หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 22

บาดแผลที่ได้รับ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“ริน... อย่าเพิ่งปิดแผล” น้ำเสียงของศิลาแหบพร่า ทว่าเยือกเย็นราวกับมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องลับใต้ดิน เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากบาดแผลฉกรรจ์บริเวณสีข้าง ย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาให้กลายเป็นสีชาดน่าสยดสยอง รินรดาชะงักมือที่กำลังจะหยิบผ้าพันแผล ดวงตาเรียวสวยของเธอดุจกวางตื่นตระหนก เธอรู้ดีว่าศิลาไม่ได้โง่พอที่จะปล่อยให้ตัวเองบาดเจ็บโดยไร้เหตุผล แต่นี่มันเกินกว่า ‘ละคร’ ที่วางแผนไว้ไปไกลโข “คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่าศิลา! เลือดออกมากขนาดนี้ ถ้าเกิดติดเชื้อหรือเสียเลือดมากเกินไป แผนของคุณจะพังไม่เป็นท่า!” รินรดาตวาดเสียงสั่น แม้จะพยายามคุมสติแค่ไหน แต่หยดเลือดที่หยดลงบนพื้นหินก็ทำให้น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมา ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทันใดนั้นเขาก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนหญิงสาวต้องนิ่วหน้า “ความจริงที่ว่า ‘พยัคฆ์’ ไม่ได้อยู่ในห้องนั้น... มันหมายความว่าเกมนี้กว้างกว่าที่เราคิด ริน” เขากระซิบพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “ถ้าฉันไม่ ‘เจ็บหนัก’ จริงๆ แล้วฝ่ายนั้นจะยอมเผยไต๋ออกมาหรือ? ศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดน่ะ มันไม่ได้กลัวความฉลาดของฉันหรอก แต่มันกลัวความอ่อนแอที่ฉันจะแสดงให้พวกมันเห็นต่างหาก” ศิลาปล่อยมือแล้วทิ้งตัวพิงผนังเย็นเยียบ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว แต่แววตายังคงคมกริบดั่งนักล่าที่กำลังล่อเหยื่อเข้าสู่กับดักมรณะ เขาไม่ได้เพียงแค่บาดเจ็บเพื่อตบตา แต่เขากำลังใช้ความเจ็บปวดนี้เป็นเครื่องมือพิสูจน์ความจงรักภักดีของ ‘หนอนบ่อนไส้’ ที่ยังซ่อนตัวอยู่ในองค์กรของเขาเอง “รอให้พวกมันเข้ามา” ศิลาสั่งเสียงแผ่ว “พอพวกมันเห็นฉันสภาพนี้ ใครที่รีบเร่งจะเข้ามากำจัดฉัน... คนนั้นแหละคือตัวการที่เรารออยู่” เวลาผ่านไปราวกับเต่าคลาน ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังมาจากโถงทางเดิน รินรดารีบเก็บอุปกรณ์ทำแผลแล้วหลบเข้าไปในมุมมืดของห้อง เธอหยิบปืนพกขนาดเล็กออกมาซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ประตูห้องลับถูกผลักออกช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ศิลาต้องแค่นยิ้มในใจ... *พยัคฆ์* ไม่ได้มาเอง แต่ส่ง ‘มือขวา’ คนสนิทของเขามาเพื่อปิดงาน “คุณศิลา... น่าสมเพชจริงๆ นะครับ” ชายชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่ฟุบอยู่กับโต๊ะไม้ “นายพยัคฆ์บอกไว้ไม่มีผิด ว่าคุณมันก็แค่สุนัขจนตรอกที่รอวันสิ้นลม” ศิลาแสร้งทำเป็นกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างสมจริง “แก... แกเป็นใคร... พยัคฆ์ส่งแกมางั้นเหรอ?” “คนใกล้ตายไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อหรอกครับ” ชายชุดดำชักปืนเก็บเสียงออกมาจ่อที่ขมับของศิลา นิ้วชี้ค่อยๆ กดลงบนไกปืน จังหวะนั้นเอง ศิลาที่ดูเหมือนกำลังจะขาดใจตายกลับเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยกลับเปลี่ยนเป็นประกายดุร้ายราวกับปีศาจ เขาสวนคว้าลำคอของชายชุดดำไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ พร้อมกับใช้มืออีกข้างกระชากปืนออกจากมือศัตรู “คนที่ตาย... คือแกต่างหาก” เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ทว่าไม่ใช่จากปืนของชายชุดดำ แต่เป็นจากเงามืดที่รินรดาซ่อนอยู่ กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ของศัตรูจนเขาล้มลงกับพื้น ศิลารีบลุกขึ้นยืน แม้บาดแผลจะส่งผลให้เขาเซไปวูบหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้เป็นอย่างดี เขาเดินเข้าไปเหยียบลงบนอกของชายชุดดำคนนั้น ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู “บอกพยัคฆ์ของแกไปว่า... ของขวัญที่ส่งมาน่ะ ฉันรับไว้แล้ว แต่คราวหน้าส่งตัวบงการมาเองเลยจะดีกว่า อย่าให้ฉันต้องเหนื่อยลากคอพวกมันออกมาเอง” ทว่าก่อนที่ชายคนนั้นจะได้อ้าปากตอบโต้ ดวงตาของเขากลับเบิกโพลง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงราวกับได้รับสารพิษร้ายแรง เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากปากและจมูก ศิลาขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว “ริน! อย่าเข้าใกล้!” ศิลาตะโกนเตือน แต่ไม่ทันการณ์ ชายชุดดำสิ้นใจลงในทันทีด้วยสภาพที่น่าสยดสยอง ศพของเขาเริ่มเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่การตายปกติ แต่มันคือการ ‘ปิดปาก’ แบบล้างบางด้วยพิษที่วางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วินาทีที่เข้ามาในห้องนี้ รินรดารีบวิ่งเข้ามาหาศิลา มือของเธอกดแผลให้เขาอย่างร้อนรน “เราโดนซ้อนแผนอีกแล้วศิลา! พิษนี่... มันไม่ได้มาจากนายพยัคฆ์ แต่มันมาจากคนที่คอยเฝ้าดูอยู่ข้างนอกนั่น!” ศิลานิ่งงัน จ้องมองศพที่เริ่มเน่าเปื่อยไปต่อหน้าต่อตา ความคิดในหัวของเขาตีกันยุ่งเหยิง หากพยัคฆ์ไม่ได้เป็นคนบงการ และผู้ที่ส่งคนมาเก็บงานเป็นคนละฝ่ายกัน แสดงว่าในเกมกระดานนี้ ยังมีผู้เล่นคนที่สามที่เขาคาดไม่ถึง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของคนหลายสิบคนก็ดังขึ้นนอกประตูห้องลับ ศิลาขยับตัวเข้าใกล้รินรดา พลางมองไปที่ทางออกเดียวของห้องด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่ากลัว “ดูเหมือนว่า ‘บาดแผล’ ของฉันในวันนี้ จะเรียกแขกที่น่าสนใจกว่าเดิมมาเยือนเยอะเลยนะ” ประตูห้องถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกจากด้านนอก แสงไฟจากโคมระย้าส่องกระทบใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามา... ศิลาถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด มือที่ถือปืนของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับมานานหลายชาติ ไม่ใช่พยัคฆ์... แต่เป็นคนคนหนึ่งที่เขาเชื่อใจมากที่สุดในชีวิต ก่อนที่จะถูกสังหารในชาติที่แล้ว เงียบแต่ฟาดเรียบขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการหักเหลี่ยมเฉือนคมอันดุเดือดนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%