"ถ้าคุณยังกล้าก้าวขาถอยหลังออกไปอีกก้าวเดียว รินรดา... ฉันจะทำให้คุณรู้ซึ้งเองว่า การถูกล่าโดยมาเฟียมันให้รสชาติที่ทรมานและหวานหอมขนาดไหน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดริมใบหูนั้นเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้จนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวยาวของพริมาที่ตรึงข้อมือของฉันไว้กับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือพันธนาการที่ชัดเจนและเด็ดขาดว่า ต่อให้ฉันเป็นคนหัวดื้อแค่ไหนในสายตาคนอื่น แต่ในอาณาจักรส่วนตัวของทายาทตระกูลดังแห่งนี้ ฉันเป็นได้แค่เหยื่อที่เธอจงใจตีตราจองไว้แล้วเท่านั้น
ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามซ่อนความสั่นไหวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจไว้ใต้รอยยิ้มเยาะหยัน "ปล่อยฉันพริมา อย่ามาทำตัวเผด็จการแถวนี้ ฉันไม่ใช่ลูกน้องในโอการของคุณที่จะต้องมาคอยก้มหัวรับคำสั่ง!"
"ลูกน้องเหรอ?" พริมาทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเธอดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตาย ดวงตาสีนิลคู่สวยหรี่ลงอย่างอันตราย ขณะกวาดมองสำรวจใบหน้าและริมฝีปากที่เพิ่งผ่านการปะทะฝีปากกันมาหมาดๆ "กับลูกน้อง... ฉันไม่เคยเสียเวลามาไล่ต้อนจนมุมแบบนี้หรอกนะรินรดา"
ระยะห่างระหว่างเราแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวระอุขึ้นจนน่าประหลาดใจ แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าด้านนอกสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใส เผยให้เห็นเงาสะท้อนของคนสองคนที่ยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร รินรดายังคงเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตามที
ปมปัญหาที่ค้างคามาจากเหตุการณ์งานประมูลการกุศลเมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย ความลับเรื่องเอกสารสัญญาที่พริมาจงใจซ่อนไว้เพื่อผูกมัดฉันไว้กับโปรเจกต์นี้ก็ถูกเปิดโปงขึ้นมาอีก ยัยนี่มันร้ายกาจ... ร้ายกาจเสียจนฉันอยากจะหยิบแจกันดอกไม้แถวนี้มาฟาดหัวเธอสักทีสองทีเพื่อระบายความคับแค้นใจ
"คุณมันพวกเผด็จการไร้เหตุผล!" ฉันเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ แรงบีบที่ข้อมือกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นเท่านั้น จนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงจางๆ
"ไร้เหตุผลเหรอคะ..." พริมาขยับตัวเข้ามาใกล้จนหน้าอกของเราแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ถ้าฉันไร้เหตุผลจริงๆ ป่านนี้คุณคงไม่ได้มายืนเถียงฉอดๆ อยู่ตรงนี้หรอกรินรดา... รู้ไหมว่าคนอื่นที่กล้าลองดีกับฉัน เขาจบลงที่ตรงไหน?"
"ฉันไม่สนใจ! และก็ไม่มีวันสนใจด้วย!"
"งั้นเหรอคะ..."
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของทายาทมาเฟียสาว ก่อนที่ร่างเพรียวบางจะขยับเข้ามาประชิดอย่างไร้ช่องว่าง พริมาไม่ปล่อยให้ฉันได้ตั้งตัว ปล่อยมือข้างที่ตรึงข้อมือฉันไว้ข้างหนึ่ง แล้วเลื่อนเรียวแขนอีกข้างมาโอบเอวคอดกิ่วของฉันไว้แน่น รั้งเข้าหาตัวจนฉันแทบจะจมหายไปกับอกเสื้อสูทเนื้อดีของเธอ
"ปล่อยนะ! พริมา! คุณจะทำ--"
คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากนุ่มหยุ่นแต่เฉียบขาดทาบทับกลีบปากของฉันอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์สำหรับคนปากดี พริมาขบเม้มริมฝีปากฉันเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้อ้าปากรับสัมผัสที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่เธอจงใจพรากมันไปจากความดื้อรั้นของฉัน สมองของฉันขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปตามเส้นประสาททุกอณู
รสจูบที่ทั้งดุดันและเย้ายวนทำให้ฉันแทบยืนไม่อยู่ จนต้องเผลอยกมือขึ้นกำปกเสื้อสูทของเธอไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ปลายนิ้วของพริมาลากไล้ขึ้นมาตามแนวสันหลัง ส่งผ่านความร้อนระอุทะลุเนื้อผ้าจนฉันสะấuทานไม่ไหว ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจัดนั้นจะผละออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความบวมช้ำและหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่
ทว่า... ทุกอย่างยังไม่จบแค่นั้น
เมื่อใบหน้าคมคายของพริมาเคลื่อนต่ำลงมาซุกซอกอยู่ที่ต้นคอระหงของฉัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้ออ่อนทำให้ฉันสะดุ้งเฮือก พริมาสูดดมความหอมจากซอกคอฉันราวกับคนเสพติด ก่อนจะกดริมฝีปากลงหนักๆ บนผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดเสียงน่าอาย และขบเม้มเน้นย้ำซ้ำๆ เพื่อสร้างสัญลักษณ์บางอย่างที่ไม่อาจลบเลือนได้ในชั่วข้ามคืน
"พ...พริมา หยุดนะ... เจ็บ..." ฉันครางประท้วงเสียงสั่น พยายามเอียงคอหนีแต่ก็ไร้ผล
"จำเอาไว้นะรินรดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดผิวเนื้อที่กำลังร้อนผ่าว "รอยตรงนี้... มันคือเครื่องยืนยันว่าคุณเป็นของใคร และต่อให้คุณจะพยายามหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายคุณก็จะวิ่งกลับมาหาฉันอยู่ดี"
เธอผงศีรษะขึ้นมาสบตาฉันอีกครั้ง แววตาคู่คมนั้นพราวระยับด้วยความพึงพอใจราวกับผู้ชนะที่ได้ครอบครองสมบัติล้ำค่า บนลำคอขาวผ่องของฉันปรากฏรอยกุหลาบสีแดงเข้มเด่นชัด ซึ่งมันคือหลักฐานชั้นดีว่าฉันตกเป็นจำเลยรักของเธออย่างสมบูรณ์แบบแล้วในคืนนี้
ฉันเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจและเขินอายปะปนกันไปหมด ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบระเบิด มือบางเงื้อง่าขึ้นหมายจะตบสั่งสอนคนเผด็จการสักฉาด แต่ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือของฉันจะกระทบกับใบหน้าสวยเฉี่ยว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับร่างสูงของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว
"คุณพริมาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของเราที่คุมโกดังสินค้าทางเหนือรายงานมาว่า..."
ร่างของเลขาหนุ่มชะงักกึกทันทีที่เห็นสภาพของพวกเราทั้งสองคนในระยะประชิด รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ชิดกับมุมผนังโดยมีพริมายืนบังร่างไว้ครึ่งหนึ่ง ขณะที่รอยแดงเด่นชัดบนลำคอก็แทบไม่ต้องเดาเลยว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
พริมาตวัดสายตาคมกริบหันไปมองผู้บุกรุกด้วยแววตาเย็นเยียบที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะคะ บลัดดี้แมรี่
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 17
รอยจูบบนลำคอ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!