หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 27

เตรียมรับมือพายุ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"แก... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" เสียงของศิลาแหบพร่า สั่นระริกราวกับมีเข็มหมุดนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่ขั้วหัวใจ บุคคลตรงหน้าคือ ‘กวินทร์’ อดีตสหายสนิทที่เสียชีวิตไปพร้อมกับความลับทั้งหมดในเหตุการณ์วินาศกรรมเมื่อสิบปีก่อน—คนที่ตามหลักการของกาลเวลาแล้ว ควรกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านในสุสานไปนานแล้ว รินรดาที่ยืนอยู่ด้านข้างชักมีดพกออกมาในจังหวะเดียวกับที่เธอขยับไปขวางหน้าศิลา ดวงตาเรียวคมของเธอวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร "อย่าขยับ ถ้าไม่อยากให้หัวใจของแกหลุดออกมาเต้นระบำอยู่นอกอก" ร่างในชุดดำแสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความสมเพช "เวลาที่แกขโมยมาน่ะศิลา มันไม่ได้ทำให้แกเป็นพระเจ้าหรอกนะ... มันแค่ทำให้แกเป็นนักโทษที่รอวันประหารที่ยาวนานขึ้นเท่านั้นเอง" ศิลาข่มอารมณ์ที่ตีรวน เขาผ่อนลมหายใจช้าๆ บังคับให้หัวใจที่เต้นรัวกลับมาเป็นจังหวะปกติ "ริน... ถอยไป" "แต่ว่า..." "ฉันบอกให้ถอยไป" ศิลาย้ำ น้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาด "ถ้ามันอยากจะคุย ก็ให้มันคุย" เขาก้าวผ่านรินรดาไปหยุดอยู่ตรงหน้ากวินทร์ กลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายไม่ใช่กลิ่นดินกลิ่นเลือดธรรมดา แต่เป็นกลิ่นของ ‘ห้วงมิติที่บิดเบี้ยว’ ศิลาตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่กวินทร์ตัวจริง แต่มันคือเบี้ยหมากตัวใหม่ที่พยัคฆ์เพิ่งดึงออกมาจากความมืดมิด "พยัคฆ์ส่งแกมาเพื่อทดสอบฉัน หรือส่งมาเพื่อสังหารฉันในฐานะที่แกเป็น 'จุดอ่อน' ที่ฉันเคยทิ้งเอาไว้ในอดีต" ศิลาถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ว่างเปล่าของอีกฝ่าย "พยัคฆ์น่ะหรือ?" กวินทร์แค่นหัวเราะ "เขาเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่กำลังจะกลายเป็นเบี้ยร้าง... แต่ก็นะ ในเมื่อแกเลือกที่จะเล่นเกมนี้แล้ว ศิลา... ก็เตรียมตัวรับมือกับพายุที่จะกวาดล้างทุกสิ่งที่แกพยายามปกป้องให้สิ้นซากได้เลย" ร่างนั้นก้าวถอยหลังสู่เงามืด ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองสีดำสนิท ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้ง ศิลาไม่รอช้า เขาหันกลับมาหาคนของเขาที่เริ่มทยอยเข้ามารวมตัวกันที่โถงกลางบ้าน "ริน... ยกเลิกแผนการส่งออกอาวุธทั้งหมด เปลี่ยนเป็นเปิดใช้งาน 'ค่ายกลข่ายใยเหล็กไหล' ทันที" "ค่ายกลนั้นมันใช้พลังงานมหาศาลนะศิลา ถ้าเราเปิดใช้ตอนนี้ ครอบครัวของนายและคนรอบข้างจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกทันที นายจะกลายเป็นเป้านิ่ง" รินรดาแย้ง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล "ถ้าไม่ทำ เราก็ไม่มีทางรอด" ศิลาเดินไปที่กลางห้อง เขาวางฝ่ามือลงบนแผ่นศิลาจารึกที่ซ่อนอยู่ใต้พรมหรู อักขระสีทองเริ่มเรืองแสงขึ้นตามจังหวะชีพจรของเขา "พยัคฆ์ไม่ได้มาคนเดียว แต่มันดึงเอา 'กติกา' ที่ไม่ควรมีอยู่ในยุคนี้มาใช้ ถ้าเราไม่สร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งพอ คนของฉันทุกคน... จะถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม" ศิลาหลับตาลง สมาธิของเขาพุ่งตรงไปที่การถักทอโครงข่ายพลังงาน พลังงานสีฟ้าครามค่อยๆ แผ่ซ่านออกจากตัวเขาปกคลุมพื้นที่บ้านทั้งหลังและรัศมีโดยรอบห้ากิโลเมตร นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต เพราะการสร้างค่ายกลในยุคที่พลังปราณเบาบางเช่นนี้ หมายถึงการสูบเอาพลังชีวิตของเขาเองไปหล่อเลี้ยงมัน "เริ่มการเชื่อมต่อ" เสียงของศิลาดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นใต้ดิน ทุกคนในบ้านหยุดการกระทำทันที พวกเขาสัมผัสได้ถึงม่านพลังงานที่โอบล้อมพวกเขาไว้ มันอุ่น... แต่มันก็บีบคั้นราวกับกรงขัง "พี่ศิลา..." เสียงน้องสาวของเขาดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง เธอมองดูแสงสีทองที่ไหลวนรอบตัวพี่ชายด้วยความหวาดหวั่น "พี่กำลังจะทำอะไรคะ?" ศิลาหันมามองคนในครอบครัว สายตาที่เคยเย็นชากลับอ่อนโยนลงวูบหนึ่ง "พี่แค่กำลังทำในสิ่งที่พี่ควรจะทำตั้งแต่วันที่ย้อนเวลากลับมา... พี่กำลังสร้างที่ปลอดภัย ที่ที่ไม่มีใครหน้าไหนจะแตะต้องพวกเราได้ แม้แต่คนที่ตายไปแล้วก็ตาม" เขาสั่งการอย่างรวดเร็ว "จัดกำลังคนเวรยามทุกจุด ใครที่อยู่นอกเขตค่ายกลห้ามกลับเข้ามาเด็ดขาด และริน... ตรวจสอบตำแหน่งของพยัคฆ์ ถ้ามันกล้าใช้คนจากมิติอื่น ฉันก็จะใช้ 'สุสานแห่งความทรงจำ' ล็อกมันไว้ในนั้นตลอดกาล" บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทหารรับจ้างหลายสิบคนกระจายตัวออกไปประจำจุดตามแผนที่ศิลาวางไว้อย่างแม่นยำ ศิลาไม่ได้เพียงแค่ป้องกัน แต่เขากำลังวางกับดักที่ซ้อนทับกันถึงสามชั้น เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ศิลาก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก เลือดกำเดาหยดหนึ่งไหลออกมาจากจมูกของเขา ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนร่างแทบพังทลาย "นายฝืนเกินไปแล้ว" รินรดาเดินเข้ามาซับเลือดให้เขา ความนุ่มนวลในสัมผัสขัดกับความเด็ดขาดในแววตา "พยัคฆ์อาจจะไม่ได้บุกวันนี้ แต่มันกำลังรอดูความตายที่ค่อยๆ กัดกินนายจากภายใน" ศิลาเช็ดเลือดที่ปลายจมูกออก พลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกบดบังด้วยม่านพลังงาน แสงจันทร์คืนนี้ดูวิปริตกว่าที่ควรจะเป็น "ริน... เธอเชื่อเรื่องโชคชะตาไหม" ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ "ฉันเชื่อแค่แผนการของนาย" "ดี... เพราะแผนต่อไปของฉัน คือการทำลายโชคชะตานี้ให้สิ้นซาก" ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดดูภาพถ่ายเก่าใบหนึ่งในระบบฐานข้อมูล มันเป็นภาพของพยัคฆ์ในงานเลี้ยงเมื่อยี่สิบปีก่อน แต่ในภาพนั้น... มีเงาของใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังพยัคฆ์ เงาที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้... เขาขยายภาพนั้นดูจนสุดขีด ก่อนจะพบความจริงที่ทำให้เขาต้องหยุดหายใจ เงาที่ยืนข้างหลังพยัคฆ์ไม่ได้มีแค่กวินทร์ แต่ยังมี 'ศิลา' อีกคนหนึ่ง... ศิลาจากอีกเส้นเวลาหนึ่งที่ดูแก่กว่าและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น หัวใจของเขากระตุกวูบ เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบป้องกันค่ายกลดังขึ้นก้องทั่วบ้าน ไม่ใช่การบุกรุกจากภายนอก แต่เป็นสัญญาณว่า... 'มีใครบางคนในบ้านนี้ ได้ข้ามพ้นเขตค่ายกลออกไปแล้ว' และคนคนนั้น ก็คือคนที่เขาสั่งห้ามไม่ให้ก้าวออกไปไหนเด็ดขาด... น้องสาวของเขาเอง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและกลลวงไปกับ "เงียบแต่ฟาดเรียบ" นะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%