“อย่าขยับ”
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อยขณะที่เธอกดร่างของศิลาลงกับพื้นเย็นเยียบ กระสุนนัดนั้นยังคงลอยเคว้งอยู่กลางอากาศราวกับแมลงที่ถูกกักขังในก้อนอำพัน มันหยุดนิ่งห่างจากอกของชายชุดเทาเพียงคืบเดียว ประกายไฟจากปากกระบอกปืนของศิลาจางหายไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินปืนที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศที่บิดเบี้ยว
ศิลาหรี่ตาลง จ้องมองความผิดปกติเบื้องหน้าด้วยสัญชาตญาณที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน เขาไม่ได้ตื่นตระหนก เขากลับรู้สึกถึงความเยือกเย็นที่แล่นปราดไปตามกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือเทคโนโลยีที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ที่พยัคฆ์ซ่อนไว้
“นาฬิกานั่น...” ศิลาพึมพำขณะพลิกตัวกลับมานั่งพิงผนัง กวาดสายตามองชายชุดเทาที่ยืนนิ่งค้างราวกับหุ่นขี้ผึ้ง “มันไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่มันเป็นตัวขยายคลื่นความถี่ที่ทำให้มวลสารรอบข้างหยุดการสั่นสะเทือน”
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกระชากแขนเสื้อของศิลาให้ลุกขึ้น “เรามีเวลาไม่ถึงนาที ศิลา! พอกลไกนี้หมดฤทธิ์ กระสุนจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายเดิมด้วยความเร่งมหาศาล และถ้าเราไม่ออกจากรัศมีนี้ เราจะเป็นรายต่อไปที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ”
ศิลาไม่รีรอ เขาคว้าแขนของรินรดาแล้วพุ่งตัวไปด้านข้างหลบหลังเสาหินที่แข็งแกร่งที่สุดในห้องโถง วินาทีที่เขากดตัวลงต่ำ เสียง ‘กริ๊ก’ รอบที่สองก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงแหวกอากาศที่แหลมเล็กและรุนแรง กระสุนปืนของเขาพุ่งทะลุอกของชายชุดเทาจนร่างนั้นล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง แต่ทว่าชายชุดเทากลับไม่มีเสียงร้องโอดครวญแม้แต่นิดเดียว
“มันเป็นแค่ร่างโคลนที่ถูกเชิดด้วยระบบสั่งการระยะไกล” ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแววอาฆาต “พยัคฆ์ไม่ได้มาเอง แต่มันส่ง ‘ของเล่น’ มาต้อนรับเราถึงที่”
รินรดาปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอมองไปที่ซากของร่างนั้น “เราหนีไปจากที่นี่ก่อนเถอะ ก่อนที่ระบบตรวจจับของพยัคฆ์จะระบุตัวตนเราได้ชัดเจนกว่านี้”
“ไม่” ศิลาหยุดกึก เขาหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือเครื่องตรวจจับความถี่ที่เขาดัดแปลงขึ้นเองจากการย้อนเวลากลับมา “เราจะวางแผนซ้อนแผน พยัคฆ์คิดว่ามันคุมเกม แต่ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของคนโอหังคือการประมาทศัตรูที่เคยตายไปแล้ว”
ทั้งคู่ถอยร่นเข้าไปในมุมมืดของอาคารร้าง รินรดาจ้องมองชายหนุ่มข้างกายด้วยสายตาที่ซับซ้อน “ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการดึงคุณกลับมาในครั้งนี้ คือการช่วยโลกหรือการสร้างปีศาจที่น่ากลัวกว่าเดิมกันแน่ ศิลา”
ศิลาหันมาสบตาเธอ แววตาของเขาว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย “โลกนี้ไม่มีที่สำหรับคนดีหรอกรินรดา มีแต่ที่สำหรับผู้ชนะเท่านั้น ถ้าคุณอยากล้างแค้นคนที่ฆ่าครอบครัวคุณ คุณต้องเลิกทำตัวเป็นสายลับที่อยู่ในกรอบ แล้วเริ่มเป็นหมากที่ไร้กฎเกณฑ์เหมือนผม”
“ฉันมีข้อมูลชุดสุดท้ายที่พยัคฆ์พยายามปิดบัง” รินรดากระซิบพลางยื่นแฟลชไดรฟ์สีเงินให้เขา “มันคือรายชื่อผู้สนับสนุนระดับสูงในรัฐบาลที่คอยส่งอาวุธให้มัน ถ้าเราเปิดเผยสิ่งนี้ในงานเลี้ยงการกุศลคืนพรุ่งนี้ พยัคฆ์จะสูญเสียโล่กำบังทั้งหมด”
ศิลาหยิบแฟลชไดรฟ์นั้นมาหมุนเล่นในมือ “มันง่ายเกินไป พยัคฆ์รู้ว่าเราจะทำอะไร มันอาจจะวางกับดักไว้ในงานนั้นอยู่แล้ว”
“แล้วเราจะทำอย่างไร?”
ศิลาโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะใบหน้าทำให้รินรดาใจสั่นระรัว “เราจะปล่อยข้อมูลเท็จออกไปให้มันตายใจ ขณะเดียวกัน เราจะใช้จังหวะที่มันมัวแต่เก็บกวาดข้อมูลเท็จนั้น บุกเข้าไปในฐานข้อมูลลับของมันจริงๆ ที่นั่นไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่มันคือที่เก็บรหัสลับของการย้อนเวลานั่นด้วย”
รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “วางแผนซ้อนแผนซ้ำซ้อน... คุณมันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะศิลา”
“คนตายแล้วอย่างผมไม่มีอะไรจะเสีย นอกจากชัยชนะเท่านั้น” ศิลาตอบพลางเก็บปืนเข้าซอง
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวออกจากมุมมืด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะการเดินที่คุ้นเคยก็ดังสะท้อนเข้ามาในโถงทางเดิน กลิ่นบุหรี่ซิการ์ราคาแพงจางๆ ลอยมาเตะจมูก ทั้งสองหยุดชะงัก รินรดากำปืนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ไม่คิดเลยนะว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่... ศิลา” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ก้าวออกมา เขาคือพยัคฆ์ ที่กำลังยืนถือแก้วไวน์ในมือราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่สนามรบ แต่เป็นคลับส่วนตัว “การกลับมาครั้งนี้ของแก ทำเอาฉันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยล่ะ รู้ไหม?”
ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้า “ถ้าแกยังนอนไม่หลับ ต่อจากนี้ไปแกจะไม่ได้นอนอีกเลย... พยัคฆ์”
ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย แสงไฟจากทั่วทั้งอาคารก็ดับวูบลงพร้อมกัน และเสียงหัวเราะเบาๆ ของใครอีกคนที่สามที่ไม่ได้อยู่ในแผนการของทั้งคู่ก็ดังขึ้นจากเพดานเหนือศีรษะของพวกเขา “เล่นกันสนุกพอหรือยัง? เพราะดูเหมือนจะมีคนอื่น ‘ร่วมวง’ กับพวกคุณด้วยนะ”
เงาตะคุ่มนับสิบพุ่งลงมาจากช่องระบายอากาศ ล้อมวงพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้ในทันที!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความแค้นครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 7
พันธมิตรในความมืด
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!