หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 6

ความโชคดีหรือโชคชะตา

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"ปล่อยมือฉัน... ถ้าไม่อยากตายไปพร้อมกับเสียงระเบิดที่กำลังจะดังขึ้น" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของรินรดาเย็นเยียบยิ่งกว่าไอความตายที่คืบคลานเข้ามาในความมืดมิด ศิลาไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แต่เขาใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ฉุดกระชากร่างเพรียวบางของหญิงสาวให้พุ่งหลบหลังแนวเสาหินแกรนิตหนาเตอะในเสี้ยววินาทีที่แรงอัดอากาศจากระเบิดแสวงเครื่องซัดผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่จนเศษกระจกและไม้กลายเป็นห่าฝนทำลายล้าง *ตู้ม!* แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นห้องจัดเลี้ยงสั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงวาบไหวราวกับสัญญาณเตือนภัยนรก ศิลาหอบหายใจหนักหน่วง กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นไหม้ของผ้าม่านกำมะหยี่ตลบอบอวล เขาไม่สนใจความเจ็บปวดที่แขนที่ถูกแรงกระแทก สายตาของเขาจับจ้องไปที่เงาดำหลังม่านแดงนั่น... ร่างนั้นหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ชวนให้ขนลุกเกรียว "คุณเห็นมันใช่ไหม?" รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือเรียวสวยปาดเลือดที่ซึมออกมาจากขมับ ดวงตาของเธอดุดันราวกับแม่เสือที่ถูกต้อนจนมุม ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏในแววตานั้น มีเพียงความอาฆาตที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าไฟที่กำลังลุกลาม ศิลาหันกลับมามองสตรีตรงหน้า เขาจำเธอได้... ในชาติก่อน รินรดาคือหมากตัวหนึ่งที่พยัคฆ์ใช้ทำลายชื่อเสียงของเขา แต่ในชีวิตนี้ แววตาของเธอเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของผู้ถูกหลอกใช้อีกต่อไป แต่มันคือแววตาของ 'ผู้ล่า' ที่เพิ่งพบเป้าหมายที่แท้จริง "คนของพยัคฆ์ไม่ได้มีแค่ความโลภ แต่มันมี 'เจ้าของ' ที่อยู่สูงกว่านั้น" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบพลางปรับลมหายใจ "คุณรู้จักเงาสีดำนั่น... ใช่ไหม?" รินรดาหัวเราะแค่นๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการเยาะเย้ยชะตากรรม เธอเดินก้าวเข้ามาหาศิลาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า "พยัคฆ์มันเป็นเพียงหมาล่าเนื้อที่ถูกฝึกมาให้กัดคนที่ขวางทางท่านผู้นั้น และถ้าคุณคิดจะเอาคืนพยัคฆ์โดยไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง... คุณก็แค่เศษเนื้อที่รอวันถูกเชือดเท่านั้นแหละ ศิลา" ศิลาชะงัก สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณรู้เรื่องการย้อนเวลา... หรือคุณแค่เป็นอีกคนที่สูญเสียทุกอย่างให้มัน?" รินรดาเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่เธอจะปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปพยัคฆ์กัดที่หัวไหล่ขวา ซึ่งเป็นรอยประทับที่พยัคฆ์มักจะฝากไว้กับ 'สมบัติส่วนตัว' ที่มันหมายมั่นจะทำลายให้แหลกคามือ "ฉันไม่ได้สูญเสียแค่ทุกอย่าง ศิลา... ฉันคือคนที่เห็นมันฆ่าพ่อแม่ฉันต่อหน้าต่อตาในวันงานเปิดตัวโปรเจกต์นั่น" เธอเว้นจังหวะ น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงความเด็ดขาด "และที่สำคัญที่สุด... ฉันคือคนเดียวที่รู้ว่าพยัคฆ์ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่มันทำไปเพื่อแลกกับการ 'ย้อนคืน' สิ่งที่มันเคยทำผิดพลาดในอดีตเช่นกัน" ศิลาขมวดคิ้วแน่น ปริศนาที่ซับซ้อนเริ่มก่อตัวขึ้น พยัคฆ์ต้องการย้อนเวลา? หรือพยัคฆ์ก็แค่เบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกหลอกใช้ให้ทำในสิ่งที่ขัดต่อวัฏจักรของเวลา? "ถ้าเป้าหมายของเราคือการกำจัดพยัคฆ์เหมือนกัน ทำไมเราต้องสู้กันเองให้เสียเวลา?" ศิลาเสนอทางเลือก มือของเขาเอื้อมไปหยิบปืนพกที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาตรวจสอบความพร้อม รินรดามองปืนในมือศิลาแล้วยิ้มมุมปาก "เราไม่ได้สู้กันเองหรอก แต่ที่ฉันรอพบคุณในคืนนี้ ไม่ใช่เพื่อชวนไปดื่มน้ำชา แต่เพราะฉันรู้ว่า... ในกระเป๋าเสื้อสูทของคุณ มี 'กุญแจ' ที่จะเปิดเผยความลับของบริษัทศิลาเครือข่ายที่คุณเองก็อาจจะยังไม่รู้ว่ามันถูกซ่อนไว้ที่ไหน" ศิลาชะงัก กุญแจดอกเล็กที่เขาเพิ่งขโมยมาจากห้องทำงานของพยัคฆ์ก่อนเกิดระเบิด เขาคิดว่ามันคือรหัสลับบัญชีมืด แต่มันอาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น "คุณหมายความว่าอย่างไร?" "ฟังนะศิลา... เงาที่ยืนอยู่หลังม่านแดงเมื่อกี้ ไม่ใช่คนของพยัคฆ์ แต่มันคือตัวแทนจากองค์กรที่คอย 'เฝ้าดู' การแก้ไขอดีตของพวกเรา" รินรดาโน้มตัวลงมากระซิบจนชิดหู "และตอนนี้ พวกมันรู้แล้วว่าเราสองคนกำลังทำอะไรอยู่" ขณะที่ศิลากำลังจะถามต่อ ประตูทางออกที่พังยับเยินจากแรงระเบิดก็ถูกผลักออกด้วยรองเท้าหนังขัดมันวาววับ ชายในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าในมือกลับถือนาฬิกาพกสีเงินที่เข็มวินาทีกำลัง 'หมุนย้อนกลับ' อย่างบ้าคลั่ง ศิลาหน้าถอดสีทันทีที่เห็นหน้าชายคนนั้น ชายที่เขาจำได้ดีว่าเป็นทนายความส่วนตัวของบิดาเขา... คนที่น่าจะตายไปพร้อมกับอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน "ขอโทษที่ขัดจังหวะการสนทนาอันเร้าใจนะครับ" ชายชุดเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพราวกับพนักงานต้อนรับชั้นดี ก่อนจะหยิบปืนเก็บเสียงขึ้นมาเล็งตรงมาที่พวกเขา "แต่ท่านผู้นั้นสั่งไว้ว่า... หมากที่เดินนอกกระดาน จำเป็นต้องถูกกำจัดก่อนที่จะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้" รินรดากระชากศิลาให้หมอบลงไปกับพื้นพร้อมกับชักปืนขึ้นมาตอบโต้ ทว่าทันทีที่นิ้วของศิลาเหนี่ยวไกปืน เสียงนาฬิกาพกของชายชุดเทาก็ดัง 'กริ๊ก' สั้นๆ แล้วทุกอย่างในห้องก็หยุดนิ่งสนิทราวกับเวลาถูกแช่แข็ง... กระสุนที่ศิลายิงออกไปลอยค้างอยู่กลางอากาศเพียงไม่กี่นิ้วจากหน้าอกของคู่ต่อสู้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับแผนการที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%