เสียงเอกสารปึกหนาถูกโยนกระทบพื้นกระจกโต๊ะทำงานดัง *ปึก* เป็นสัญญาณเตือนภัยที่รินรดาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเจ้าของความเย่อหยิ่งเบอร์หนึ่งแห่งตระกูลอัคร The Mafia กำลังแผ่รังสีความหงุดหงิดใส่เธออีกแล้ว
"อ่านซะ นั่นคือตารางงานทั้งหมดสามสัปดาห์ที่ปารีส และคุณ... ในฐานะที่ปรึกษาเฉพาะกิจ ต้องบินไปกับฉันคืนนี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเอาแต่ใจดังขึ้นจากปลายโต๊ะ พริมาในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับให้เรือนร่างระหงดูทรงอำนาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกันกำลังยืนกอดอกจ้องมองเธอด้วยแววตาดุดัน ใบหน้าคมคายนั้นเรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ถ้าสังเกตให้ดี ปลายนิ้วเรียวยาวที่ประสานกันไว้อย่างแน่นหนากลับกำลังจิกเข้าหากันเล็กน้อย—ร่องรอยความกระวนกระวายที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างไม่ยี่หระ เธอปัดปอยผมที่ตกลงมาทาบแก้มออกเบาๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน
"คืนนี้? คุณเพ้อเจ้ออะไรของคุณคะ คุณพริมา งานที่ปรึกษาของฉันมันอยู่ในขอบเขตประเทศไทย และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้เป็นทาสในเรือนเบี้ยที่คุณจะนึกอยากลากหัวฉันไปไหนก็ได้ตามอำเภอใจ"
"เงินเดือนที่คุณได้จากฉัน มันมากพอที่จะซื้อเวลาของคุณตลอดชีวิตด้วยซ้ำ รินรดา" พริมาก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างที่เคยมีถูกย่นย่อลงจนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกลิ่นอายความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้หญิงตรงหน้า "อย่ามาเล่นตัวในเวลาที่ฉันไม่มีอารมณ์ขันค่ะ"
"แต่วันนี้ฉันก็ไม่มีอารมณ์ไปเป็นเบ๊ให้ใครเหมือนกันค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องตอบนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่านิดหน่อย แต่วิญญาณนักสู้ในตัวเธอไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ความเผด็จการนี้เด็ดขาด "อยากไปนักก็เชิญบินไปคนเดียวสคะ หรือถ้ากลัวเหงาจนนอนไม่หลับ ก็เอาตุ๊กตาหมีติดตัวไปสักตัว น่าจะเหมาะกับคนขี้เหงาแถวนี้มากกว่าฉันนะ"
"รินรดา!"
พริมากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน มือเรียวเอื้อมมากระชากข้อมือของรินรดาไว้ทันทีที่เธอทำท่าจะเดินเลี่ยงหนี แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงให้รินรดาต้องหยุดชะงักและเงยหน้าขึ้นสบตา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานส่วนตัว ชั่วขณะหนึ่ง... ในนัยน์ตาสีเข้มคู่สวยนั้นไม่มีร่องรอยของความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางบางอย่างที่วาบผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความดื้อรั้นตามนิสัย
"ฉันไม่ได้จะพาคุณไปเพื่อใช้งานเอกสารงี่เง่าพวกนั้น..." เสียงของพริมาอ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วที่กุมข้อมือรินรดาคลายน้ำหนักลง เผลอใช้นิ้วโป้งลูบไล้ผิวเนียนนุ่มที่ข้อมืออย่างเผลอไผล "ปารีสช่วงนี้... อากาศหนาวมาก และฉัน... ฉันไม่อยากไปอยู่ที่นั่นคนเดียว"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่ปกติเอาแต่ใจและเฉือดเฉือน ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ความดาร์กและเย้ายวนใจที่แผ่ออกมาจากตัวตนของพริมามักจะมีพลังทำลายล้างสูงเสมอ ยิ่งเวลาที่อีกฝ่ายถอดเขี้ยวเล็บแล้วแสดงด้านที่อ่อนแอออกมาแบบนี้ มันยิ่งอันตรายต่อหัวใจที่พยายามแข็งกระด้างของเธอเหลือเกิน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเว้าวอนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกเริ่มสั่นคลอน ปมในใจที่โหยหาอิสรภาพกำลังปะทะกับแรงดึงดูดประหลาดที่ผู้หญิงตรงหน้ามีให้อย่างไร้ทางสู้
"คุณกำลังใช้ไม้นี้เหรอคะ คุณพริมา..." เสียงของรินรดาแผ่วลง ความแข็งกร้าวหายไปเกือบหมดสิ้น เธอยกมืออีกข้างขึ้นแตะที่หลังมือของพริมาที่ยังกุมข้อมือเธออยู่ "คิดว่าใช้วิธีอ้อนวอนแบบนี้แล้วฉันจะใจอ่อนยอมตามใจคุณทุกอย่างหรือไง"
พริมาเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมตอบคำถามแต่กลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม ความเย้ายวนที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศทำให้สติของทั้งคู่เริ่มพร่าเลือน มือที่จับข้อมือเปลี่ยนเป็นโอบกระชับเอวบางของรินรดาเข้าหาตัวอย่างแนบแน่นโดยสัญชาตญาณ
"ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ..." พริมากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร "คุณจะยอมใจอ่อนให้ฉันสักครั้งไหม... รินรดา"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของกันและกัน รินรดากลั้นหายใจ ปลายนิ้วที่แตะอยู่บนหลังมือของพริมาเผลอจิกเกร็งด้วยความลังเล เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับเกมนี้... พ่ายแพ้ให้กับสายตาคู่นั้นอย่างราบคาบ
แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าหาเพื่อปิดช่องว่างระหว่างกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"คุณพริมาคะ! แขกคนสำคัญจากปารีสมาถึงเร็วกว่ากำหนด ตอนนี้เขารออยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างแล้วค่ะ!" เสียงเลขาหน้าห้องตะโกนผ่านประตูเข้ามา ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างในห้องให้พังทลายลงในพริบตา
พริมาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าแดงก่ำของรินรดาด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง ก่อนที่เธอจะผละตัวออกห่างอย่างจำใจ จัดสูทให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบตึงดังเดิม ทว่าก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู เธอกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของรินรดาอีกครั้ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนคนฟังขนลุกซู่
"เรายังคุยกันไม่จบ..." พริมากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและทรงเสน่ห์ "เก็บกระเป๋าซะ... แล้วเจอกันที่สนามบินคืนนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะไปลากคุณออกจากเตียงด้วยตัวเอง"
พูดจบ พริมาก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้รินรดายืนค้างอยู่กลางห้อง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล ใบ้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายและกรุ่นโกรธผสมปนเปกันไป
รินรดายกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่ไหวสะท้อนแรง ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังบางที่ลับตาไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหาย ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทไปแล้วกลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะคะ บลัดดี้แมรี่
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 18
ความห่างเหินชั่วคราว
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!