กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของปุ๋ยหมักเน่าเสียที่เพื่อนบ้านจอมเจ้าเล่ห์จงใจสาดเข้ามาประชิดแนวรั้วบ้าน ส่งกลิ่นตลบอบอวลจนหลินฟางต้องขมวดคิ้วมุ่น นางวางจอบในมือลงช้าๆ พลางใช้ผ้าขนหนูผืนเก่าซับเหงื่อบนหน้าผาก ดวงตากลมโตฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาวับหนึ่ง—คนตระกูลเฉินพวกนี้ ช่างขยันหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ คิดจะใช้ดินเสื่อมโทรมแปลงนี้บีบคั้นให้พวกนางสามีภรรยาจนมุมอย่างนั้นหรือ ช่างฝันกลางวันเสียจริง
"ปล่อยให้พวกเขาใจชื้นไปก่อนเถอะครับ ฟางฟาง" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหานหยางที่เดินเลี่ยงมาจากชายทุ่ง ในมือของเขาถือถังไม้บรรจุน้ำสะอาดมาด้วย ดวงตาคมกริบกวาดมองแนวรั้วที่เปรอะเปื้อนด้วยร่องรอยกลั่นแกล้ง รังสีความกดดันแผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มจนแทบทำให้บรรยากาศรอบกายลดฮวบลง "ถ้าเจ้าไม่สบายใจ ผมจะไปจัดการให้เอง"
"ไม่ต้องหรอกครับท่านพี่ คนพวกนั้นแค่อยากเห็นเราจมปลักอยู่กับความล้มเหลว ยิ่งเราแสดงความหัวเสียออกมา พวกเขากยิ่งได้ใจ" หลินฟางแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจนหานหยางอดไม่ได้ที่จะมองอย่างหลงใหล "ในเมื่อดินแปลงนี้มันแห้งแล้งจนปลูกอะไรไม่ขึ้น งั้นเราก็มาพลิกแผ่นดินนี้ให้กลายเป็นทองคำกันดีกว่าครับ"
ว่าแล้ว หลินฟางก็อาศัยจังหวะที่หานหยางหันไปตักน้ำ ลอบส่งจิตเข้าไปในมิติคลังวัตถุดิบ ภายในนั้น ชั้นวางยาสมุนไพรและคลังแสงเกษตรกรรมเรืองแสงสีทองเรื่อๆ ปุ๋ยวิเศษสูตรเข้มข้นที่สกัดจากซากพืชโบราณและแร่ธาตุในมิติถูกบรรจุอยู่ในถุงผ้าไหมกันน้ำ นางแสร้งทำเป็นเดินไปหยิบกระสอบปุ๋ยธรรมดาที่มุมห้องเก็บของ แต่แท้จริงแล้วภายในคือปุ๋ยวิเศษที่เจือจางด้วยน้ำค้างมิติ ซึ่งมีอณูพลังงานบริสุทธิ์เข้มข้นระดับที่สามารถฟื้นฟูผืนดินที่ตายซากให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้ภายในชั่วข้ามคืน
"ช่วยผมหน่อยนะครับท่านพี่ ช่วยขุดดินตรงร่องนี้ให้ลึกขึ้นอีกหน่อย" หลินฟางเอ่ยปากขอร้องพลางส่งสายตาออดอ้อนนิดๆ
หานหยางพยักหน้ารับอย่างตามใจ เขาไม่เคยขัดใจภรรยาตัวน้อยผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ร่างหนาตวัดจอบขุดพลิกหน้าดินอย่างคล่องแคล่วและทรงพลัง ทุกจังหวะที่จอบกระทบพื้นแสดงถึงพละกำลังอันเหนือมนุษย์ แม้ว่าอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เคยเล่นงานเขาจะหายไปเกือบหมดแล้วด้วยอาหารบำรุงของหลินฟาง แต่ความเคยชินในการฝึกฝนร่างกายก็ยังคงอยู่ครบถ้วน
เมื่อดินถูกขุดเป็นร่องยาว หลินฟางก็เริ่มโปรยปุ๋ยวิเศษลงไปอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ผงปุ๋ยสีทองจางๆ สัมผัสกับดินแห้งแล้งสีเทาหม่น ปฏิกิริยาก็เกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ดินที่เคยแข็งกระด้างราวกับหินผาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและร่วนซุย ไอน้ำอุ่นๆ พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ผืนดินราวกับมันกำลังหายใจ กลิ่นหอมสะอาดของดินชื้นหลังฝนตกกระจายตัวไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นเหม็นเน่าที่พวกคนใจร้ายทำไว้เสียจนหมดสิ้น
หานหยางหยุดมือลงชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เขาจ้องมองผืนดินที่เปลี่ยนสภาพไปต่อหน้าต่อตาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง แม้เขาจะรู้ว่าภรรยาของเขามีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ แต่วิชาการเกษตรที่เหนือธรรมชาติถึงเพียงนี้... มันเกินกว่าสามัญสำนึกของคนทั่วไปไปไกลโข
"นี่มัน..." หานหยางพึมพำเสียงแผ่ว
"ความลับครับ" หลินฟางหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ "ท่านพี่ต้องเก็บเป็นความลับระหว่างเรานะ ห้ามบอกใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกเราอาจจะกลายเป็นตัวประหลาดในสายตาชาวบ้านได้"
หานหยางอมยิ้ม มือหนายื่นไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงและปลอดภัยมาให้นาง "วางใจเถอะ ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ผมก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาแตะต้องความลับของเจ้า หรือทำร้ายเจ้าได้แม้แต่ปลายนิ้วเดียว"
บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานชื่นที่ชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายดังลั่นก็แว่วมาจากทางปากทางเข้าบ้าน ร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเฉินเดินนำหน้าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านอีกสองสามคนตรงดิ่งเข้ามาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความริษยาเมื่อเห็นสภาพดินที่เปลี่ยนไป
"หลินฟาง! นังสะใภ้ตัวดี! พวกเจ้าแอบทำอะไรกับที่ดินตรงนี้ ทำไมมันถึงมีกลิ่นหอมแปลกประหลาดนัก! หรือว่าพวกเจ้าแอบขโมยปุ๋ยของหลวงมาใช้หะ!" เสียงแหลมสูงแผดร้องลั่นบ้าน ขัดจังหวะความหวานของสองสามีภรรยาลงอย่างสิ้นเชิง
หลินฟางค่อยๆ ชักมือกลับ รอยยิ้มบนใบหน้าอันงดงามจางหายไปในพริบตา แววตาที่มองไปยังป้าสะใภ้ใหญ่เต็มไปด้วยความเย็นชาและคมกริบราวกับใบมีด นางก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บังร่างของสามีไว้เล็กน้อย แม้ว่านางจะเป็นฝ่ายหญิง แต่เรื่องต่อปากต่อคำกับคนไร้ยางอายเช่นนี้ นางไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดอยู่แล้ว
"ป้าสะใภ้ใหญ่... เสียงของท่านดังลั่นไปถึงท้ายหมู่บ้าน เกรงว่าสุนัขแถวนี้คงตกใจตื่นกันหมดแล้วกระมังครับ?" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเชือดเฉือน นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเย้ยหยัน "ส่วนเรื่องที่ดินตรงนี้จะเป็นอย่างไร มันคือหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเราสามีภรรยา หรือว่าท่านอิจฉาที่เห็นดินบ้านเราสมบูรณ์กว่าแปลงนาแห้งแล้งของครอบครัวท่านกันแน่?"
"นัง... นังเด็กปากกล้า!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าหลินฟางด้วยมืออันสั่นเทา "ข้าจะให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบดูว่าพวกเจ้าใช้เล่ห์กลอะไรสกปรกหรือเปล่า ดินผีสิงแบบนี้มันต้องมีคำสาปแน่ๆ!"
ผู้ใหญ่บ้านชราขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปใกล้แปลงดินเพื่อตรวจสอบ ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมสดชื่นของดินดีก็ลอยเข้าจมูกจนผู้ใหญ่บ้านถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความแปลกใจ ดวงตาฝ้าฟางฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
ในวินาทีที่ทุกคนกำลังชุลมุนและจดจ่ออยู่กับการพิสูจน์สภาพดินนั้นเอง หานหยางที่ยืนเงียบมาตลอดก็ก้าวออกมายืนเคียงข้างภรรยา สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ชายป่าด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นจุดอับสายตา ร่างเงาดำลึกลับในชุดคลุมสีเทาเข้มร่างหนึ่งกำลังหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ พร้อมกับง้างหน้าไม้เล็งตรงมาที่ร่างของหลินฟางอย่างเงียบเชียบ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย•ตอนที่ 7
วางแผนกู้ชีพผืนดิน
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!