หน้าจอมอนิเตอร์บนโต๊ะทำงานสั่นไหวเล็กน้อยตามสัญญาณภาพที่ถูกส่งตรงมาจากห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน ภาพของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่หน้าตู้เซฟ พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังกล้องวงจรปิด ราวกับกำลังประกาศชัยชนะเหนือตระกูลพริมาทั้งมวล ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก
"เล่นไม่ซื่อเอาเสียเลยนะคะ... คนของเรา"
เสียงหวานเยือกเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พริมาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าความลับทั้งหมดที่หล่อเลี้ยงตระกูลมาเฟียของเธอ กำลังจะถูกเปิดโปงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า มือเรียวบางที่สวมแหวนเพชรกำลังสั่นน้อยๆ จนต้องกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก
รินรดาหันขวับกลับมามองเจ้าของร่างระหงที่ยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่างกระจก ด้านนอกสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นเม็ดหนา กระทบกับกระจกใสเกิดเสียงดังน่ารำคาญใจ ทว่าสิ่งที่น่ารำคาญยิ่งกว่าคือความเย่อหยิ่งที่ฝืนทนจนน่าสงสารของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
"นี่ไม่ใช่เวลามานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อพริมา!" รินรดาปรี่เข้าไปคว้าข้อแขนเรียวของอีกฝ่ายไว้แน่น แรงบีบไม่ได้ทำร้าย แต่เต็มไปด้วยความร้อนรน "เห็นไหมว่ามันกำลังจะเอาทุกอย่างไป! ตู้เซฟนั่นมีเอกสารสำคัญทุกอย่างไม่ใช่หรือไง เธอยังจะมายืนทำหน้าตายอยู่อีกล่ะ!"
"แล้วจะให้ฉันทำยังไงคะ รินรดา?" พริมาสะบัดแขนออกอย่างไม่ไยดี ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววดุร้ายและถือดี บัดนี้กลับไหววับด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอแต่ถูกสะกดไว้ไม่ให้ร่วงหล่น "วิ่งลงไปกราบกรานมันหรือคะ? หรือต้องให้ฉันคุกเข่าขอร้องให้มันคืนชีวิตที่พังพินาศของฉันให้?"
ประโยคตัดพ้อที่หลุดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้รินรดาชะงักไป ความตั้งใจที่จะต่อปากต่อคำมลายหายไปในพริบตา เมื่อได้เห็นรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าวของคู่ปรับตลอดกาล
"พริมา..."
"เธอไม่เข้าใจหรอก ริน..." พริมาหันหลังหนี ปล่อยให้รอยยิ้มเยาะเย้ยหลุดออกมาพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการร้องไห้ "ตู้เซฟใบนั้นไม่ได้เก็บแค่เงินทองหรือชื่อเสียงของตระกูลหรอกค่ะ แต่มันเก็บ 'ความผิดบาป' ที่ฉันไม่ได้เป็นคนก่อ... และมันคือสิ่งที่พ่อของฉันแลกมาด้วยชีวิตของแม่"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเกรี้ยวและแรงปะทะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหนາแน่นของอดีตที่กดทับ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองแผ่นหลังบางที่สั่นเทาของพริมา ความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เธอขยับขาไม่ออก แม้ปากจะบอกว่าเกลียดผู้หญิงคนนี้แค่ไหน แต่ภาพของพริมาที่ดูเปราะบางราวกับแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ กลับดึงดูดให้เธอต้องก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย
"เล่าให้ฉันฟัง... สิคะ" รินรดาเปลี่ยนน้ำเสียง จากความแข็งกระด้างกลายเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด มือเรียวยื่นไปแตะที่ลาดไหล่บอบบางภายใต้เสื้อสูทสั่งตัดอย่างลังเล "ถ้ามันหนักหนาเกินกว่าจะแบกไว้คนเดียว... เธอก็แค่โยนมันมาให้ฉันช่วยแบกบ้างก็ได้"
พริมานิ่งงันไปเมื่อสัมผัสอุ่นจากมือของคู่ปรับส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวเนื้อ หญิงสาวค่อยๆ หันกลับมาสบตา ประกายความหวาดระแวงในทีแรกแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนลึกล้ำ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำแต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด
"เธออยากรู้จริงๆ หรือคะ..." พริมาแค่นยิ้ม มือเรียวยกขึ้นปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างลวกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดา ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน ความเย้ายวนอันตรายที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แม้ว่านัยน์ตาจะเต็มไปด้วยร่องรอยของความโศกเศร้า "ความลับของตระกูลพริมา... มันหอมหวานพอที่จะแลกด้วยชีวิตของเธอหรือเปล่าล่ะ รินรดา"
"อย่ามาใช้มุกเปลี่ยนเรื่องกับฉันนะพริมา" แม้ปากจะต่อรอง แต่หัวใจกลับเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นท้าทาย ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบา "ถ้าฉันเลือกที่จะอยู่ตรงนี้... เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันไปไหนทั้งนั้น"
"ดื้อด้านเสียจริงนะคะ..." พริมาพึมพำชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดารดรินอยู่ตรงหน้าทำให้สติของทั้งคู่เริ่มพร่าเลือน ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะได้ขยับเข้าหามากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงจากคอมพิวเตอร์หลักก็ดังขึ้นกระชากบรรยากาศให้ขาดวิ่น
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอมอนิเตอร์ที่เคยฉายภาพหน้าตู้เซฟเมื่อครู่ ดับวูบลงไปเฉียบพลัน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความสั้นๆ สีแดงฉานที่กระพริบเตือนรัวเร็วจนแสบตา
**"ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดถูกดาวน์โหลดสำเร็จ... และกำลังถูกส่งไปยังศัตรูตัวฉกาจของคุณในอีก 10... 9..."**
พริมาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณมาเฟียตื่นตัวขึ้นทันที เธอผลักรินรดาให้ออกห่างจากรัศมีอันตราย ก่อนจะพุ่งตัวไปยังแป้นพิมพ์เพื่อพยายามกู้คืนระบบ ทว่าทุกอย่างกลับสายเกินไป หน้าจอขึ้นตัวเลขถอยหลังอย่างรวดเร็ว
*5... 4... 3...*
"บ้าเอ้ย!" พริมาสบถเสียงดังลั่นห้อง กำปั้นทุบลงบนโต๊ะทำงานอย่างคับแค้นใจ เมื่อระบบถูกบล็อกถาวรโดยฝีมือของแฮกเกอร์มืออาชีพ
รินรดากำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยปลอบประโลม แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตที่กำลังเร่งรีบวิ่งขึ้นมาตามบันไดทางเดินด้านนอก กลับดังแทรกเสียงฝนตกนอกหน้าต่างเข้ามาเสียก่อน เสียงเหล็กกระทบกันของอาวุธปืนทำให้รู้ทันทีว่าพวกมันไม่ได้มาแค่ขู่
แกร็ก...
ลูกบิดประตูห้องทำงานหรูถูกบิดจากด้านนอกช้าๆ ทั้งที่พริมาเพิ่งจะกดล็อกมันไว้อย่างแน่นหนาด้วยระบบดิจิทัล ประตูบานนั้นค่อยๆ เปิดอ้าออกเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ภายใต้ความมืดมิดของทางเดิน พร้อมกับปากกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงเข้ามายังร่างของพวกเธอทั้งสองคนโดยไร้ซึ่งความลังเล
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปของเกมค่ะ... คุณพริมา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 15
คืนฝนตกที่แสนเศร้า
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!