กลิ่นไวน์แดงราคาแพงที่หกเปื้อนพรมเปอร์เซียสีเข้ม ราวกับรอยเลือดที่กระเด็นจากสนามรบ รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวของพริมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ประโยคท้าทายจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทว่าเวลานี้ เจ้าของประโยคอันเย่อหยิ่งกลับไม่ได้ยืนสง่างามอย่างที่เคยเป็น
พริมาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมตรงมุมห้อง ไหล่บอบบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยกำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ รอยยิ้มเย้ยหยันที่มักจะประดับอยู่บนเรียวปากคู่นั้นมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตาคู่คม ร่างที่เคยดูแข็งกร้าวและพร้อมจะขยี้ทุกคนให้แหลkคามือในยามนี้ กลับดูเปราะบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส
"เกมมันจบลงแล้วค่ะ คุณพริมา" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าข้างในกลับไหววูบอย่างประหลาดเมื่อเห็นสภาพของคู่ปรับตัวฉกาจ "หรือว่าคุณอยากจะเล่นต่อจนกว่าจะพังกันไปข้างหนึ่งล่ะคะ"
พริมายืดตัวขึ้นช้าๆ มือเรียวยกขึ้นปาดหยาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างไม่แยแส แม้จะพยายามรวบรวมความแข็งแกร่งกลับคืนมา ทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด
"เธอคิดว่าชัยชนะครั้งนี้มันหอมหวานนักหรือไง รินรดา..." พริมาแค่นหัวเราะ ทั้งที่ดวงตายังคงแดงก่ำ "สำหรับคนที่มีพร้อมทุกอย่างแต่ไม่เคยมีใคร... ชัยชนะของเธอก็เป็นแค่เศษทานที่เธอยัดเยียดให้ฉันเพื่อความสะใจเท่านั้นแหละ!"
คำพูดนั้นไม่ได้คมคายเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของคนฟัง รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอลงไป เธอรู้จักพริมาในฐานะคู่ปรับ ในฐานะทายาทมาเฟียผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้เกราะเหล็กหนาเตอะที่อีกฝ่ายสวมใส่ไว้ จะซ่อนความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานขนาดนี้
รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ฝ่ายพริมาถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือราคาแพง ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกผสมผสานกับความดื้อรั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่
"อย่าเข้ามานะ..." พริมาเอ่ยเสียงแข็ง ทั้งที่เสียงนั้นสั่นไหวเสียยิ่งกว่ากระดาษต้องลม "อย่ามามองฉันด้วยสายตาสมเพชแบบนั้น รินรดา!"
"ฉันไม่ได้สมเพชคุณค่ะ" รินรดาหยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นกายหอมเย็นผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้าจมูก "แต่ฉันแค่... เพิ่งรู้ว่าคนที่ร้ายกาจที่สุดในห้องนี้ แท้จริงแล้วเป็นแค่คนขี้เหงาคนหนึ่งที่กำลังร้องขอความรัก"
เพล้ง!
เหมือนมีบางสิ่งขาดผึ่งในใจของพริมา มือเรียวคว้าแจกันแก้วใกล้มือแล้วปัดมันทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย เพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอที่กำลังจะทะลักออกมา ทว่ารินรดากลับไวEกว่า เธอพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือทั้งสองข้างของพริมาตรึงไว้กับผนังห้องอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วของอีกฝ่าย
"ปล่อยฉัน!" พริมาดิ้นรน ขัดขืนด้วยแรงอันน้อยนิด ดวงตาดุจกวางบาดเจ็บจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "เธอไม่มีสิทธิ์มาเห็นมุมนี้ของฉัน รินรดา! ออกไปจากที่นี่ซะ!"
"ถ้าฉันไม่ไปล่ะคะ?" รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ กระซิบแผ่วเบaข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ "ถ้าฉันอยากจะอยู่ตรงนี้... อยู่เพื่อรื้อเกราะป้องกันบ้าๆ ของคุณออกให้หมดล่ะคะ คุณพริมา"
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้พริมาสะท้านเฮือก ร่างกายที่เคยเกร็งขืนค่อยๆ อ่อนยวบลง ความเย่อหยิ่งทั้งมวลมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเวิ้งว้างในแววตาที่กำลังร้องขอความอบอุ่นจากคนตรงหน้าอย่างปิดไม่มิด รินรดาเห็นภาพนั้นชัดเจน หัวใจที่เคยตั้งกำแพงสูงลิ่วกลับถูกทุบทำลายลงด้วยความเปราะบางนี้
นิ้วเรียวของรินรดาค่อยๆ เลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าสวยชื้นเหงือกออกอย่างแผ่วเบa สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้พริมาชะงักงั้น ดวงตาคู่คมกะพริบปริบ ปรับโฟกัสมามองคนตรงหน้าที่เปลี่ยนจากศัตรูตัวฉกาจกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวในยามวิกาล
"คุณมันบ้า..." พริมาพึมพำเสียงแผ่ว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบจะหลอมละลาย "ทำไมต้องใจดีกับคนที่ทำร้ายเธอด้วยเล่า..."
"เพราะฉันเกลียดคนปากแข็งค่ะ" รินรดาตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก สายตาคมปลาบมองเรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น "และเพราะฉันรู้ว่า... ลึกๆ แล้วคุณก็แค่อยากให้ใครสักคนกอดคุณไว้ในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก รินรดาเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน พริมาหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อสัมผัสและอารมณ์ที่พรั่งพรูเกินกว่าจะต้านทาน หัวใจสองดวงเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเย้ายวนและเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินบรรยาย
ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะประทับเข้าหากันเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมด...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศสีชมพูและแรงดึงดูดมหาศาลให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
"คุณพริมาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนร้อนรนจากลูกน้องคนสนิทดังทะลุบานประตูไม้สักเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดกลอนลูกบิดที่กำลังจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ
--- บลัดดี้แมรี่
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 16
คนขี้เหงาที่แสร้งร้าย
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!