กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหรา ลอยวนเวียนจนน่าเวียนหัว ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบไม่ใช่กลิ่นนั้น แต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทีลอยชาย
ดวงตาคมกริบราวกับแมวป่าคู่นั้นกวาดมองสภาพความยุ่งเหยิงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ใบหน้าซึ่งซีดเผือดลงเล็กน้อยของหญิงสาว
"ตกใจอะไรคะ รินรดา หน้าตาเหมือนเห็นผี... ทั้งที่ฉันไม่ใช่ผี แต่เป็นคนที่เธอเพิ่ง 'ไล่' ออกไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วต่างหาก"
พริมายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเย่อหยิ่งและเยសยวนในเวลาเดียวกัน เจ้าของร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย ส้นรองเท้าเข็มสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่บีบเค้นลมหายใจของคนมองให้ติดขัด
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบดึงสติแล้วเชิดหน้าขึ้นตั้งรับ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และไร้ช่องโหว่ที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของคุณนะคะคุณพริมา อยากเข้าอยากออกตอนไหนก็ตามใจชอบงั้นเหรอ? การรักษาความปลอดภัยของตึกนี้คงต้องพิจารณาใหม่แล้วล่ะมั้ง ที่ปล่อยให้คนไม่มีมารยาทเดินเข้ามาตามอำเภอใจ"
วาจาเชือดเฉือนพ่นออกไปอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระֹจนออกมานอกอก ความโกรธผสมปนเปกับความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดทับมันไว้ลึกสุดขั้ว—ความรู้สึก 'โล่งอก' ที่ได้เห็นใบหน้านี้อีกครั้งอย่างน่าประหลาด
พริมาหรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะเย้ยบนเรียวปากอวบอิ่มจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาไหววับที่อ่านยาก ทายาทมาเฟียสาวหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายความเป็นผู้ควบคุมแผ่ซحบจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด
"ไม่มีมารยาทเหรอคะ?" พริมาทวนคำ เสียงนุ่มทุ้มแต่ทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับยื่นมือเรียวสวยลงไปแตะแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวยาวไล่เคาะเบาๆ เป็นจังหวะ "ถ้าฉันไม่มีมารยาทจริงๆ ป่านนี้คงไม่ได้มายืนคุยดีๆ แบบนี้หรอกค่ะ... รินรดา"
หญิงสาวจงใจเน้นเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่รินรดาเพิ่งสร้างขึ้นมาได้ในพริบตา
"มีอะไรก็พูดมาค่ะ ฉันหมดเวลามาต่อปากต่อคำกับคุณแล้ว" รินรดาเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงคู่นั้น แสร้งทำเป็นสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งที่ในหัวสมองว่างเปล่า ภาพของพริมาในตอนที่หันหลังเดินออกไปเมื่อครู่กลับวนเวียนฉายซ้ำราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
ความจริงที่เธอกลัวที่สุด และพยายามปฏิเสธมาตลอด... กำลังตบหน้าฉาดใหญ่ในตอนนี้
*เธอขาดเขาไม่ได้*
ความคิดนั้นแล่นแปลบเข้ามาในหัวจนขอบตาร้อนผ่าว รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่ยาวนานนับนาที ไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและสายตาที่สื่อสารกันอย่างลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ จะทดแทนได้
พริมาถอนหายใจออกมาเบาๆ ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง ร่างระหงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ โดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้องแม้แต่น้อย
"ปากแข็งจังนะคะ" พริมาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลง เจือความตัดพ้อไว้อย่างไม่ปิดบัง "ไล่ฉัน ไล่ให้ตายยังไง... สุดท้ายเธอก็ยังนั่งหน้าซีด รอให้ฉันกลับมาหาอยู่ดี"
"ใครรอคุณกัน อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะคุณพริมา!" รินรดาหันกลับมาแหวใส่ทันควัน ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฮึดฮัด ทั้งโกรธทั้งอายที่ถูกอีกฝ่ายอ่านใจทะลุปรุโปร่ง
"อ๋อเหรอคะ? งั้นไอ้ท่าทางกระวนกระวายตอนที่ฉันเดินออกไปเมื่อกี้... คงเป็นเพราะตาสว่างอยากกินกาแฟฝีมือฉันล่ะมั้ง" พริมาหัวנסในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนปากแข็งให้จนมุม
รินรดากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับเถียงไม่ออกเลยสักคำ ภาพความเคว้งคว้างอ้างว้างในวินาทีที่ประตูห้องปิดลง มันชัดเจนเสียจนเธอไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่าเธอ 'ไม่แคร์'
ใช่... เธอกลัว กลัวว่าพริมาจะหายไปจากชีวิตจริงๆ กลัวความเงียบงันที่ไม่มีเสียงทะเลาะกัน กลัวความว่างเปล่าที่ไม่มีสายตาคู่นี้คอยตามจิกกัด
ความตระหนักรู้นั้นทำให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน รินรดาเบือนหน้าหนีพยายามซ่อนหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วย แต่มีหรือที่คนช่างสังเกตอย่างพริมาจะมองไม่เห็น
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ความเย้าแหย่และท่าทีเหนือกว่ามลายหายไป พริมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโน้มตัวลงมา ใช้มือเรียวเชยคางมนขึ้นบังคับให้สบตา
"ริน..." เสียงเรียกแผ่วเบาราวกับกระซิบ ทว่าสั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ดวงตากลมโตที่เคยแข็งกร้าวและดื้อรั้น บัดนี้กลับไหวระริก สะท้อนเงาร่างของคนตรงหน้าไว้อย่างชัดเจน รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมกุหลาบป่าอบอวลอยู่ปลายจมูก พร้อมกับความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่แตะอยู่ใต้คาง ซึ่งส่งกระแสความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง
"ปล่อยนะคะ..." เสียงของเธอเบาหวิว ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านอย่างสิ้นเชิง
"ไม่ปล่อยค่ะ..." พริมาตอบเสียงพร่า ใบโน้มเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับข้างแก้ม "ในเมื่อยอมรับกับตัวเองแล้ว... ว่าขาดฉันไม่ได้ ก็เลิกทำเป็นเก่งแล้วหันมามองหน้ากันตรงๆ สักทีสคะ รินรดา"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดรดร่องแก้มทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่บ้าคลั่งจนเจ็บแปลบไปหมด เธอหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่กัดกินหัวใจมาตลอดทั้งวัน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพริมาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูดังปึงปังขัดจังหวะก็ดังขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต
"คุณพริมาคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องควบคุมระบบแล้ว—!"
ร่างของเลขาหน้าตาตื่นวิ่งพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับตะโกนเสียงหลง ก่อนจะชะงักกึก ค้างเติ่งอยู่กลางห้องเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าของเจ้านายทั้งสองคน...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะฟินจิกหมอนและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ!
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 19
คิดถึงจนใจสั่น
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!