กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 31

รอยน้ำตาแห่งความผิดหวัง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
ความเงียบงันภายในห้องพักวีไอพีหรูหราไม่ได้แปลว่าความสงบสุข... ในทางกลับกัน มันคือแรงดันอากาศที่ลดต่ำลงจนน่าอึดอัด ราวกับออกซิเจนกำลังถูกสูบออกไปทีละนิด รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววทระนงมาตลอดกลับไหวระริก รอยน้ำตาบนแก้มยังไม่ทันแห้งสนิทดี แต่ความเปราะบางนั้นถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงจนริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น เมื่อร่างระหงของบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่หยุดยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงธรณีประตู นัยน์ตาคมกริบของพริมาหันขวับตามสัญชาตญาณ ทันทีที่เห็นเงาร่างนั้นสะท้อนในกระจกเงาด้านหลัง รอยยิ้มเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของทายาทมาเฟียก็หุบฉับลงในทันที ดวงตาคู่สวยหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง ผสมผสานกับความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ "คุณแม่..." พริมาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวก้าวเข้ามาบังร่างของรินรดากึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ ราวกับสัญชาตญาณนักล่าที่ต้องการปกป้องอาณาเขตของตนเองจากผู้บุกรุก "คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ใครอนุญาตให้คุณก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน" คุณหญิงมณีรัตน์... สตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลใหญ่ ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและไร้ซึ่งเสียงสะท้อน แววตาของท่านไม่ได้มองบุตรสาวแท้ๆ ของตัวเองด้วยซ้ำ แต่กลับทอดสายตาคมปลาบราวกับใบมีดอาบยาพิษตรงไปยังหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง "ถ้าฉันไม่เข้ามาเอง ฉันคงไม่มีวันได้เห็นภาพน่าขยะแขยง... ที่ลูกสาวตระกูลสูงส่งกำลังยืนเกลือกกลั้วอยู่กับคนชั้นต่ำไร้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้หรอกนะ พริมา" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลาบจากคำดูถูกพุ่งชนเข้าที่อกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความถือดีกลับคืนมา เธอจะไม่ยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกเด็ดขาด โดยเฉพาะต่อหน้าแม่ของคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ "คนชั้นต่ำเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันและรอยน้ำตาที่ยังเปื้อนแก้ม "ท่านประธานผู้สูงศักดิ์กรุณาใช้สมองไตร่ตรองดูก่อนนะคะ ว่าใครกันแน่ที่วิ่งแจ้นมาหาเรื่องคนอื่นถึงที่นี่... ถ้าลูกสาวของคุณควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็อย่าเที่ยวเอาสุนัขในปากมาเห่าไล่คนอื่นอย่างไร้เหตุผลเลยค่ะ" "รินรดา!" พริมาหันขวับมาตาดุใส่ทันที น้ำเสียงเจือความตระหนกที่อีกฝ่ายกล้าต่อปากต่อคำกับมารดาผู้ไร้ความปรานีของตนเอง "เงียบปากแล้วถอยไปซะ!" "ทำไมฉันต้องเงียบ ในเมื่อคุณแม่ของคุณเริ่มก่อน?" รินรดาย้อนถามทันควัน ดวงตาสองคู่ปะทะกันอย่างดุเดือดท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่น เคมีระหว่างทั้งคู่ที่เพิ่งจะอ่อนละมุนลงเมื่อครู่ถูกแผดเผาจนมอดไหม้ด้วยเปลวเพลิงแห่งความทิฐิ "ปากกล้าดีนี่..." คุณหญิงมณีรัตน์ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล ท่านปรายตามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง "คิดว่าเกาะลูกสาวฉันแล้วจะบินสูงขึ้นมาทัดเทียมกันได้งั้นสินะ เด็กน้อย... เธอไม่รู้เลยสินะว่าหมากบนกระดานนี้ ตัวไหนมีไว้เพื่อเดิน และตัวไหนมีไว้เพื่อ... กำจัดทิ้ง" พริมาขยับตัวก้าวขวางมารดาเต็มตัว สีหน้าเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "พอได้แล้วค่ะคุณแม่! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับริน... และฉันก็โตพอที่จะจัดการชีวิตตัวเอง ไม่ต้องให้คุณแม่มายุ่ง!" "โตพอรึ?" คุณหญิงมณีรัตน์แค่นAิ้มหยัน "โตพอที่จะปล่อยให้ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้มาปั่นหัวจนเสียงานเสียการเนี่ยนะ พริมา? เธอทำให้ฉันผิดหวังมากนะ... ลืมไปแล้วหรือไงว่าตำแหน่งผู้นำตระกูลที่เธอถืออยู่แลกมาด้วยอะไรบ้าง ถ้าเธอยังไม่เลิกยุ่งกับนังเด็กนี่ ฉันจะจัดการมันให้หายไปจากชีวิตเธอ... ด้วยวิธีที่เธอคาดไม่ถึงเลยล่ะ" คำขู่ที่แฝงด้วยความอำมหิตทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวาบ แม้ภายนอกเธอจะพยายามทำตัวเข้มแข็งเพียงใด แต่พลังอำนาจมืดเบื้องหลังตระกูลนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย รินรดารู้ดีว่าหากดันทุรังต่อไป คนที่จะเดือดร้อนไม่ใช่แค่เธอ แต่รวมถึงคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอตอนนี้ด้วย แต่ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอաբาคารเปิดฉากปะทะต่อ พริมากลับคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือร้อนผ่าวบอกชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังกรุ่นโกรธขีดสุด พริมาไม่ได้หันมามองหน้าเธอ แต่แผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมให้เธอนั้นสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "คุณแม่ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับชีวิตฉัน!" พริมาตะคอกลั่นห้อง เสียงหวานที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธจนน่ากลัว "ไม่ว่ารินจะเป็นใคร หรือมาจากไหน เธอก็เป็นคนเดียวที่ฉันเลือก... และถ้าคุณแม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนทำลายทุกสิ่งที่ตระกูลเราสร้างมากับมือให้พินาศไปต่อหน้าต่อตา!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ คุณหญิงมณีรัตน์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าบุตรสาวผู้ว่านอนสอนง่ายมาตลอดจะกล้าประกาศสงครามกับตนเองอย่างเปิดเผยเพื่อผู้หญิงคนเดียว รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาในความเย็นชาของช่องอก พริมา... คนที่ปากร้ายและชอบเอาชนะ กลับยอมหักไม่ยอมงอเพื่อปกป้องเธอจากมารดาบังเกิดเกล้า "แก... แกกล้าขู่ฉันเหรอ พริมา!" คุณหญิงมณีรัตน์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว มือที่ถือกระเป๋าหนังแท้สั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ "เชิญคุณแม่กลับไปเถอะค่ะ" พริมาสะบัดหน้าหนี น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใย "แล้วจำไว้ว่าครั้งนี้คือคำเตือนครั้งสุดท้าย... อย่าล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของฉันอีก" คุณหญิงมณีรัตน์จ้องหน้าบุตรสาวเขม็งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและผิดหวัง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและก้าวฉับๆ ออกจากห้องไป แรงกระแทกของบานประตูที่ปิดลงดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้อง เมื่อความกดดันมหาศาลหายไป รินรดาก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกับโซฟาตัวนุ่มอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตากลมโตเหม่อมองพื้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจ หวาดกลัว และ... ซาบซึ้งใจอย่างประหลาด พริมาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของรินรดา มือเรียวยื่นไปกุมมือสั่นเทาของหญิงสาวขึ้นมาแนบแก้มตัวเองอย่างทะนุถนอม ความเย่อหยิ่งทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจ "เจ็บมากไหม..." เสียงทุ้มหวานเอמהแผ่วเบา ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันกลับฉายแววสำนึกผิดและเจ็บปวดแทน "ฉันขอโทษ... ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องแบบนี้" รินรดาสบตาอีกฝ่าย น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับเอ่อคลอขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามไม่ได้ เธอยกมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยแก้มนวลของพริมาเบาๆ รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณนี่มันบ้าจริงๆ เลยนะคะ พริมา... กล้าแม้กระทั่งต่อปากต่อคำกับแม่ตัวเองเพื่อคนอย่างฉันเนี่ยนะ" "ฉันไม่ได้บ้า..." พริมาสบตาเธอนิ่ง ขอบตารื้นขึ้นด้วยความอารมณ์ที่อัดอั้น "ฉันแค่... ยอมเสียทุกอย่างบนโลกนี้ไปได้ แต่ไม่ใช่... ไม่ใช่กับเธอ" บรรยากาศรอบกายกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่หัวใจของทั้งสองกลับเต้นแรงเป็นจังหวะเดียวกัน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นทำให้กลิ่นกายหอมละมุนลอยวนเวียนอยู่รอบตัว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ เมื่อใบหน้าของพริมาเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน หัวใจของรินรดากระตุกวูบเมื่อริมฝีปากหยักสวยโน้มต่ำลงมา ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น เธอกำลังจะหลับตาลงรับสัมผัสที่โหยหา... ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศหวานซึ้งจนพ่นควันจางหายไปในพริบตา พริมาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ส่วนรินรดาสดุ้งสุดตัวรีบผละออกห่างทันที ก่อนที่ประตูห้องวีไอพีจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้จัดการส่วนตัวที่หน้าตาซีดเผือก พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นระริก "คุณพริมาคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" ผู้จัดการสาวหอบหายใจโยน โพรงเสียงตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี "ตอนนี้ภาพที่คุณกับคุณรินรดาอยู่ด้วยกันเมื่อคืน ถูกปล่อยว่อนเต็มอินเทอร์เน็ตแล้วค่ะ! แถม... แถมฝั่งตระกูลใหญ่กำลังเรียกประชุมด่วน หุ้นของบริษัทกำลังร่วงกาวราวกับพายุเข้าค่ะ!" พริมาหน้าถอดสีทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดาลุกขึ้นยืนพรวด หน้าซีดเผือกเมื่อตระหนักได้ว่า... สงครามจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกเข้มข้นนี้เสมอนะคะ บลัดดี้แมรี่จะพาคุณไปพบกับบทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%