หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 40

บทอวสาน: เส้นทางของอนาคต

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"เปลวไฟนั่น... สวยดีไม่ใช่หรือริน?" ศิลาเอ่ยขึ้นขณะยืนพิงระเบียงหินอ่อนของตึกร้างฝั่งตรงข้าม สายตาของเขาทอดมองกลุ่มควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งมังกรเพลิงที่กำลังกัดกินทุกอย่างที่เป็นของพยัคฆ์จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน รินรดาไม่ตอบในทันที เธอเพียงแต่กอดอก หลุบตามองมือตัวเองที่เคยถือปืนกระบอกนั้นอย่างมั่นคง ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออก เสียงของเปลวเพลิงที่คำรามก้องอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้นเปรียบเสมือนเสียงดนตรีชิ้นสุดท้ายของบทเพลงแห่งการทรยศที่จบลงด้วยความวิบัติของผู้ก่อมันขึ้นเอง "เขาพยายามจะคุมเกมมาตลอดชีวิตศิลา แต่เขากลับลืมไปว่า... คนที่ถือไพ่ใบสุดท้าย ไม่ใช่คนที่หยิบไพ่ได้สูงที่สุดเสมอไป" รินรดาหันมามองชายหนุ่มข้างกาย ดวงตาของเธอไหวระริกด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก "เขาตายไปพร้อมกับความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันเติมเต็ม ส่วนเรา... เราเพิ่งจะได้เริ่มต้นหายใจจริงๆ ในวินาทีนี้" ศิลาหันมามองเธอ แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยรอยร้าวจากการหักหลังในอดีตชาติ บัดนี้กลับดูสงบนิ่งราวกับผืนน้ำที่ไร้คลื่นลม เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของรินรดาไว้แน่น ความอุ่นจากฝ่ามือของเธอคือหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันว่า เขาไม่ได้กำลังฝันไป และเขาไม่ได้อยู่ลำพังในโลกที่โหดร้ายใบนี้อีกต่อไปแล้ว "ไม่มีพยัคฆ์ ไม่มีบัลลังก์เลือด ไม่มีแผนการพิฆาตใครอีกต่อไปแล้วนะริน" ศิลาพูดเสียงนุ่มนวล "เราลบกระดานเก่าทิ้งหมดแล้ว ต่อจากนี้ไป... ทุกย่างก้าวที่เราเดิน คือทางที่เราขีดเขียนขึ้นเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก เสียงไซเรนของรถดับเพลิงในระยะไกลเริ่มดังขึ้น แต่มันก็ดูไกลออกไปเรื่อยๆ ราวกับโลกใบเก่ากำลังถอยห่างจากพวกเขาไปทุกขณะ "แล้วคุณจะไปไหนต่อล่ะคะ?" รินรดาถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า "หลังจากที่วางแผนล้างแค้นมาตลอดชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่คุณไม่มีแผนในหัว... หรือเปล่า?" ศิลาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูจริงใจและสดใสกว่าครั้งไหนๆ เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอ "ผมมีแผนเดียวเท่านั้น คือการไปหาที่สักแห่งที่ไม่มีใครรู้จักเรา ไม่มีเรื่องธุรกิจ ไม่มีการแก่งแย่ง มีแค่หนังสือสักเล่ม วิวสวยๆ และ... คนที่ผมอยากใช้เวลาที่เหลือด้วย" รินรดาไม่ได้ตอบคำถามด้วยวาจา แต่เธอเป็นฝ่ายดึงมือเขาให้เดินหันหลังให้กับเปลวเพลิงที่กำลังมอดไหม้ แสงสีส้มแดงที่สะท้อนในแววตาของพวกเขาทั้งคู่กำลังจางหายไป เหลือเพียงแสงจันทร์นวลตาที่ส่องนำทางสู่เส้นทางใหม่ที่ไม่มีใครสามารถลิขิตได้นอกจากพวกเขาเอง หกเดือนต่อมา... ในบ้านพักหลังเล็กปลายดอยที่ปกคลุมด้วยไอหมอกจางๆ กลิ่นกาแฟคั่วอบอวลไปทั่วระเบียงไม้ ศิลานั่งอ่านบันทึกเล่มหนึ่งในมือ ขณะที่รินรดากำลังจัดวางแจกันดอกไม้ป่าบนโต๊ะไม้เก่าๆ ชีวิตที่เรียบง่ายจนเกือบจะดูธรรมดาเกินไปสำหรับชายผู้เคยคุมเกมการเงินระดับโลก และหญิงสาวผู้เคยเป็นสายลับมือฉกาจ แต่นี่คือสิ่งที่พวกเขาโหยหามาตลอด "ศิลาคะ" รินรดาเรียกเบาๆ ขณะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างเขา "มีจดหมายจากเมืองหลวงมาถึงค่ะ" ศิลาวางหนังสือลง เขาไม่ได้รีบคว้าจดหมายนั้นมาอ่าน แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนสมัยก่อนที่มักจะระแวงว่านั่นคือแผนการของใครบางคน เขาเพียงแค่มองซองจดหมายนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "เผามันทิ้งเถอะ" เขาบอกเรียบๆ "ไม่อยากรู้หน่อยเหรอคะว่าเขาเขียนว่าอะไร?" "ไม่จำเป็นหรอกริน" ศิลาหยิบมือของเธอขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมือ "ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ เงินทอง หรือคำขอโทษจากอดีต... ไม่มีสิ่งไหนในโลกนี้มีค่าพอที่จะแลกกับความสงบสุขที่เราสร้างขึ้นตรงนี้หรอกนะ" รินรดาพยักหน้า เธอหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา ก่อนจะเดินไปที่เตาผิงแล้วหย่อนมันลงในกองไฟสีส้มที่กำลังเต้นระบำอยู่ในเตา กระดาษแผ่นนั้นมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ เช่นเดียวกับทุกเรื่องราวในอดีตที่เคยกัดกินหัวใจของพวกเขา ศิลามองดูไฟที่กำลังเผาไหม้สิ่งนั้นด้วยความรู้สึกที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง เขาหวนคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา... ชีวิตที่เต็มไปด้วยแผนซ้อนแผน ความหวาดระแวง และคราบเลือดของผู้คนที่ล้มหายตายจากไปเพราะความโลภ บัดนี้ทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว เขาไม่ใช่ 'ศิลา' ผู้เลือดเย็นแห่งสมรภูมิธุรกิจอีกต่อไป และเธอก็ไม่ใช่ 'รินรดา' สายลับผู้แบกรับความแค้นไว้เต็มอก พวกเขาเป็นเพียงมนุษย์สองคนที่ค้นพบความหมายที่แท้จริงของคำว่า 'ชัยชนะ' ชัยชนะไม่ใช่การเหยียบย่ำคนอื่นให้จมดิน แต่คือการรักษาหัวใจตัวเองให้บริสุทธิ์ท่ามกลางโลกที่โสมม และการได้เลือกทางเดินที่สามารถนอนหลับได้อย่างสนิทใจในทุกค่ำคืน ศิลากระชับผ้าคลุมไหล่ให้หญิงสาวข้างกายที่เอนหัวลงมาพิงไหล่ของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เสียงนกร้องยามเย็นและสายลมที่พัดผ่านยอดไม้ดูเหมือนจะเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวของความสุขที่พวกเขาลิขิตเอง นี่ไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่มันคือการเริ่มต้นของชีวิตที่ 'แท้จริง' ที่พวกเขาได้เลือกเองด้วยมือของตัวเอง บนบัลลังก์แห่งโชคชะตาที่เคยเต็มไปด้วยขวากหนาม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มของคนสองคนที่ต่างก็ผ่านนรกมาด้วยกัน... และในที่สุด พวกเขาก็ได้พบทางออกที่สว่างไสวที่สุด ในดินแดนที่ไม่มีใครตามหาพวกเขาพบ นอกจากตัวพวกเขาเอง "เราจะอยู่ที่นี่ไปนานแค่ไหนคะ?" รินรดาถามเสียงแผ่ว ศิลายิ้มกว้าง มองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่กำลังถูกย้อมด้วยสีทองของอาทิตย์อัสดง "นานเท่าที่หัวใจเรายังต้องการ... และจากนี้ไป ไม่มีใครหยุดเราได้อีกแล้ว" เขาสัญญาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง... และในวินาทีนั้นเอง อดีตก็กลายเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ความหมาย เหลือไว้เพียงปัจจุบันที่เป็นของขวัญอันล้ำค่าที่สุดที่พวกเขามอบให้แก่กันและกันตลอดกาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเส้นทางความแค้นสู่ความสุขกับศิลาและรินรดามาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%