“รายชื่อที่น่าสนใจเหรอคะ?” ศิลาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววซื่อใสราวกับแก้วเจียระไนที่ไร้มลทิน เธอวางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงดัง ‘กริ๊ก’ แผ่วเบา ทว่าท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของพยัคฆ์ เสียงนั้นกลับดังก้องราวกับเสียงประกาศิตที่กำลังสั่นคลอนความมั่นใจของใครบางคน
พยัคฆ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขายันกายพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบดุจสัตว์ร้ายจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวตรงหน้า ราวกับกำลังพยายามควานหา ‘ความผิดปกติ’ ในใบหน้าของเพื่อนรักที่เขาเคยคิดว่าควบคุมได้อยู่หมัด
“คนสนิทของคุณรินรดาดูจะทำงานเก่งกว่าที่ผมคิดนะคะ” พยัคฆ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสกดดัน “แต่คนระดับเรา การหา ‘มือดี’ มาช่วยงานน่ะไม่ใช่เรื่องยาก... ที่ยากคือการหาคนที่ ‘ภักดี’ โดยไม่หวังผลตอบแทนต่างหาก”
ศิลาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูอ่อนโยนและไร้พิษสงที่สุดเท่าที่เธอจะแสดงออกมาได้ เธอขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสร้งทำเป็นจัดเอกสารในแฟ้มให้เข้าที่ “คุณพยัคฆ์คะ ความภักดีน่ะราคาแพงก็จริง แต่ถ้าเราให้ผลประโยชน์ที่สมน้ำสมเนื้อ ต่อให้เป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุด... ก็กลายเป็นสุนัขเชื่องๆ ได้ไม่ยากไม่ใช่เหรอคะ?”
พยัคฆ์หรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากของเขาเหยียดกว้างขึ้นอีกนิด “คุณดูเปลี่ยนไปนะศิลา ตั้งแต่เหตุการณ์คราวนั้น... ดูเหมือนคุณจะเข้าใจโลกธุรกิจที่โสมมนี้ดีขึ้นเยอะ”
“ความเจ็บปวดสอนคนให้โตขึ้นค่ะ” ศิลาตอบกลับโดยไม่หลบสายตา เธอจงใจให้ประกายตาดูหม่นแสงลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นโศกเศร้าเมื่อนึกถึงอดีตที่เขาเป็นคนขีดเขียนขึ้นมาด้วยเลือด “รินรดาแนะนำว่า ถ้าอยากให้บริษัทมั่นคง เราต้องดึงคนที่มี ‘รอยร้าว’ เข้ามา เพราะคนที่มีแผล มักจะกระหายความสำเร็จมากกว่าคนปกติ... คุณเห็นด้วยไหมคะ?”
พยัคฆ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำพูดของศิลาตรงใจกับกลยุทธ์ที่เขาใช้มาตลอดชีวิต การทำลายใครสักคนจนหมดสิ้นแล้วยื่นมือเข้าไปดึงเขาขึ้นมาในฐานะ ‘ผู้มีพระคุณ’ คือเกมโปรดของเขาเสมอ แต่การที่หญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าหัวอ่อนกลับพูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างประหลาด มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“งั้นลองเสนอชื่อมาสิ” พยัคฆ์ส่งแฟ้มรายชื่อว่างเปล่ามาให้เธอ “ในฐานะเพื่อนรัก... ผมอนุญาตให้คุณคัดเลือกคนที่จะเข้ามากุมบังเหียนแผนกสำคัญด้วยตัวเอง”
ศิลาหยิบปากกาขึ้นมา นิ้วเรียวงามสั่นไหวเล็กน้อยด้วยการแสดงที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี เธอเขียนชื่อสามรายชื่อลงไป แต่ละชื่อคือหมากตัวสำคัญที่เธอจงใจเลือกเพื่อ ‘เซตฉาก’ ให้พยัคฆ์เดินเข้าหาหลุมพรางที่เธอกำลังขุดไว้เงียบๆ
ในมุมมืดของห้อง รินรดาซึ่งยืนกอดอกอยู่ใกล้หน้าต่างลอบยิ้ม เธอเห็นทุกอย่างผ่านสายตาที่เฉียบคม... เพื่อนของเธอไม่ใช่ ‘ศิลา’ คนเดิมที่ยอมให้พยัคฆ์ย่ำยีอีกต่อไป แต่เป็นนักล่าที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ในคราบเหยื่อผู้บอบบาง
“เรียบร้อยค่ะ” ศิลาเลื่อนแฟ้มกลับไป “หวังว่ารายชื่อเหล่านี้ จะช่วยให้พยัคฆ์... เอ้อ... ให้บริษัทของเราแข็งแกร่งขึ้น จนไม่มีใครกล้าหักหลังเราอีกนะคะ”
พยัคฆ์รับแฟ้มไปเปิดดู ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว รายชื่อเหล่านั้นคือศัตรูทางการค้าที่เขาพยายามกำจัดมาตลอด แต่ในเมื่อศิลาเสนอชื่อพวกนี้มา นั่นหมายความว่าเธอกำลังบอกเขาว่า เธอพร้อมจะร่วมมือกับเขาในการ ‘กวาดล้าง’ เหล่าศัตรูให้สิ้นซากด้วยวิธีการของเธอเอง
“คุณนี่... น่ากลัวจริงๆ ศิลา” พยัคฆ์พึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ มือหนาวางลงบนไหล่บอบบางของหญิงสาว ศิลารู้สึกขยะแขยงจนแทบจะอาเจียน แต่เธอก็เลือกที่จะนิ่งเฉย ยอมให้เขาแตะต้องราวกับแมวที่เชื่องเช้า
“ที่ฉันทำไปทั้งหมด ก็เพื่อคุณนะคะ พยัคฆ์” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเต็มไปด้วยความโหยหาที่เสแสร้งขึ้นมา “เพราะฉันไม่อยากให้ใครมาพรากคุณไปจากฉันได้อีก... ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”
พยัคฆ์หัวเราะร่วน ดูพอใจกับคำพูดนั้นยิ่งนัก ทว่าในวินาทีที่เขาก้มลงมาเพื่อจะกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจังหวะหนักๆ ของคนที่ไม่มีมารยาท
“คุณพยัคฆ์ครับ! เกิดเรื่องแล้ว!” เสียงลูกน้องคนสนิทของพยัคฆ์ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก พยัคฆ์ผละออกจากศิลาทันทีด้วยท่าทีที่หงุดหงิด
“มีอะไร!”
“ไอ้คนที่เราสั่งให้ไปเก็บงานที่โกดังเก่า... มันหายตัวไปครับ! แล้วที่สำคัญ... มีคนส่งกล่องพัสดุมาให้ที่หน้าบริษัท ด้านในมีของที่... ที่ทำให้คุณต้องตกใจครับ”
ศิลาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ค่อยๆ เผยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นยะเยือกจนคนมองต้องเสียวสันหลัง พยัคฆ์หันกลับมามองเธออย่างระแวง รอยยิ้มของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้น
“คุณส่งอะไรไปให้เขาเหรอคะ ศิลา?” พยัคฆ์ถามเสียงต่ำ
ศิลายันกายลุกขึ้นช้าๆ เดินเข้าไปหยิบแฟ้มงานของเธอคืนมา ก่อนจะหันไปสบตาพยัคฆ์ด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความอ่อนโยนอีกต่อไป “ของขวัญต้อนรับการหวนคืนน่ะค่ะ... พยัคฆ์คะ ในเมื่อคุณชอบเล่นเกม ‘ทรยศ’ นัก ฉันก็แค่ส่ง ‘หลักฐาน’ ที่ทำให้เกมนี้สนุกขึ้นมาให้คุณเท่านั้นเอง”
กล่องพัสดุใบนั้นถูกวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊คกลางห้อง พยัคฆ์ค่อยๆ เปิดฝากล่องออกด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดราวกับคนตาย กล่องใบนั้นไม่ได้บรรจุเพียงเอกสาร แต่มันคือ ‘สร้อยข้อมือ’ ของเขาเอง... สร้อยข้อมือที่เขาเคยทำหายไปในคืนที่เขาสั่งฆ่าศิลาเมื่อชาติก่อน!
เขารีบเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า แต่ทว่า... ห้องทำงานที่เคยมีศิลายืนอยู่ กลับว่างเปล่า เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และกระดาษใบเล็กที่เสียบไว้กับแฟ้มงาน มันเขียนด้วยลายมือบรรจงที่อ่านแล้วหัวใจแทบหยุดเต้นว่า...
“เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นนะคะ... เพื่อนรัก”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของนักล่าในคราบเหยื่อไปพร้อมกับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 3
รอยร้าวในใจเพื่อน
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!