“ถ้าคิดจะขู่กันด้วยมุกปัญญาอ่อนแบบนั้น บอกเลยว่าเสียเวลาเปล่า”
เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลมาเฟีย เธอยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้ปลายกระบอกปืนจะจ่อเข้าที่ขมับ ทว่าพริมา—ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า—กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงกลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย
“งานศพที่ฉันพูดถึง ไม่ได้หมายถึงความตายในเชิงกายภาพหรอกนะ รินรดา” พริมาขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม “แต่หมายถึง… การที่เธอจะไม่ได้เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปตลอดกาล”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้ตอบ พริมาก็กดปุ่มกลไกใต้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ พื้นหินอ่อนใต้เท้าของรินรดาก็สั่นไหวและแยกตัวออกอย่างไร้สุ้มเสียง ร่างบางถลาลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงหวีดร้องถูกกลืนหายไปกับความเงียบงัน ก่อนที่พื้นจะปิดสนิทเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“พริมา!”
เสียงเรียกชื่อดังมาจากโถงทางเดินด้านหลัง พริมาหมุนตัวกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่ามือที่ไขว้หลังอยู่กลับสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่น
พริมาวิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ที่เชื่อมต่อกับห้องใต้ดิน กลิ่นอับชื้นและไอความเย็นของหินปูนปะทะผิวหนัง เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการพาตัวเองมาถึงจุดที่ร่างของรินรดาร่วงลงไป แต่ทว่า... ตรงนั้นกลับว่างเปล่า
“รินรดา!” พริมาตะโกนก้อง เสียงของเธอสะท้อนไปมาในอุโมงค์มืด เธอจุดคบไฟส่องสว่าง เผยให้เห็นรอยเท้าที่ย่ำไปบนพื้นฝุ่นหนา รอยเท้านั้นมุ่งตรงไปสู่ทางแยกสามแพร่งที่ดูเหมือนเขาวงกต
“โง่เง่าที่สุด… จะไปไหนของเธอกัน”
พริมาพึมพำกับตัวเอง หัวใจของเธอเต้นเร่าด้วยความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด นี่ไม่ใช่เกมที่เธอวางแผนไว้ สถานการณ์ควบคุมไม่ได้ไปมากกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายเท่าตัว เธอเดินตามรอยเท้าเหล่านั้นไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยสอดส่องมองหาเงาร่างที่คุ้นเคยในความมืด
ในขณะเดียวกัน รินรดาที่เพิ่งฟื้นตัวจากการตกจากที่สูง พยายามยันกายลุกขึ้นจากพื้นดินที่เปียกชื้น เธอไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะมาอยู่แน่ๆ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ และเสียงเครื่องจักรที่ทำงานอยู่ไกลๆ
“คิดว่าจะขังฉันไว้ในกรงนี้ได้ตลอดเหรอ พริมา...” รินรดากัดฟันแน่น แววตาดื้อรั้นยังคงฉายชัดแม้จะหวาดหวั่น “ถ้าฉันตาย เธอก็จะไม่มีใครให้เล่นเกมด้วยอีกต่อไป”
เธอเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์จนมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยภาพวาดโบราณและรูปปั้นหิน ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาภายใต้แสงสลัวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
“ใคร!” รินรดาตะโกนพร้อมกับคว้าเศษเหล็กใกล้ตัวขึ้นมาเป็นอาวุธ
“ใจเย็นน่า... ฉันเอง” พริมาปรากฏตัวออกมาจากเงามืด หอบหายใจถี่จากการวิ่งไล่ล่า ใบหน้าที่เคยดูเย่อหยิ่งบัดนี้มีเหงื่อซึมและแววตาสั่นไหวที่เธอไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น
“เธอนั่นแหละที่เป็นคนทำ!” รินรดาพุ่งเข้าใส่ ชกเข้าที่ไหล่ของพริมาอย่างแรง “ทำไมต้องขังฉัน? ทำไมต้องเล่นตลกกับความรู้สึกของคนอื่น?”
พริมาไม่หลบ เธอปล่อยให้รินรดาระบายความโกรธแค้นใส่จนพอใจ ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้แน่นแล้วกระชากร่างของอีกฝ่ายเข้าหาตัวจนหน้าอกแนบชิด
“เพราะถ้าฉันไม่ทำแบบนี้… คนของพ่อฉันก็จะฆ่าเธอจริงๆ ไงล่ะ!”
คำสารภาพนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาชะงัก สายตาที่เคยมองด้วยความเกลียดชังเปลี่ยนเป็นความฉงน พริมาหลับตาลงแน่น มือที่กอดรัดเอวรินรดาเริ่มสั่นเทา “ฉันพยายามปกป้องเธอ... ในแบบที่คนเลวๆ อย่างฉันจะทำได้”
บรรยากาศที่เคยดุเดือดกลับกลายเป็นความอึดอัดที่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมา ความใกล้ชิดในพื้นที่คับแคบทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างห้ามไม่อยู่
“เธอโกหก...” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “มาเฟียเลือดเย็นอย่างเธอเนี่ยนะ... จะปกป้องใคร?”
พริมาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา เธอยกมือขึ้นแตะแก้มอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันเต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก
“ลองมองดูดีๆ สิรินรดา... ว่าหัวใจที่ฉันตามหาอยู่น่ะ คือของใครกันแน่”
ในจังหวะที่ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนลมหายใจมลายรวมเป็นหนึ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถง พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา
ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกกระชากเปิดออกโดยชายชุดดำห้าคนที่มีตราสัญลักษณ์ของตระกูลพริมาปักอยู่ที่หน้าอก คนที่ยืนอยู่หน้าสุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่พริมากลัวที่สุด—บิดาของเธอเอง
“พ่อ...” พริมาผละออกจากรินรดาด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอเกร็งขึ้นทันที
บิดาของพริมามองดูทั้งคู่ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ “ดูเหมือนว่าความรักของลูกสาวมาเฟีย จะจบลงเร็วกว่าที่พ่อคิดนะ... จัดการเก็บกวาดซะ”
พริมาตัวแข็งทื่อ เธอหันไปมองรินรดาที่ยืนงงอยู่ข้างๆ ในวินาทีที่ปืนทุกกระบอกเล็งมาที่พวกเธอ พริมาตัดสินใจคว้ามือรินรดาแล้วพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างบานแคบที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาด
“กระโดดลงไป!” พริมาตะโกน
รินรดาไม่ลังเล เธอตัดสินใจกระโดดตามพริมาลงสู่เหวลึกเบื้องล่างไปพร้อมกัน ในวินาทีที่ร่างของพวกเธอร่วงลับจากสายตาของผู้ไล่ล่า ปืนนัดแรกก็ดังสนั่นขึ้น...
แต่สิ่งที่พริมาคว้าได้ในวินาทีสุดท้าย คือความลับที่อาจเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล เมื่อมือของรินรดาที่เกาะกุมกันอยู่กลับมีวัตถุบางอย่างแนบส่งมา—จดหมายฉบับหนึ่งที่มีตราประทับของ 'ศัตรู' ที่พริมาพยายามจะทำลายมาโดยตลอด...
บลัดดี้แมรี่หวังว่าตอนที่ 34 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นแรงจนหยุดอ่านไม่ได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดค่ะ!
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 34
ตามหาหัวใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!