"ความตายในชาติก่อนมันน่าสมเพชขนาดนี้เชียวหรือคะ แม่?"
ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของภูตผี สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาที่บิดเบี้ยวบนพื้นดิน แทนที่จะเป็นรูปร่างของมนุษย์ปกติ แต่มันกลับเป็นเงาของสัตว์ร้ายที่ไร้ศีรษะ ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากของศิลากลับเย็นเยียบกว่าความหนาวเหน็บยามค่ำคืน เขาไม่ได้สะดุ้ง ไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวเท้าเข้าหาความจริงที่แสนอัปลักษณ์นั้นด้วยจังหวะที่มั่นคง
"ศิลา ลูกพูดอะไรน่ะ? ไปดื่มน้ำสักหน่อยไหม หน้าลูกซีดมากเลยนะ"
ผู้เป็นแม่ในร่างเสมือนจริงส่งเสียงอ่อนหวาน หากแต่ศิลาสังเกตเห็นมือที่หยิบแก้วน้ำของนางสั่นไหวเล็กน้อย ผิวหนังบริเวณข้อมือที่เคยเนียนละเอียดกลับมีรอยเย็บจางๆ ที่เกือบจะกลืนไปกับเนื้อสีขาวผ่อง นั่นไม่ใช่แม่ของเขา แต่มันคือ ‘กับดัก’ ที่พยัคฆ์ทิ้งไว้เพื่อล่อให้เขาเดินเข้าสู่แดนสนธยาที่เขาทิ้งร่างไว้ในอดีต
ศิลาไม่ตอบ เขาหมุนตัวกลับหลังหัน ทิ้งภาพลวงตาที่เต็มไปด้วยความสุขปลอมๆ นั้นไว้เบื้องหลัง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เขาหลีกเลี่ยงมาตลอดทั้งชีวิต—สุสานเก่าแก่ท้ายตระกูลที่ไม่มีใครย่างกรายเข้าไปเกือบสิบปี
ลมหายใจของเขาเริ่มหนักอึ้งเมื่อมองเห็นแผ่นป้ายหินอ่อนที่ถูกตะไคร่น้ำเกาะกุมจนแทบอ่านชื่อไม่ออก ที่นี่คือที่ที่ร่างเดิมของเขาถูกฝัง—ร่างที่ตายด้วยความโง่เขลา ร่างที่ถูกเพื่อนรักอย่างพยัคฆ์หักหลังและป้ายสีจนกลายเป็นคนทรยศต่อตระกูล
"สวัสดี... ตัวฉันในวันวาน"
เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นดินที่เปียกชื้น รินรดาปรากฏตัวขึ้นจากเงาไม้เบื้องหลัง มือของเธอแตะที่ด้ามมีดสั้นข้างเอว สายตาจับจ้องไปรอบทิศทางด้วยความระแวดระวัง
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนเป็นควรมาเยือนนะคะศิลา ความรู้สึกที่นี่มันกดทับจนฉันแทบหายใจไม่ออก พลังงานอาฆาตจากคนตาย... มันรุนแรงเกินไป" รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
ศิลาหยิบมีดสั้นออกมาจากอกเสื้อ ก่อนจะกดลงบนพื้นดินเหนือหลุมศพของตัวเองอย่างแรง แรงกดนั้นไม่ได้มุ่งหมายจะขุดดิน แต่เป็นการปลดปล่อยกลไกที่เขาสร้างไว้ในชาติก่อน กลไกที่พยัคฆ์ไม่มีวันรู้ว่ามันซ่อนอยู่ใต้โลงศพที่ว่างเปล่า
"พยัคฆ์มันหลงระเริงว่ามันคือผู้คุมเกม แต่มันลืมไปว่าในกระดานนี้... คนที่ถือไพ่ตายตัวสุดท้ายคือคนที่เคยตายไปแล้วอย่างฉันต่างหาก" ศิลาแค่นยิ้ม ดวงตาของเขาฉายแววโหดเหี้ยม "รินรดา จำคำฉันไว้นะ เมื่อฉันขุดความทรงจำสุดท้ายนี้ขึ้นมา พยัคฆ์จะไม่มีวันได้ตายอย่างสงบอีกต่อไป"
เขากดมีดลงลึกขึ้น ดินบริเวณนั้นเริ่มสั่นสะเทือน เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่ขึ้นสนิมขยับตัวดังกึกก้องอยู่ในความเงียบงัน มันไม่ใช่แค่การขุดดิน แต่มันคือการเปิดประตูนรกที่ศิลาจงใจฝังมันไว้เพื่อทำลายพยัคฆ์โดยเฉพาะ
ทันใดนั้น แผ่นดินตรงหน้าเขาก็แยกออก เผยให้เห็นกล่องเหล็กกล้าที่ถูกผนึกไว้ด้วยตราประทับของตระกูลในยุคที่ล่มสลายไปแล้ว พยัคฆ์มักจะภูมิใจว่ามันทำลายหลักฐานทุกอย่างของศิลาจนหมดสิ้น แต่มันลืมนึกไปว่า ‘หมาที่ซื่อสัตย์ที่สุด’ ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว
"คุณกำลังจะทำอะไรคะ?" รินรดาถามพลางขยับเข้ามาใกล้
"ทำลายมรดกของมันทิ้งเสีย" ศิลาเปิดกล่องเหล็ก ข้างในมีสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยรายชื่อขุนนางที่คอรัปชั่นและเส้นทางการเงินที่พยัคฆ์ใช้ฟอกเงินผิดกฎหมายมาตลอดหลายสิบปี มันคือหลักฐานที่สามารถสั่งประหารตระกูลพยัคฆ์ได้ทั้งตระกูลภายในข้ามคืน!
"แต่ว่า..." รินรดาชะงัก สายตาของเธอมองไปที่ทางเข้าสุสาน
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่ดูคุ้นตา แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตที่ไม่มีวันจางหาย พยัคฆ์ยืนอยู่ตรงนั้น มือถือปืนพกกระบอกเงาวับจ่อตรงมาที่ขมับของศิลา รอยยิ้มของพยัคฆ์ไม่ได้สื่อถึงมิตรภาพ แต่มันคือความสะใจของสัตว์ร้ายที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"แกมันโง่จริงๆ ศิลา" พยัคฆ์เอ่ย เสียงเรียบเย็น "แกคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้แกกลับมาที่นี่โดยไม่วางคนเฝ้าไว้? แกขุดมันขึ้นมาเพื่อส่งหลักฐานให้ฉันถึงมือเลยนะ... ขอบใจที่ช่วยเก็บกวาดงานให้"
ศิลาไม่ได้สะทกสะท้าน เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น มือขวาแตะที่กล่องเหล็กแน่น "แกมั่นใจเกินไปพยัคฆ์ คนที่โง่จริงๆ คือคนที่เชื่อว่าตัวเองคุมเกมได้ทั้งหมดโดยไม่มองเท้าตัวเองต่างหาก"
พยัคฆ์ขมวดคิ้ว "แกหมายความว่ายังไง?"
ศิลากระตุกยิ้มที่มุมปาก แล้วกดปุ่มที่ซ่อนอยู่ในฝ่ามือทันที ทันใดนั้น ไฟสปอตไลท์จำนวนมากรอบสุสานก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงไซเรนของกองกำลังตำรวจลับที่ล้อมรอบสุสานไว้ทุกทิศทาง เสียงฝีเท้าของทหารนับร้อยดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา
"ฉันไม่ได้มาเพื่อขุดอดีตหรอกพยัคฆ์... ฉันมาเพื่อฝังแกต่างหาก"
ศิลายืนขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนจะกระซิบข้างหูพยัคฆ์ที่หน้าถอดสี "ลืมบอกไป... ที่ฉันเห็นแม่ไม่มีหัวเมื่อกี้ ไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือการส่งสัญญาณว่า 'ครอบครัวของแก' ตอนนี้ก็ไม่มีคนคุ้มกันเหลือแล้วนะ"
พยัคฆ์เบิกตากว้าง ทันใดนั้นเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นจากทิศทางคฤหาสน์ของพยัคฆ์ เปลวเพลิงสีส้มแดงพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า บดบังแสงดวงดาวจนสิ้น... นี่คือบทสรุปของตำนานที่พยัคฆ์ไม่มีวันได้เขียนต่อ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับแผนการล้างแค้นของศิลาจนถึงตอนก่อนจบนะคะ!
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 39
แสงสุดท้ายของอดีต
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!