราหยกเขียว ในขณะที่มืออีกข้างหมุนจอกสุราเล่นไปมาอย่างเกียจคร้าน "ผู้อาวุโสไป๋… ท่านกล่าวคำว่า 'ต่ำต้อย' บ่อยเกินไปจนข้าเกรงว่าต่อให้ท่านอมน้ำลายล้างปากอีกสักร้อยรอบ ก็คงชำระล้างความคับแคบในใจของท่านไม่ได้หรอกกระมัง" หลินเฟยเอ่ยน้ำนิ่งเรียบ ทว่าทุกคำกลับบาดลึกดั่งคมกระบี่ที่กรีดแทงลงกลางใจ "สามหาม!" ไป๋เทียนฉี ผู้อำนวยการอาวุโสแห่งตระกูลไป๋ ตบโต๊ะศิลาจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน "เจ้าเป็นเพียงมดปลวกผู้หนึ่ง อาศัยโชคช่วยและเล่ห์กลอันใดจึงอาจเอื้อมมาแตะต้องหลานสาวข้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่า ไป๋หนิงเซียน ถูกกำหนดให้แต่งตั้งเป็น องค์หญิงรัชทายาทแห่งแดนเซียนเก้าสวรรค์ นางมีพันธะที่ต้องแบกรับอนาคตของพวกเราไว้บนบ่า เจ้ามันก็เป็นแค่ไอ้ขี้เมาไร้ค่าคนหนึ่ง ที่ต่อให้อีกสิบล้านปีก็ไม่มีวันเอื้อมถึงเงาของนาง!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเยือกเย็นลงจนถึงขีดสุด ไป๋หนิงเซียน ซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังเสาหยกสลักลายมังกร นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดู รัศมีเซียนรอบกายเย็นชาและสูงส่งจนผู้คนไม่กล้าสบตา ทว่าในยามนี้ ดวงตาคู่สวยที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณกลับไหววูบ หยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่ที่หางตาอย่างน่าเวทนา นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ย่างสามขุมก้าวออกมาเบื้องหน้า ปกป้องหลินเฟยไว้ด้วยร่างอันบอบบาง "ท่านปู่… เรื่องระหว่างข้ากับพี่หลินเฟย ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะมาตัดสินได้!" น้ำเสียงของนางเยียบเย็น ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด "หนิงเซียน! เจ้ากล้าเถียงข้าหรือ!" ไป๋เทียนฉีแผดเสียงตวาด "มองดูหน้ามันสิ! มันมีอะไรคู่ควรกับเจ้า? พลังบำเพ็ญเพียรก็เป็นแค่ขั้นชำระกายา สกุลเงินเซียนก็ไม่มี ตระกูลเบื้องหลังก็เป็นเพียงเศษธุลีในโลกมนุษย์ การที่ตระกูลไป๋ยอมไว้ชีวิตมันจนถึงตอนนี้ก็ถือว่าเมตตามากพอแล้ว จงตัดขาดกับมันเสีย มิฉะนั้น… อย่าหาว่าข้าคนนี้ไร้ไมตรีจิต!" แรงกดดันระดับเซียนแท้จริงแผ่พุ่งออกจากร่างของไป๋เทียนฉีหมายบดขยี้หลินเฟยให้แหลกเป็นจุลในพริบตาเดียว! หลินเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นบนอาภรณ์สีเทาเก่าคร่ำคร่าของตนเองเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว *เปรี้ยง!* เพียงแค่เขาก้าวเท้าเข้าใส่แรงกดดันนั้น พื้นศิลาหยกที่แข็งแกร่งกลับระเบิดออกเป็นวงกว้าง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์สายหนึ่งพวยพุ่งออกจากร่างของหลินเฟยโดยไม่ต้องชักอาวุธ มันต้านทานแรงกดดันระดับราชันย์เซียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำเอาไป๋เทียนฉีถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตื่นตระหนก "กฎเกณฑ์ของตระกูลไป๋งั้นหรือ?" หลินเฟยหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่น่าเกรงขาม "ข้าหลินเฟย ใช้ชีวิตอยู่เหนือฟ้าดินมานับไม่ถ้วน ลิขิตฟ้ายังเคยถูกข้าเฉือนทิ้งมาแล้ว นับประสาอะไรกับกฎเกณฑ์คร่ำครึที่พวกท่านตั้งขึ้นมาเพื่อสนองตัณหาอำนาจของตนเอง?" "สามหาม! เจ้ากล้าดียังไงมาลบหลู่บรรพบุรุษตระกูลไป๋!" เหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่รอบด้านต่างพากันลุกขึ้นพร้อมเพรียง ไอสังหารนับร้อยสายพรั่งพรูออกมาจากร่างของพวกเขา หมายรุมฉีกร่างชายหนุ่มเป็นชิ้นๆ "หยุดนะ!" ไป๋หนิงเซียนกางแขนออกสุดตัว ขวางหน้าหลินเฟยไว้ หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบพื้นศิลา เสียงของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและร้าวราน "หากพวกท่านต้องการฆ่าเขา… ก็ต้องก้าวผ่านศพข้าไปก่อน!" "หนิงเซียน!" ไป๋เทียนฉีโกรธจนแทบกระอักเลือด "เจ้าหลงกลมารยาของมันจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วหรือ? ดี! ในเมื่อเจ้าเลือกเส้นทางนี้… ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าถูกขับไล่ออกจากตระกูลไป๋! ชื่อของ 'ไป๋หนิงเซียน' จะถูกลบออกจากบัญชีรายชื่อบรรพชน และเจ้าจะไม่ใช่ทายาทของพวกเราอีกต่อไป!" คำประกาศนั้นดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ไป๋หนิงเซียนตัวสั่นเทิ้ม ร่างกายเซถอยหลังไปเล็กน้อย ราวกับสายฟ้าได้ผ่าลงกลางดวงใจของนาง การถูกตัดขาดจากตระกูลหมายถึงการสูญเสียทุกสิ่ง ทั้งสถานะ ทรัพยากรบำเพ็ญ และสายสัมพันธ์เดียวที่นางมีมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะล้มลงนั้น อ้อมแขนที่อบอุ่นและคุ้นเคยก็โอบกอดเอวบางของนางเอาไว้ พร้อมกับกลิ่นอายสุราจางๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของบุรุษผู้ทะนงองอาศ หลินเฟยยกยิ้มอ่อนโยนให้พรรณราย นัยน์ตากลมโตคู่นั้นมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความลึกซึ้ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่ออำนาจของตระกูลใหญ่โตมโหฬารแม้แต่น้อย "เจ้าโง่เอ้ย…" หลินเฟยกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "พวกมันไม่ยอมรับเจ้า… แต่ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่า โลกใบนี้ต่อให้ไม่มีตระกูลไป๋ แต่หากมีเจ้าอยู่เคียงข้าง ข้าก็ไม่ต้องการสวรรค์ชั้นไหนอีกแล้ว" ไป๋หนิงเซียนซบหน้าลงกับอกเสื้อของหลินเฟย น้ำตาที่กลั้นมานานหลั่งรินออกมาเปียกชื้น ทว่าความอบอุ่นในใจกลับขับไล่ความหนาวเหน็บทั้งหมดออกไปจนหมดสิ้น "เจ้าเด็กอวดดี! คิดว่าพาตัวนางหนีไปแล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือตระกูลไป๋อย่างนั้นหรือ?" ไป๋เทียนฉีสะบัดชายแขนเสื้อ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมเกรียม "ส่งราชองครักษ์เงาโลหิต! ล่าหัวมันสองคนมาสังเวยหน้าประตูตระกูลให้จงได้!" ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะระเบิดออกเป็นสงครามล้างผลาญนั้นเอง ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เมฆดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์สายหนึ่งผ่าแหกผืนฟ้าลงมาปะทะกับยอดตำหนักเมฆาพยัคฆ์จนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะอันเย็นเยียบ กึกก้อง และทรงพลังจนทำให้จิตวิญญาณของทุกคนในห้องโถงต้องสั่นสะท้าน ก็ดังแว่วมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน *ฮ่าๆๆๆ… ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย…* ร่างเงาสีดำสนิทผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย ไอพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดทับแม้แต่ไป๋เทียนฉีจนต้องคุกเข่าลงข้างหนึ่งโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเงาลึกล้ำนั้นก้าวเท้าเหยียบลงมาบนพื้นตำหนัก ดวงตาของหลินเฟยก็หรี่แคบลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวจากอดีตชาติ! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับคมกระบี่และหยาดสุราในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพิโรธ จารึกคมดาบสยบฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%