“สวัสดีค่ะคุณอา...”
ปลายนิ้วเรียวยาวของพริมาที่กดตัดสายไม่ได้ทำให้อุณหภูมิความระอุในห้องทำงานส่วนตัวลดลงแม้แต่น้อย รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดติดขัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบลำคอไว้แน่น ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนปลายนิ้วสั่นเทา เธอไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าเล่นเกมสกปรก เอาเรื่องส่วนตัวมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองต่อหน้าผู้ทรงอิทธิพลระดับนั้น
“เธอ... โรคจิตหรือไงพริมา!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ก้าวเท้าถอยหลังเมื่อร่างสูงระหงของคู่ปรับก้าวเข้ามาประชิด พื้นที่ในห้องแคบลงถนัดตาเมื่อแผ่นหลังของเธอบด and ชิดกับชั้นวางหนังสือราคาแพง
พริมาไม่ตอบ รอยยิ้มร้ายกาจยังคงประดับอยู่บนเรียวปากสีแดงระเรื่อ คล้ายเสือสาวที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธด้วยความพึงพอใจ เธอยกมือขึ้นท้าวกับชั้นวางหนังสือ กักขังร่างบางไว้ตรงกลางโดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังยี่ห้อโปรดผสมผสานกับความเร้าใจในบรรยากาศชวนให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“โกรธเหรอคะ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนรินรดาต้องหดคอหนีด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด “ทำหน้าแบบนี้สิคะถึงจะน่าสนุกหน่อย... ว่าแต่เมื่อกี้ที่คุณอาบอกว่าจะส่งคนมาจัดการฉันเองเนี่ย รินคิดว่าฉันควรกลัวดีไหมคะ?”
“ถอยไปนะพริมา!” รินรดาใช้สองมือดันลาดไหล่ภายใต้เสื้อสูทเนื้อดีของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่พริมากลับทำราวกับเธอกำลังออดอ้อม ร่างสูงใหญ่กว่านิดหน่อยขยับเข้ามาใกล้เสียจนหน้าอกแนบชิด ความอบอุ่นจากร่างกายที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
นี่ไม่ใช่แค่การเล่นสงครามประสาท แต่มันคือการยั่วยวนที่อันตรายที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเจอมาในชีวิต
“ไม่ถอยค่ะ... ทำไมฉันต้องถอย ในเมื่อคนในสายบอกเองว่า *‘ว่าที่ลูกสะใภ้’* ของตระกูลกำลังอยู่ในความดูแลของฉันอย่างใกล้ชิด” พริมาจงใจเน้นเสียงคำว่าว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างดื้อรั้น “ปากดีแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เก่งขึ้นมาได้ขนาดนี้?”
“ฉันจะเก่งหรือจะแย่ มันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ! ปล่อยฉันได้แล้ว พริมา!”
“ถ้าไม่ปล่อยล่ะคะ จะทำไม?”
พริมาโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกัน รินรดาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่มาจากตัวของอีกฝ่าย หัวใจในอกเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ สติสัมปชัญญะที่เคยมีเริ่มพร่าเลือนเมื่อดวงตาส่อประกายท้าทายคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความแข็งกระด้าง
ความเงียบงวดงันปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ รินรดาจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดจาเชือดเฉือน ก่อนจะเผลอไลחוสายตาลงมองกลีบปากคู่นั้นโดยไม่รู้ตัว ความคิดที่อยากจะเถียงกลับหายวับไปกับตา สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อพริมาไม่มีทีท่าว่าจะถอยห่าง แถมยังโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด... ใกล้เสียจนเกินขอบเขตของคำว่าคู่ปรับ
พริมาเองก็ชะงักไปเช่นกัน เมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเป็นประกาย ความถือดีและความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสั่นไหวที่ซ่อนไม่มิด กลิ่นกายหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของรินรดากำลังมึนเมาสติของทายาทมาเฟียสาวทีละน้อย นิ้วเรียวที่เคยวางอยู่บนชั้นหนังสือเปลี่ยนมาเชยคางมนขึ้นเบาๆ บังคับให้รินรดาเงยหน้าสบตากันตรงๆ
“มองปากฉันทำไมคะ... อยากลองชิมดูบ้างเหรอ?”
ไดอะล็อกท้าทายหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เป็นจังหวะเดียวกับที่รินรดาตวัดสายตากลับมาด้วยความถือดี ร่างบางพยายามฮึดสู้เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก
“คนหลงตัวเอง... อื้อ!”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อพริมาฉวยโอกาสที่เธอกำลังอ้าปากเถียง ประทับริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว!
สัมผัสแรกคือความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดลงมาอย่างไร้การปรานี รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความใกล้ชิดที่เกินเลยทำให้หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่ากลองศึก กลิ่นอายความเป็นพริมาแผ่ซ่านจนเธอแทบละลาย
มันไม่ใช่จูบที่รุนแรงหรือป่าเถื่อน แต่มันเต็มไปด้วยความดื้อรั้น ความเย้ายวน และแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้ดิ่งลึก พริมาเองก็ไม่ได้ผละออกอย่างที่ควรจะเป็น กลีบปากนุ่มหยุ่นขยับบด 𝜏าบเนิบนาบ เรียรียวลิ้นอุ่นร้อนแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างเสมือนเป็นการขออนุญาต ก่อนจะแทรกตัวผ่านความตกใจเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่ทำเอาคนถูกกระทำแทบยืนไม่อยู่
รินรดาพยายามจะผลักไส แต่มือทั้งสองข้างที่ควรจะดันอกอีกฝ่ายกลับไร้เรียวแรง มือเรียวเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของพริมาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความซาบซ่านแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ไล่ระดับความร้อนขึ้นมาถึงใบหูและพวงแก้ม รสชาติของความพ่ายแพ้และชัยชนะผสมปนเปกันอยู่ในจูบที่ไม่ได้ตั้งใจครั้งนี้... จูบที่ดึงพวกเธอตกหลุมพรางของกันและกันโดยสมบูรณ์
พริมาผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปลายจมูกยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่แดงก่ำ ดวงตาคู่คมฉายแววพึงพอใจระคนประหลาดใจไม่แพ้กัน เธอกวาดสายตามองริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยของรินรดา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์
“...หวานกว่าที่คิดนะคะ”
รินรดายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง ความอับอายและความโกรธตีรวนขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกวาบหวิวที่เธอเกลียดนักที่มันเกิดขึ้น เธอกำหมัดแน่น เงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากด่ากราดให้สาสมกับความอวดดีนั้น
ทว่า... ก่อนที่เสียงหวานๆ จะทันได้หลุดจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท!
“คุณพริมาคะ! แย่แล้วค่ะ มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ชั้นล่าง—”
ร่างของเลขานุการส่วนตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า—ภาพที่เจ้านายสาวผู้เย่อหยิ่งกำลังยืนกักขังรินรดาไว้ในระยะประชิด ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงดูแดงช้ำผิดปรกติ และบรรยากาศรอบตัวก็ร้อนระอุราวกับมีเปลวไฟล้อมรอบ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาติดกับดักความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 12
จูบที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!