เสียงเหรียญทองกระทบกันในถุงผ้าไหมเนื้อหยาบดัง ‘กริ๊ง’ หนักแน่น กังวาน และสะท้อนความจริงอันน่าตกตะลึง ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงเล็กๆ ในเรือนไม้ไผ่
หลินฟางกะพริบตาปริบๆ มองสิ่งของในมือของบุรุษร่างสูงใหญ่ตรงหน้า นางไม่ได้ตาฝาด และไม่ได้หูฝาดอย่างแน่นอน น้ำหนักที่ถ่วงลงบนฝ่ามือบอกชัดเจนว่ามันคือทองคำแท้บริสุทธิ์ ไม่ใช่เศษเหล็กหรือโลหะชุบราคาถูกที่มักใช้หลอกตาชาวบ้านในตลาดชายแดนแห่งนี้
“ท่านแม่ทัพ… นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ” หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำสงสัยแกแกมระคนตกใจ ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างใบหน้าคมเข้มที่นิ่งสนิทราวกับรูปสลักหิน กับถุงเงินหนักอึ้งที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ
หานหยางถอนหายใจเบาๆ ไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมยามวิกาลยังคงลอยกรุ่น นายทหารผู้เกรียงไกรผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดในสนามรบ กลับมีแววตาอ่อนโยนอย่างประหลาดเมื่อทอดมองภรรยาหมาดๆ ของตน
“ข้าไม่ได้ซื้อของเจ้าด้วยฐานะแม่ทัพ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง “ข้าซื้อด้วยฐานะของสามีผู้หิวโหย… และในฐานะบุรุษผู้ไม่อาจปฏิเสธรสชาติอาหารที่เจ้าปรุงได้อีกต่อไปแล้ว”
คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำหวานเชื่อมเลี่ยน แต่กลับทำให้ใบหน้านวลของหลินฟางร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ นางรีบเบนสายตาหลบไปมองถุงเงินในมือเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายบนมุมปาก ขุนพลผู้เย็นชาผู้นี้ นับวันยิ่งรู้จักวิธีมัดใจคนด้วยการกระทำที่คาดไม่ถึงเสียจริง
“ข้าวกล่องสามมื้อ ราคานี้มันมากเกินไป มากจนเรียกว่า ‘จ่ายเกินควร’ เสียด้วยซ้ำนะครับ” หลินฟางแย้งขึ้นเบาๆ พร้อมกับชูถุงเหรียญทองขึ้นระดับสายตา “อีกอย่าง เราตกลงกันไว้แล้วนี่ครับ ว่าท่านช่วยงานในฟาร์ม ส่วนข้าเป็นคนทำอาหาร ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม”
“ความยุติธรรมในค่ายทหาร กับความสุขในเรือนหลังนี้ไม่เหมือนกันหรอกนะฟางเอ๋อร์” หานหยางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนป่าโชยเข้าแตะจมูก “อาหารที่เจ้าทำ… มันไม่ใช่แค่ประทังชีวิต แต่มันรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หมอหลวงยังส่ายหน้า และมันทำให้ข้าอยากกลับบ้านเร็วขึ้นทุกวัน นั่นคือสิ่งที่ตีราคาเป็นตัวเลขไม่ได้ต่างหาก”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินฟางก็เม้มปากแน่น นางรู้ดีว่าอาการช้ำภายในจากการทำศึกของชายผู้นี้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วก็เพราะมิติคลังวัตถุดิบ ที่นางแอบใส่สมุนไพรทิพย์และวัตถุดิบชั้นเลิศลงไปในข้าวกล่องทุกมื้อ เพื่อบำรุงร่างกายของเขาอย่างลับๆ ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นและซาบซึ้งใจถึงเพียงนี้
“ถ้าเช่นนั้น…” หลินฟางเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับเชฟมือโปรผุดขึ้นที่มุมปาก “ในเมื่อท่านแม่ทัพใจป้ำมอบค่าตอบแทนล่วงหน้ามามากมายขนาดนี้ ข้าในฐานะภรรยาและแม่ครัวประจำเรือน ก็ย่อมต้องแสดงฝีมือให้สมกับฐานะ ‘สามีผู้กระเป๋าหนัก’ เสียหน่อยแล้วกระมังครับ”
ว่าแล้วนางก็สะบัดมือเบาๆ ท่ามกลางความมืดที่บังตา ห้วงมิติพิเศษถูกเปิดออกชั่วพริบตาเพื่อหยิบวัตถุดิบชั้นยอดที่ซ่อนไว้ ออกมาเตรียมพร้อมสำหรับมื้อค่ำสุดพิเศษนี้
เสียง ‘ฉู่…!’ ดังขึ้นเมื่อเนื้อหมูสามชั้นติดมันแทรกชั้นสวยงามกลิ่นหอมกรุ่นสัมผัสกับผิวกระทะเหล็กที่ร้อนได้ที่ หลินฟางกำลังบรรจงทำเมนู ‘หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้’ ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานหลายชั่วยามจนเนื้อนุ่มละลายในปาก หนังหมูสีน้ำตาลเข้มมันเงาวับส่งกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจีนโป๊ยกั๊กและอบเชยที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังต้มซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวนวลข้น รสชาติหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติที่ซึมซับสารอาหารและพลังงานอย่างเต็มเปี่ยม หานหยางที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เขาจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายมาตลอดชีวิตทหาร แต่ยามนี้ต่อหน้าสำรับของหลินฟาง ความอดทนของแม่ทัพผู้เกรียงไกรกลับพังทลายลงอย่างราบคาบ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความหิวโหยที่กำลังก่อตัวขึ้น เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรัวเร็วและไร้มารยาทจากด้านนอกเรือน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“หลินฟาง! นังตัวดี! ข้าได้ยินกลิ่นเนื้อหอมโวนี่มาจากปากซอย เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในเรือนผีสิงนี่แล้วจะชักดาบหนี้สินของตระกูลได้นะ!”
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแผดทะลุความเงียบยามค่ำคืนเข้ามา เป็นเสียงของป้าสะใภ้จอมโลภแห่งตระกูลหลิวผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าละอายใจ นางบุกมาถึงเรือนพร้อมกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน หวังจะมาทวงส่วนแบ่งจากข่าวลือที่ว่าหลินฟางกำลังทำมาค้าขึ้นและมีเงินทองซ่อนอยู่
หลินฟางชะงักมือที่กำลังตักซุปใส่ถ้วย รอยยิ้มละมุนเมื่อครู่พลันมลายหายไป แทนที่ด้วยแววตาดุดันเย็นชาที่ฉายประกายอันตราย นางหันไปสบตากับหานหยางที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะเวลาแห่งความสุข
หานหยางขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้นไปจัดการกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยความเด็ดขาดตามวิถีทหาร แต่หลินฟางกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
“ไม่ต้องหรอกครับท่านพี่…” หลินฟางเอ่ยเสียงเบา ทว่าแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาสามีถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ “ในเมื่อพวกเขานำพาตัวเองมาหาเรื่องถึงที่ แถมยังมาในเวลาที่อาหารกำลังหอมกรุ่นเช่นนี้… เราก็ควรจะต้อนรับพวกเขาให้สมฐานะ ‘ญาติผู้ประเสริฐ’ เสียหน่อยนะครับ”
นางวางทัพพีลงช้าๆ เดินตรงไปที่ประตูพร้อมกับถุงเหรียญทองที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะ โดยทิ้งกลิ่นหอมเย้ายวนของหมูสามชั้นตุ๋นให้ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วบริเวณต้อนรับผู้มาเยือนยามวิกาล
กลิ่นหอมที่กระตุ้นความโลภและความหิวโหยในเวลาเดียวกันกำลังจะปะทะเข้ากับความโลภอย่างไร้ขีดจำกัดของญาติผู้สูบเลือดสูบเนื้อ และในวินาทีที่ประตูกำลังจะถูกกระชากเปิดออกนั้นเอง แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกก็สะท้อนร่างของใครอีกคนหนึ่งที่ก้าวตามหลังป้าสะใภ้มาติดๆ—บุคคลที่ทำให้หลินฟางต้องหรี่ตามองด้วยความตกใจระคนแปลกใจ เพราะเขาคือคนจากจวนอ๋องที่นางไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ!
กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย•ตอนที่ 4
ค่าตอบแทนของความอิ่ม
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!