กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 6

ใต้แสงจันทร์ที่อันตราย

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
เสียงทุบประตูปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่ดังทะลุเข้ามาในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ยังไม่น่าตกใจเท่ากับแววตาไหววับของพริมาในวินาทีนี้ ทายาทมาเฟียสาวผู้ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกให้ใครเห็น กลับกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวคว้าข้อมือของฉันไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วฉันจะหายลายลับไปกับความมืด “อย่าออกไปนะ รินรดา” เสียงกระซิบนั้นลอดไรฟัน ต่ำพร่า และสั่นระริกเล็กน้อยจนคนที่มักจะถือดีอย่างฉันต้องชะงัก บรรยากาศรอบตัวอلبาบอบบางจนน่าประหลาด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่โกลาหลอยู่ด้านล่างสะท้อนก้องขึ้นมาตามโครงสร้างเหล็กและกระจกนิรภัย แต่อุณหภูมิในห้องเพนต์เฮาส์กลับลดฮวบลงจนสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ฉันก้มมองมือที่กุมข้อมือตัวเองอยู่ ผิวเนื้อของพริมาเย็นเฉียบ แต่กลับส่งแรงสั่นสะท้อนความร้อนรุ่มบางอย่างมาถึงชีพจรของฉันได้อย่างน่าประหลาด “ปล่อยค่ะ คุณพริมา ลูกน้องของคุณกำลังเดือดร้อน หรือว่าคุณกลัวจนขาอ่อนแรงไปหมดแล้ว ถึงได้มาเกาะแขนฉันอยู่แบบนี้” ฉันเชิดหน้าขึ้น เอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทั้งที่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะไปหลายริกเตอร์กับความใกล้ชิดที่แนบชิดเกินความจำเป็น พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้เงาแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์วาวโรจน์ขึ้นอย่างดื้อรั้น เธอดึงรั้งฉันเข้าหาตัวอีกนิดจนแผ่นหลังของฉันแทบจะแนบติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ขณะที่ร่างเพรียวของเธอก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำผสมกับความตึงเครียดของสถานการณ์ ยิ่งทำให้สมองของฉันพร่ามัว “ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... ยกเว้นเรื่องเดียว” พริมาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของฉันอย่างจงใจ “กลัวว่าเธอจะฉวยโอกาสนี้วิ่งหนีหายไปจากสายตาฉันยังไงล่ะ รินรดา” ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้มีวิธีกวนประสาทฉันได้ในทุกสถานการณ์จริงๆ ไม่ว่าจะความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า หรือกระสุนปืนที่อาจจะลอยขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้ทุกเมื่อ เธอก็ยังมียางอายเหลือ2เปอร์เซ็นต์ไว้ใช้ยั่วโมโหฉันเสมอ “ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดที่จะทิ้งให้ใครต้องรับมือกับปัญหาคนเดียวหรอกนะ” ฉันพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้นรแรงบีบกลับยิ่งแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่หลอมรวมมาจากความดึงดันของเธอเอง “นั่นไม่ใช่ปัญหาของเธอ... แต่เป็นเกมของฉัน” พริมาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา เธอยกมืออีกข้างขึ้นมาไล้ปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของฉันอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราถูกไฟลน “และฉันเกลียดการเป็นฝ่ายแพ้ที่สุด โดยเฉพาะ... แพ้สายตาอวดดีของเธอ” ท่ามกลางเสียงโกลาหลที่ชั้นล่างและเงาตะคุ่มของกลุ่มคนที่กำลังพังประตูชั้นบันไดหนีไฟขึ้นมา เสียงหัวใจของฉันกลับดังกลบทุกสรรพเสียง ร่างสูงของพริมาขยับเข้าบดบังฉันไว้มิดชิด เธอไม่ได้ปกป้องฉันจากอันตรายภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เธอกำลังกักขังฉันไว้ในพื้นที่ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย—พื้นที่ที่มีแค่เราสองคน สายตาของพริมาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากของฉันชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ร่องรอยความเย่อหยิ่งทระนงหายวับไป เหลือเพียงประกายความโหยหาบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเย็นชา ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความกระด้างในคำพูดก่อนหน้านี้หายไปไหนหมดไม่รู้เมื่อปลายนิ้วที่ไล้แก้มเมื่อครู่เลื่อนลงมาแตะที่คางของฉันเบาๆ บังคับให้ฉันต้องแหงนเงยรับสัมผัสและแววตานั้นอย่างจำยอม “ถ้าอยากออกไปนัก...” พริมาเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มเย้ายวนใจในความมืด “พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าเธอแน่จริงพอที่จะยืนหยัดเคียงข้างฉัน... ไม่ใช่แค่ยืนเถียงฉันไปวันๆ” ยังไม่ทันที่ฉันจะทันได้อ้าปากตอกกลับคำท้าทายนั้น เสียงบานประตูนิรภัยชั้นเพนต์เฮาส์ที่ถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรงก็ดังสนั่นหวั่นไหว! โครงสร้างเหล็กส่งเสียงกรีดร้องน่ากลัวพร้อมกับบานประตูที่พังหลุดจากวงกบ ร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ทว่าก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทันได้ยกปืนขึ้นเล็งเป้า พริมากลับตวัดแขนรวบเอวฉันเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วดั่งเสือดาว พร้อมกับชักปืนพกสั้นสีเงินวาววับออกจากซองสะพายข้างขึ้นเล็งตรงไปยังผู้บุกรุกอย่างแม่นยำ โดยที่มืออีกข้างยังคงโอบกอดและกดศีรษะของฉันให้ซบลงกับลาดไหล่ของเธอเพื่อปกป้องจากวิถีกระสุนในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น! ปัง! เสียงปืนนัดแรกคำรามลั่นก้องเพนต์เฮาส์ กระจกบานยักษ์ด้านหลังแตกละเอียดกระจายราวกับเกล็ดดาว ท่ามกลางเศษกระจกที่ร่วงหล่นระยิบระยับใต้แสงจันทร์ พริมาที่กอดฉันไว้แน่นแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่แพ้กัน ก้มลงกระซิบข้างใบหูของฉันด้วยน้ำเสียงที่ทั้งดุดันและเย้ายวนใจในคราวเดียว “อยู่เฉยๆ ซะคนเก่ง... เพราะหลังจากคืนนี้ ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เธอกล้าต่อปากต่อคำกับฉันได้อีกเลย” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและความตื่นเต้นในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%