หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 26

สุนัขจนตรอก

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"นายคิดว่ากระสุนนัดเดียวจะจบเรื่องของพวกเราได้จริงๆ หรือ ศิลา?" พยัคฆ์เหยียดยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยในตอนแรกกลับนิ่งสนิทราวกับหินผา เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองปืนพกกระบอกนั้นที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กหรูหรา กลับกัน ดวงตาคมกริบดุจสัตว์ร้ายของเขาจ้องเขม็งไปยังดวงตาที่ว่างเปล่าของศิลา—ดวงตาที่ผ่านการตายมาแล้วหนึ่งครั้งและไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย "กระสุนนัดเดียวไม่พอหรอกพยัคฆ์" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว "แต่ความลับที่ฉันกำอยู่ในมือ... เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตที่แกสร้างมาทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของพยัคฆ์ดังขึ้นอย่างน่าขนลุก เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง บรรยากาศในห้องทำงานที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันนั้นกดดันเสียจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา "ความลับงั้นหรือ? นายหมายถึงเรื่องที่คุณลุงรู้ว่าใครเป็นคนขัดเบรกรถเขาน่ะเหรอ? หรือเรื่องที่คุณหนูรินรดากำลังแอบส่งข้อมูลของฉันให้ตำรวจลับ?" พยัคฆ์โน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "นายคิดว่าคนอย่างฉันจะเดินหมากโดยไม่มีแผนสำรองงั้นหรือ ศิลา... แกมันก็แค่คนดวงดีที่ย้อนเวลากลับมาเพื่อชดใช้กรรมเก่า แต่แกไม่มีทางชนะคนอย่างฉันได้หรอก เพราะคนอย่างฉันไม่มีอะไรจะเสียตั้งแต่ต้นแล้ว" รินรดาที่ยืนหลบอยู่ในมุมมืดของห้องขยับตัวเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเธอแตะที่อุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วใต้ปกเสื้อ เธอเห็นพยัคฆ์ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องที่ซุ่มอยู่ภายนอกผ่านกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ในมุมอับ แผน 'ล้างโคตร' ที่เขาเตรียมไว้ไม่ได้หมายถึงแค่ชีวิตของศิลา แต่มันรวมถึงทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฐานอำนาจเดิมของศิลาทั้งหมด "นายพูดถูก พยัคฆ์" ศิลาหยิบปืนขึ้นมา หมุนมันเล่นด้วยท่วงท่าที่ช่ำชอง "คนไม่มีอะไรจะเสียคือคนที่น่ากลัวที่สุด แต่คนที่รู้อยู่แล้วว่าจุดจบตัวเองจะเป็นอย่างไร... คือคนที่ไม่เคยกลัวตายเลยแม้แต่นาทีเดียว" ปัง! เสียงปืนดังสนั่นทำลายความเงียบของค่ำคืน แต่กระสุนไม่ได้เจาะเข้าที่ร่างของพยัคฆ์ มันกลับพุ่งทะลุผ่านโคมไฟระย้าด้านบนจนแตกกระจาย เศษแก้วร่วงหล่นลงมาดั่งฝนพิฆาต พยัคฆ์เบิกตากว้าง สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขาสั่งให้เขากระโจนหลบใต้โต๊ะ แต่ศิลาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น "ริน! เดี๋ยวนี้!" ศิลาตวาดก้อง รินรดาพุ่งตัวออกจากเงามืด มือข้างหนึ่งคว้าเอาแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ใต้พรมออกมา ในขณะที่มืออีกข้างดึงสลักระเบิดควันขนาดเล็กที่พกติดตัวไว้ขว้างไปทางประตูห้อง พยัคฆ์ที่เพิ่งตั้งหลักได้รีบควักปืนออกจากเอว แต่เขากลับพบว่าห้องทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยควันสีขาวหนาทึบ "จับตัวมัน! อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงตะโกนของพยัคฆ์ดังมาจากท่ามกลางมวลควัน เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์หลายสิบคนบุกเข้ามาในห้อง เสียงเหล็กกระทบกัน เสียงปืนดังรัวไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่การต่อสู้แบบตัวต่อตัว แต่มันคือสงครามขนาดย่อมที่ถูกจัดฉากขึ้นมา ศิลาอาศัยจังหวะความชุลมุนเคลื่อนที่ราวกับเงา เขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พยัคฆ์ แต่เขากำลังมุ่งหน้าไปที่เซิร์ฟเวอร์หลักของอาคารแห่งนี้ หากทำลายข้อมูลทั้งหมดที่พยัคฆ์เก็บไว้ได้ เกมจะเปลี่ยนฝั่งทันที แต่ทว่า... เมื่อเขาไปถึงหน้าห้องควบคุม เขากลับพบกับเงาร่างหนึ่งที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว "พี่ศิลา... ฉันบอกแล้วใช่ไหมคะว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ เพราะเราเป็นคนประเภทเดียวกัน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอยืนขวางทางเขาไว้ ปืนกระบอกสีเงินในมือของเธอกำลังเล็งมาที่หน้าอกของศิลา ท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังสนั่นอยู่ด้านหลัง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้ "ริน? เธอทำอะไรน่ะ?" ศิลาชะงัก ฝีเท้าที่เคยมั่นคงหยุดลงอย่างกะทันหัน "ขอโทษนะคะ... แต่ครอบครัวของฉันไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก พวกเขาถูกพยัคฆ์จับไปตั้งแต่วันก่อน ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ พวกเขาก็ต้องตาย" เธอสะอื้น "และที่แย่ไปกว่านั้น... ปืนกระบอกนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อยิงพี่ แต่มีไว้เพื่อให้พี่ส่งข้อมูลทั้งหมดที่พี่มีให้เขา เดี๋ยวนี้!" ในเสี้ยววินาทีนั้น ศิลาตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แผนของพยัคฆ์เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นแผนที่ลากทุกคนให้จมดิ่งลงสู่ความหายนะไปพร้อมกัน พยัคฆ์เดินฝ่าควันออกมา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏชัดบนใบหน้าอาบเลือดของมัน มันหัวเราะร่าราวกับคนเสียสติก่อนจะกดปุ่มรีโมทในมือ พื้นห้องใต้เท้าของศิลาสั่นสะเทือน เสียงระเบิดที่ถูกวางไว้นับสิบจุดทั่วฐานทัพดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าพยัคฆ์ตัดสินใจแล้วว่า... หากเขาไม่ได้บัลลังก์นี้ ก็ต้องไม่มีใครได้รับมันไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นศิลา หรือแม้แต่คนทรยศอย่างตัวเขาเองก็ตาม ศิลาหันมองไปรอบตัว อาคารกำลังพังทลายลง เศษปูนและเหล็กกล้ากำลังร่วงหล่นลงมาปิดกั้นทางออกทุกทาง พยัคฆ์จ้องมองศิลาด้วยแววตาที่บ้าคลั่งจนถึงขีดสุด "มาดูกันซิว่า ในกองเพลิงนี้... ใครกันแน่ที่จะเป็นคนสุดท้ายที่เหลือรอด!" สิ้นเสียงคำรามนั้น พยัคฆ์พุ่งตัวเข้าใส่ศิลาพร้อมกับระเบิดมือที่กำแน่นในมือข้างที่เหลือ ทว่าในขณะที่เสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตายมาถึง ประตูเหล็กกล้าที่ทางเข้าหลักก็ถูกพังทลายลงด้วยแรงอัดมหาศาล พร้อมกับเสียงตะโกนที่ศิลาจำได้ดีว่าเป็นของใคร "หยุดเดี๋ยวนี้! ทุกคนหมอบลง!" เงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดดำสนิทก้าวผ่านฝุ่นควันเข้ามา ความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยตีรวนขึ้นมาในใจของศิลา เขาหันไปมองร่างนั้นด้วยความตกตะลึง เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ในยุคสมัยนี้อีกต่อไป เงียบแต่ฟาดเรียบขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นนี้มาด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%