แก้วคริスタルทรงสูงในมือของพริมาแทบจะร้าวคามือ เรียวนิ้วที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตจิกเข้าที่ก้านแก้วจนข้อต่องอเกร็ง ดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจับจ้องภาพเบื้องหน้าไม่แม้แต่จะกะพริบ—ภาพที่รินรดา คู่ปรับตัวแสบของเธอกำลังแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับชายหนุ่มลูกชายรัฐมนตรีท่าทางน่ารำคาญคนนั้นอย่างออกหน้าออกตา
รอยยิ้มแบบนั้น... รอยยิ้มที่ปกติรินรดามักจะใช้แจกความกวนประสาทใส่เธอเท่านั้น เหตุใดวันนี้จึงกลายเป็นอาวุธสังหารหมู่หัวใจคนมองไปเสียได้
"ดูเหมือนคุณรินรดาจะฮอตเป็นพิเศษในงานนี้นะคะ คุณพริมา" เสียงกระซิบแหบพร่าจากเพื่อนในแวดวงสังคมดังขึ้นข้างหู แต่พริมากลับไม่ได้ยินมันเลยแม้แต่น้อย โลกทั้งใบของเธอหดแคบลงเหลือเพียงระยะห่างสองเมตรระหว่างเธอกับร่างบางในชุดราตรีสีไวน์แดงสะกดสายตาคู่นั้น
ให้ตายสิ... ผู้หญิงคนนั้นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้ยอมให้ผู้ชายหน้าจืดคนนั้นโน้มตัวเข้าใกล้เสียจนแทบจะสิงร่างอยู่รอมร่อ
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันไม่ใช่ความโกรธเกลียดธรรมดา แต่มันคือความกระวนกระวายที่ร้อนรุ่มเสียจนน่าหงุดหงิด เธอเกลียดรอยยิ้มที่รินรดามอบให้คนอื่น เกลียดแววตาระยิบระยับคู่นั้น และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดที่ตัวเองละสายตาจากภาพนั้นไม่ได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
"ขอตัวสักครู่นะคะ" พริมาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไอเย็นเยียบจนคู่สนทนาสะดุ้งรีบถอยก้าวหนึ่ง
ร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเดินผ่านฝูงชนด้วยทรวดทรงที่ทรงอำนาจและเย้ายวน ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันจางๆ ลอยฟุ้งตามการเคลื่อนไหว ยิ่งขับเน้นให้ทายาทมาเฟียสาวดูอันตรายและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
และในจังหวะที่รินรดากำลังจะหัวเราะให้กับมุกตลกฝืดๆ ของคุณชายตระกูลดัง มือเรียวยาวของใครบางคนก็เอื้อมมาคว้าข้อแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและไร้ซึ่งความปรานีจนเจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัว
"อุ๊ย!" รินรดาอุทานเบาๆ หันขวับกลับมาเตรียมจะตวาดใส่คนที่เสียมารยาท แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีนิลที่กำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับ
"หมดเวลาเล่นสนุกแล้วค่ะคุณรินรดา" พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนรินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"คุณพริมา! ปล่อยแขนฉันนะ คนมองกันหมดแล้ว" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้คนเอาแต่ใจอย่างพริมาได้ ยิ่งเธอขัดขืน ปลายนิ้วเรียวที่ตรึงข้อมือเธอก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก
"ก็ให้มองไปสิคะ เผื่อพวกเขาจะได้รู้ว่า... ของใครไม่ควรเข้าใกล้" พริมาจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดขี่ไว้ รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะกับคำพูดแสดงความเป็นเจ้าของที่หลุดออกมาจากปากคนเย่อหยิ่ง
ชายหนุ่มคู่สนทนาหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อเห็นออร่าความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากพริมา "เอ่อ... คุณพริมา มีอะไรหรือเปล่าครับ พอดีผมกับคุณรินรดากำลังคุย—"
"คู่หมั้นของดิฉันมีธุระส่วนตัวที่ต้องเคลียร์ค่ะ หวังว่าคุณจะเข้าใจนะคะ... คุณชาย" พริมาหันไปปรายตามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่ส่งไม่ถึงดวงตา รอยยิ้มฆาตกรเงียบที่ทำเอาคู่สนทนาหน้าซีดเผือดและรีบขอตัวเดินหายไปจากรัศมีร้อยเมตรทันที
เมื่อรอบกายเหลือเพียงความเงียบและแรงกดดันจากคนตรงหน้า รินรดาก็เชิดหน้าขึ้นทันที แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ความปากเกิร์ลและศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ เธอจะแสดงความอ่อนแอให้คนอย่างพริมาเห็นไม่ได้เด็ดขาด
"ใครเป็นคู่หมั้นคุณไม่ทราบ! พูดจาพล่อยๆ ฉันแค่คุยแก้เบื่อเฉยๆ ต่างหาก" รินรดาเชิดใส่ ปรายตามองด้วยความหมั่นไส้ "หรือว่า... คุณหึงฉันคะ?"
คำถามย้อนกลับที่ตรงประเด็นจนน่าหมั่นไส้ทำให้พริมานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวาววับขึ้นมาทันที แทนที่จะปฏิเสธตามฟอร์มคนซึน พริมากลับย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของรินรดาแนบชิดกับเสาหินอ่อนเย็นเฉียบของห้องจัดเลี้ยง เรียวแขนแกร่งยกขึ้นกักขังร่างบางไว้ตรงกลางระหว่างอ้อมแขน กลิ่นกายหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์โชยเข้าปะทะจมูกจนพริมาเผลอหลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อสูดดมความหอมนั้นลึกเข้าไปในปอด
"ใช่ค่ะ... ฉันหึง"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีเข้ม รินรดาเบิกตากว้าง ค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาที่จู่ๆ ก็ระเบิดออกมาแบบนี้
"คุณ... คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย..." รินรดาเสียงสั่น หลบสายตาคู่นั้นที่พยายามจะเจาะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจ เธอไม่ชินเลยสักนิดกับพริมาในโหมดนี้ โหมดที่ดิบเถื่อน ซื่อตรง และอันตรายต่อหัวใจเธอเหลือเกิน
"อย่าไปยิ้มแบบนั้นให้ใครอีกนะคะรินรดา..." พริมาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนริมฝีปากของกันและกัน สติของรินรดากำลังจะหลุดลอยไปกับสัมผัสเย้ายวนที่ถูกรุกคืบเข้ามาทีละน้อย "รอยยิ้มนั้น... เสียงหัวเราะแบบนั้น... ฉันอยากให้มันเป็นของฉันคนเดียว"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงหัวใจของสองสาวที่เต้นสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันในมุมมืดของงานเลี้ยง พริมาค่อยๆ เลื่อนมือจากข้อมือขึ้นมาประสานเข้ากับเรียวนิ้วมือบางของรินรดา บีบแน่นราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอไม่มีวันปล่อยมือจากคนตรงหน้าง่ายๆ เด็ดขาด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความเย้ายวนและแววตาเวทนาแกมเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความหย่อหยิ่งนั้น
แต่ทว่า—
"อุ๊ย ตายจริง! ดิฉันไม่ได้ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่ใช่ไหมคะคุณพริมา?"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูอมเลือดลงอย่างไม่ไว้หน้า พริมาผละตัวออกจากรินรดาด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังต้นเสียงด้วยความโกรธเกลียวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากกาลกุมแล้วหันไปมองบุคคลที่สามที่กล้าอาจหาญเข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญ และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ผู้หญิงในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย... คือคนที่รินรดาไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอในสถานที่อโคจรแห่งนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ... เธอกำลังกุมความลับบางอย่างที่อาจจะทำลายชีวิตของรินรดาได้ในพริบตา
"เธอ... กลับมาทำไมที่นี่?" รินรดาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาในทันที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บนี้เสมอนะคะ
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 8
ความหึงหวงที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!