"ฉึก!"
ลูกดอกหน้าไม้พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เป้าหมายคือจุดตายบริเวณลำคอของหลินฟาง แต่ทว่า ชั่วพริบตาก่อนที่ปลายเหล็กแหลมจะสัมผัสโดนผิวเนื้อ ร่างสูงใหญ่ของหานหยางก็ขยับราวกับภูผาเคลื่อนไหว มือหนาคว้าจับลูกดอกเหล็กกลางอากาศด้วยมือเปล่าอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้แขนเสื้อของเขาขาดวิ่น แต่สีหน้าของอดีตแม่ทัพกลับไร้ความหวาดกลัว มีเพียงประกายตาดุดันที่วาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
"บังaญ!"
หานหยางสะบัดข้อมือส่งลูกดอกนั้นกลับไปยังทิศทางเดิมด้วยพลังปราณอันกลึกล้ำ พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยและเสียงร่างกระแทกพุ่มไม้ดังสนั่น ทว่าเมื่อเขาพุ่งตัวตามไปตรวจสอบบริเวณหลังพุ่มไม้หนาทึบ ร่างของผู้ลอบสังหารกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงหยดเลือดสีดำคล้ำหยดหนึ่งบนใบไม้ ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพที่ใช้พิษร้ายและมีวิชาตัวเบาไม่ธรรมดา
หลินฟางรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ สามีของนางขมวดคิ้วมุ่น ปัดเศษใบไม้ออกจากบ่าพลางสำรวจเนื้อตัวภรรยาอย่างรวดเร็ว "เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ฟางเอ๋อร์?"
"น้องไม่เป็นไรครับท่านพี่..." หลินฟางส่ายหัวเบาๆ แววตาฉลาดเฉลียวทอประกายเย็นเยียบ นางก้มมองหยดเลือดสีดำบนพื้น "ดูท่าทาง... สุนัขรับใช้ของตระกูลหลิน หรือไม่ก็พวกอริเก่าของท่านพี่ เริ่มทนเห็นพวกเรามีความสุขไม่ได้เสียแล้วกระมั้งครับ"
หานหยางแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปทั่วผืนป่ารอบบ้าน "ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ส่งใครมา หากกล้าแตะต้องเจ้า มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
แม้เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อครู่จะสร้างความตึงเครียด แต่สำหรับหลินฟางผู้ผ่านโลกมามากและมีมิติลับอยู่ในมือ เหตุการณ์นี้หาได้ทำให้ขวัญเสียไม่ กลับกัน มันคือสัญญาณเตือนว่าพวกเขาจำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่งคั่งและยกระดับฝีมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เมื่อชาวบ้านและพวกญาติจอมแสบที่แอบมาดูลาดเลาะต่างพากันแยกย้ายกลับไปด้วยความหวาดผวาจากบรรยากาศรอบตัวของหานหยาง สองสามีภรรยาจึงใช้เวลาช่วงบ่ายคล้อยในการเดินเข้าสู่เขตป่าลึกหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับมิติลับของหลินฟาง
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเรือนยอดไม้ กลิ่นอายความชื้นของดินและใบไม้ผุอบอวลอยู่ในบรรยากาศ หลินฟางก้าวเดินอย่างมั่นใจโดยมีหานหยางคอยระแวดระวังภัยให้อย่างใกล้ชิด ทุกย่างก้าวของอดีตแม่ทัพเปรียบเสมือนเกราะคุ้ม ภัยชั้นดีให้นางสามารถโฟกัสกับการหาวัตถุดิบได้อย่างเต็มที่
"ท่านพี่ ดูตรงนั้นสิครับ" หลินฟางชี้ไปยังโคนต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ที่มีรากชอนไชผุดขึ้นมาจากพื้นดิน บริเวณนั้นมีแสงเรืองรองอ่อนๆ สีฟ้าครามสะท้อนลอดผ่านเงาไม้
หานหยางก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "นั่นคือ... เห็ดหิมะมรกต?"
"ถูกต้องครับ!" หลินฟางยิ้มกริ่มจนดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว เห็ดชนิดนี้หาพบได้ยากยิ่งในตำราสมุนไพรโบราณ มันเติบโตเฉพาะในจุดที่มีพลังปราณธรรมชาติหนาแน่นเท่านั้น หมวกเห็ดมีสีเขียวมรกตโปร่งแสง เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ และที่สำคัญที่สุดคือ มันมีสรรพคุณในการชะล้างสารพิษ บำรุงลมปราณ และฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหมาะกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังของหานหยางเป็นที่สุด
ไม่รอช้า หลินฟางหยิบถุงมือผ้าไหมพิเศษออกจากมิติลับบรรจงเก็บเห็ดหิมะมรกตดอกใหญ่อย่างทะนุถนอม กลิ่นหอมเย็นสดชื่นราวกับมิ้นท์ผสมโสมป่าลอยเข้าจมูกทันทีที่สัมผัสโดนผิวเนื้อ นอกจากเห็ดหิมะมรกตแล้ว นางยังได้เก็บเห็ดพญาย่างที่มีกลิ่นหอมคล้ายเนื้อย่างรมควันตามธรรมชาติ และเห็ดน้ำค้างสวรรค์ที่มีรสชาติหวานฉ่ำราวกับลูกพีชจากในมิติมาสมทบด้วย
เมื่อกลับมาถึงห้องครัว หลินฟางก็สวมบทบาทเชฟมือโปรทันที นางมัดผมลวกๆ สวมผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความจริงจังและทรงเสน่ห์จนหานหยางที่นั่งมองอยู่ตรงมุมห้องอดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
"วันนี้ข้าจะทำเมนูที่ชื่อว่า 'ซุปไก่ป่าตุ๋นเห็ดสวรรค์สามสหาย' และ 'เห็ดหิมะมรกตผัดพริกเกลือกระทะเหล็ก' ให้ท่านพี่ได้ลองลิ้มรสดูครับ รับรองว่านอกจากจะอร่อยจนลิ้นพันกันแล้ว ยังช่วยขับพิษและเสริมพลังปราณให้ท่านได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอน"
เสียงสับเนื้อไก่ป่าดังตั้บๆ เป็นจังหวะ ตามด้วยเสียงซ่าของน้ำมันร้อนๆ ที่กระทบกับกระทะเหล็ก กลิ่นหอมฉุยของกระเทียมเจียวพริกไทย และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเห็ดหายากทั้งสามชนิดเริ่มฟุ้งกระจายผสมผสานกันอย่างลงตัว ลอยอบอวลทะลุกำแพงบ้านออกไปสู่ตรอกซอกซอยรอบข้าง
ความหอมระดับพรีเมียมนี้รุนแรงเสียจนทำให้เพื่อนบ้านที่กำลังตั้งวงกินข้าวเย็นถึงกับต้องวางตะเกียบ สูดปากน้ำลายสอ และเดินมาเกาะรั้วบ้านของพวกเขาด้วยความอิจฉาตาร้อน
ภายในครัว หลินฟางตักซุปสีทองใสใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ผิวน้ำซุปมีไอน้ำพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมล้ำลึกที่กระตุ้นต่อมรับรสได้อย่างรุนแรง นางยื่นชามให้สามีด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
หานหยางรับชามกระเบื้องมาถือไว้ ไออุ่นแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ เขาตักน้ำซุปเข้าปากช้าๆ ทันทีที่รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นกระจายไปทั่วโพรงปาก ความรู้สึกอุ่นวาบก็แล่นพล่านจากท้องน้อยกระจายไปทั่วเส้นเอ็นและกระดูก อาการเคล็ดขัดยอกจากการปะทะเมื่อตอนกลางวันหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับร่างกายได้รับการชำระล้างใหม่
"อร่อยมาก..." หานหยางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาส่อแววพึงพอใจอย่างหาได้ยาก
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและรสชาติอาหารอันเลิศรสอยู่นั้นเอง เสียงทุบประตูกระแทกระทั้นดังปังๆ จากด้านหน้าบ้านก็ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านและชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่พังประตูเข้ามา
"หลินฟาง! หานหยาง! ออกมาเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงแอบลักลอบค้าขายของเถื่อนผิดกฎหมายในหมู่บ้าน!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย•ตอนที่ 8
เมนูเด็ดจากป่าลึก
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!