กลิ่นอายความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นชาเขียวอุ่นกรุ่นในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ความเงียบงันที่โรยตัวลงมามันหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง ประโยคสารภาพความรู้สึกจากบทที่แล้วยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่
"คุณจะเล่นเกมอะไรอีก พริมา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าของรินรดาทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตาคู่คมกริบที่เคยฉายแววท้าทายในทุกสนามแข่งขัน บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความระแวดระวัง ราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่ถูกต้อนให้จนมุมแต่ยังพร้อมจะตะปบกลับหากใครล้ำเส้นเข้ามาใกล้เกินไป
พริมาไม่ได้ขยับตัว ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ทายาทมาเฟียผู้เพียบพร้อมจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและปากคෝเราะร้ายที่มักใช้ทิ่มแทงหัวใจคนอื่นเสมอ มือเรียวที่วางอยู่บนตักกลับบีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความเย่อหยิ่งนั้นเป็นเพียงเกราะกำบังชั้นดีที่หล่อนสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจที่เหว้าแหว่งและเต็มไปด้วยรอยแผล
"เกมเหรอคะ?" พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย เย็นชาทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจับสังเกตไม่ได้ "คุณคิดว่าฉันว่างพอจะเอาชีวิตและความรู้สึกตัวเองมาเล่นเกมตลกๆ กับคุณหรือไง รินรดา"
"ถ้าไม่ใช่เกม... แล้วสิ่งที่คุณเพิ่งพูดออกมามันคืออะไร" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความโกรธปนความสับสนพุ่งพล่านจนต้องก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย ทว่าพริมากลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นอย่างถือดี แต่ดวงตากลับฟ้องชัดถึงความหวาดกลัว—หวาดกลัวที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง หวาดกลัวที่จะพังทลายกำแพงที่ก่อไว้สูงเสียด
"มันก็แค่ความจริง... ที่คนอย่างฉันไม่สมควรจะได้รับมันตั้งแต่แรก" พริมาสวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวแต่พยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาไว้สุดชีวิต "คุณอยากให้ฉันเปิดใจเหรอ รินรดา? คุณอยากให้ฉันถอดหน้ากากแล้วบอกว่าฉันโหยหาความรักจากคุณแค่ไหนงั้นเหรอ? ตื่นได้แล้วค่ะ! คนแบบพริมาไม่มีสิทธิ์รักใคร และไม่มีใครสมควรได้รับความรักจากฉันทั้งนั้น!"
เพียะ!
ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงหัวใจของใครบางคนที่แตกสลายลงตรงหน้า รินรดากำ15มือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความตั้งใจที่จะเข้ามาประนีประนอม พยายามทำลายกำแพงในใจของอีกฝ่ายพังทลายลงในพริบตา เมื่อเจอความแข็งกระด้างที่เคลือบไว้ด้วยความเปราะบางของคนตรงหน้าเข้าอย่างจัง
"คุณมันใจร้าย... พริมา" รินรดากระซิบเสียงสั่น เคลือบแค้นและตัดพ้ออยู่ในที "ฉันอุตส่าห์พยายามข้ามกำแพงบ้าๆ ที่คุณสร้างขึ้นมาตั้งกี่ครั้งกี่หน แต่สิ่งที่คุณทำมันคือการตอกลิ่มมันให้แน่นขึ้นไปอีก คุณกลัวอะไรนักหนาคะ? กลัวว่าตัวเองจะมีความสุขเป็น หรือว่ากลัวว่าสักวันจะมีคนมารักคุณจริงๆ กันแน่!"
คำถามนั้นแทงใจดำพริมาเข้าอย่างจัง ร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ความรู้สึกผิดบาปและความโดดเดี่ยวที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่เด็กถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนหายใจไม่ออก พริมาผุดลุกขึ้นผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แม้แรงนั้นจะไม่ได้ทำให้รินรดาก้าวถอยหลังไปสักเท่าไหร่ แต่แรงกระแทกทางอารมณ์มันรุนแรงเสียจนทำให้คนทั้งคู่เซถลาเข้าหากัน
"ใช่! ฉันกลัว!" พริมาตะโกนใส่หน้า น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ความเย่อหยิ่งทลายหายไปสิ้นเหลือเพียงหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวคนหนึ่ง "ฉันกลัวว่าถ้าฉันรักคุณ... ฉันจะกลายเป็นคนอ่อนแอ ฉันกลัวว่าวันหนึ่งคุณจะทิ้งฉันไปเหมือนกับที่ทุกคนทำ! คุณไม่มีทางเข้าใจหรอก รินรดา... โลกของฉันมันมีแต่ความมืดมน การดึงคุณเข้ามาในนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการลากคุณลงไปจมน้ำตายด้วยกันหรอกนะ!"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง หลังจากความจริงอันเจ็บปวดถูกพ่นออกมา รินรดาชะงักงัน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเวทนาและคลื่นอารมณ์ความรู้สึกที่ซัดสาดเข้ามาในอก หล่อนมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังสะอื้นไห้ ตัวสั่นเทาด้วยความอัดอั้นตันใจ
รินรดาผ่อนลมหายใจยาว หล่อนก้าวเข้าไปใกล้ ลดยอร์ดความแข็งกร้าวลงอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางที่กำลังสั่นสะเทือน เพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่า ต่อให้โลกของพริมาจะมืดมนแค่ไหน หล่อนก็พร้อมจะเป็นแสงสว่างให้
"ถ้าโลกของคุณมันมืดนัก..." เสียงของรินรดานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเย้ายวนในคราวเดียวกัน "ทำไมไม่ลองเปิดทางให้ฉันเข้าไปส่องสว่างดูล่ะคะ พริมา... บางที คุณอาจจะพบว่าความมืดมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้ามีฉันอยู่ข้างๆ"
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพูด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันและกัน กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายให้ตื่นตัว เคมีอันร้อนแรงและความโหยหาที่ซ่อนเร้นพุ่งทะยานจนทะลุปรอท ความดาร์กและความเย้ายวนหลอมรวมกันในบรรยากาศที่ชวนให้ใจสั่นระทึก
พริมาหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่ดื้อรั้นมาตลอด ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเปิดเผยช่องว่างให้อีกฝ่ายได้ก้าวล้ำเข้ามา รินรดายกมือขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนของคู่ปรับตัวร้ายเอาไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มออกอย่างแผ่วเบา สายตาคมกอดเกี่ยวเข้ากับริมฝีปากที่สั่นระริกของอีกฝ่ายอย่างกระหายหิว
ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ริมฝีปากของทั้งสองแทบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อในอีกไม่กี่มิลลิเมตรข้างหน้า ความตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่พร้อมจะระเบิดออกทุกวินาที รินรดากระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่ชวนให้คนฟังแทบละลาย
"ฉันจะพังมันให้หมด... กำแพงบ้าๆ ในใจของคุณนี่แหละ..."
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนลิฟต์ดังขึ้นก้องกังวานจากภายนอกห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องรับรองวีไอพีอย่างรวดเร็วราวกับนัดหมาย และก่อนที่รินรดาจะได้ประทับริมฝีปากกลืนกินความดื้อรั้นของคนในอ้อมแขน ประตูบานหรูตรงหน้าก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท!
ร่างสูงสง่าของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยชื่อเรียกพริมาด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำให้บรรยากาศหวานซึ้งพังทลายลงในพริบตา
"เจอตัวสักที... ลูกสาวตัวดีของฉัน"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งเผ็ดร้อนและเปราะบางคู่นี้ แล้วมาลุ้นบทต่อไปด้วยกันนะคะ
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 29
กำแพงในใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!