"ขอโทษที่ขัดจังหวะความสวีทนะคะ... พอดีฉันมี 'ข่าวดี' ที่คิดว่าคุณน่าจะอยากฟังด่วนที่สุดค่ะ, คุณพริมา"
ประโยคกรีดแทงอารมณ์นั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าเจ้าของเสียงจะเดินลับสายตาออกไปจากห้องรับรองแขกสุดหรูของคฤหาสน์ตระกูลพิทักษ์เดชาไปหลายนาทีแล้วก็ตาม ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลช่างหนักอึ้งเสียจนพริมาแทบจะหาจังหวะหายใจของตัวเองไม่เจอ
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าอันเย่อหยิ่งทอดมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า แก้วไวน์ในมือเรียวถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความเย็นยะเยือกของเครื่องดื่มราคาแพงไม่ได้ช่วยให้สติที่กระเจิดกระเจิงของเธอสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งตอกย้ำความจริงอันน่ารังเกียจที่ว่า รินรดา ได้ก้าวเข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของเธอ มากเกินกว่าที่ผู้หญิงเย่อหยิ่งอย่างเธอจะยอมรับได้
*ไม่มีรินรดาอยู่ตรงนี้แล้ว...*
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับความรู้สึกวับโหวงแปลกประหลาดที่กัดกินหัวใจทีละน้อย บ้านหลังใหญ่โตมโหฬารหลังนี้ไม่เคยเงียบเหงาเท่านี้มาก่อน ทุกซอกทุกมุมมักจะมีเสียงฝีเท้ากวนประสาท เสียงเถียงคำไม่ตกฟาก หรือแม้แต่รอยยิ้มเยาะหยันที่อีกฝ่ายชอบส่งมาให้เพื่อกวนโมโหเธอยามที่เธอแสดงอาการหึงหวงอย่างไร้เหตุผล
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขกที่โอ่อ่าแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ โซฟาตัวยาวที่รินรดาเคยทิ้งตัวลงนอนอย่างไร้มารยาท แก้วกาแฟที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะกระจก หรือแม้แต่กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตะโกนชื่อของ 'รินรดา' ออกมาซ้ำๆ จนน่ารำคาญใจ
"บ้าชะมัด..." พริมาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หยดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยด้วยความอัดอั้นถูกกะพริบไล่ให้ออกไปอย่างไม่ยอมจำนน เธอคือพริมา ทายาทมาเฟียผู้เพียบพร้อมและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร จะมาพังทลายลงเพียงเพราะผู้หญิงปากร้ายคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด!
แต่ทว่า... หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่ยอมร่วมมือด้วยเลย
ภาพรอยยิ้มครั้งสุดท้ายก่อนที่รินรดาจะหันหลังเดินจากไปเพื่อสะสางปัญหาที่ถูกโยนเข้ามาขัดจังหวะ มันช่างบาดตาและบีบคั้นหัวใจเสียเหลือเกิน รินรดาในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายภายนอก ช่างเป็นภาพที่พริมาไม่อยากจินตนาการเอาเสียเลย ผู้หญิงคนนั้นอันตรายต่อหัวใจของเธอ... และในขณะเดียวกัน พริมาก็เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เอง ว่าโลกใบนี้ของเธอมันช่างมืดมนและไร้ความหมายเพียงใด หากปราศจากเงาร่างกวนประสาทของคนๆ นั้น
"คุณพริมาคะ รถพร้อมแล้วค่ะ..." เสียงของแม่บ้านคนสนิทดังขึ้นแผ่วเบาที่หน้าประตู แต่พริมาไม่ได้หันกลับไปมอง
"ยกเลิกการเดินทางทั้งหมด..." พริมาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย ดวงตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์ด้วยความตัดสินใจบางอย่างที่เด็ดเดี่ยว "เตรียมรถส่วนตัวของฉัน แล้วตามล่าตัวรินรดา กลับมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
"แต่ว่า... นายท่านสั่งให้คุณเก็บตัวอยู่ที่นี่นะคะ..."
"ฉันไม่ได้ถามความเห็น ฉันสั่งให้ทำ!" พริมาหันกลับมาตวาดลั่น ดวงตาดุดันเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาปะปน "ถ้าฉันไม่ได้ตัวยัยตัวแสบกลับมาภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ เตรียมตัวหาคนใหม่มาบริหารงานแทนพวกเธอได้เลย!"
สิ้นเสียงคำสั่งเด็ดขาด พริมาก็คว้าเสื้อโค้ทตัวยาวมาสวมทับอย่างลวกๆ หัวใจของเธอกำลังกรีดร้องและรอนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่งบีบเค้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้หญิงเพอร์เฟกต์อย่างเธอเพิ่งเข้าใจซึ้งถึงคำว่า 'ขาดไม่ได้'
เธอไม่มีทางยอมปล่อยให้รินรดาหายไปจากชีวิตของเธอเด็ดขาด!
เท้าเรียวในรองเท้าส้นสูงก้าวฉับๆ ออกจากคฤหาสน์ด้วยความเร่งรีบ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นสู่เบาะหลังของรถยนต์หรูที่เคลื่อนตัวมาเทียบท่า ประตูรถฝั่งตรงข้ามก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ล้มกลิ้งเข้ามาในรถราวกับหนีตายจากสมรภูมิรบ
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างของรินรดากระแทกเข้ากับอกของเธอเต็มแรง กลิ่นควันปืนและกลิ่นเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและมีรอยฉีกขาดจากการต่อสู้ แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววท้าทาย กลับกำลังสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
"ริน..." พริมาครางชื่อนั้นออกมาแทบไม่เป็นเสียง เมื่องMมือเรียวรีบคว้าจับไหล่บางของอีกฝ่ายไว้ด้วยความตกใจ "เธอ... ไปทำบ้าอะไรมาทำไมถึงมีสภาพนี้!"
รินรดาหอบหายใจรดต้นอกของคนร่างบางกว่า ดวงตาคู่คมช้อนขึ้นมองหน้าพริมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ที่มุมปาก แม้เนื้อตัวจะสะินสะเทือนด้วยแรงอารมณ์และบาดแผล แต่เจ้าตัวก็ยังไม่วายที่จะกวนประสาทตามนิสัย
"คิดถึงฉันจนลงแดง... ถึงกับต้องวิ่งออกมาต้อนรับเองเลยเหรอคะ, คุณพริมา" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบแหบพร่า แฝงไปด้วยความเย้ายวนที่จงใจยั่วโมโห แม้สภาพจะสะביสะบอมเต็มทน
พริมาเม้มปากแน่น ความโกรธ ความเป็นห่วง และความโล่งใจตีรวนกันจนแยกไม่ออก มือเรียวยื่นไปสัมผัสแก้มเนียนที่มีรอยเปื้อนฝุ่นดินเบาๆ ก่อนจะออกแรงหยิกเนื้อนวลนั้นด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู
"เธอมันดื้อด้านที่สุด รินรดา!" พริมาต่อว่าเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หลุดร่วงลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ "รู้ไหมว่าฉัน... เกือบจะบ้าตายอยู่แล้วตอนที่ได้ยินข่าวบ้าๆ นั่น!"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำตาบนใบหน้าของคนเย่อหยิ่ง แววตาคมกริบทอประกายความอ่อนโยนขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด มือเรียวที่เปื้อนคราบเขม่าควันเอื้อมขึ้นเกลี่ยหยดน้ำตาบนแก้มใสของพริมาแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง
"ร้องไห้เพราะฉันเหรอคะเนี่ย..." รินรดายิ้มละไม แววตาเป็นประกายระยิบระยับในความมืด "แบบนี้... สงสัยฉันคงต้องอยู่กวนใจคุณไปตลอดชีวิตซะแล้วล่ะมั้งคะ"
พริมาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา เธอใช้มือตบลงที่ต้นแขนของคนเจ็บเบาๆ เป็นการลงโทษ "ใครจะยอมให้เธอไปไหนล่ะ... คนบ้า"
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเข้าหากันด้วยความโหยหา และใบหน้าของคนทั้งสองค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้กันเพื่อปิดช่องว่างที่เหลืออยู่... เสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงจากด้านหลังรถก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟหน้ารสสปอร์ตคันหรูที่สาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืดมิด
กระจกฝั่งที่รินรดานั่งอยู่ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่อตรงมาที่ขมับของรินรดาโดยมีรอยยิ้มเยือกเย็นของบุคคลที่ไม่คาดฝันปรากฏขึ้นที่มุมปากของมือสังหาร
"ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะความหวาน... แต่ดูเหมือนว่า 'งานศพ' ของพวกคุณสองคน จะต้องจัดเร็วกว่ากำหนดซะแล้วล่ะครับ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ — บลัดดี้แมรี่
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 33
บ้านที่ไร้เงาเธอ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!