"นายคิดว่าคนตายจะลุกขึ้นมาทวงแค้นได้จริงหรือศิลา?"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของพยัคฆ์ กลิ่นซิการ์ราคาแพงอบอวลจนน่าเวียนหัว ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงค้างชื่อของ 'คนคนนั้น' เอาไว้—คนที่เขาเคยกุมมือสาบานว่าจะร่วมทางกันจนวันตาย แต่ตอนนี้ชื่อนั้นกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาภัยที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่เขาสร้างมา
ศิลาเงยหน้าขึ้น สบตากับพยัคฆ์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แววตาของเพื่อนรักที่เปลี่ยนไปเป็น 'ศัตรู' ในชาตินี้ช่างว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจจนน่ารังเกียจ
"คนตายอาจจะพูดไม่ได้พยัคฆ์ แต่สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้... มันดังกว่าเสียงตะโกนของนายหลายเท่านัก" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนความหยิ่งผยองของอีกฝ่าย
พยัคฆ์แค่นหัวเราะ เหวี่ยงแก้ววิสกี้ในมือลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงแก้วที่กระทบพื้นหินอ่อนดังสนั่นราวกับเสียงปืนที่ลั่นไกเปิดฉากความรุนแรง เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง เงาร่างของชายผู้ถูกครอบงำด้วยความทะเยอทะยานทาบทับลงมาบนร่างของศิลา
"แกคิดว่าตัวเองฉลาดนักเหรอ? คิดว่าการย้อนกลับมาเดินหมากใหม่จะทำให้แกชนะงั้นสิ!" พยัคฆ์พุ่งตัวเข้ามาคว้าคอเสื้อของศิลาอย่างแรงจนร่างของเขาถลาเข้าชิดขอบโต๊ะ ความรุนแรงที่พยัคฆ์เริ่มใช้นั้นไม่ได้มาจากความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่มันมาจาก 'ความกลัว' ที่ถูกต้อนจนมุม
รินรดาที่ยืนหลบมุมอยู่ในเงามืดของประตูบานพับ มือของเธอแตะอยู่ที่ปืนพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองสถานการณ์อย่างประเมิน เธอรู้ดีว่าหากพยัคฆ์เริ่มใช้กำลัง นั่นหมายความว่าแผนการของศิลาในส่วนสุดท้ายได้แทรกซึมลึกถึงแก่นกระดูกของมันแล้ว
"ปล่อยมือซะพยัคฆ์" ศิลาเอ่ยขึ้นโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แม้ลมหายใจจะติดขัดจากแรงบีบที่คอเสื้อ เขายังคงรักษาระดับความเยือกเย็นไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจ "การใช้ความรุนแรงคืออาวุธของคนแพ้ และตอนนี้... นายกำลังบอกให้คนทั้งโลกเห็นว่า นายไม่เหลือหมากตัวไหนให้เดินแล้วนอกจากกำปั้นเปล่าๆ"
"หุบปาก!" พยัคฆ์คำรามลั่น สันกรามของเขาขบกันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน มืออีกข้างคว้าที่เปิดจดหมายโลหะบนโต๊ะขึ้นมาจ่อที่ลำคอของศิลา "ฉันจะทำให้แกหายไปก่อนที่แผนสกปรกของแกจะเริ่มทำงาน ในเมื่อแกอยากเป็นวีรบุรุษนัก ฉันก็จะส่งแกไปเป็นผีเฝ้าบันลังก์ที่แกโหยหานักหนา!"
ศิลาเหลือบมองไปที่รินรดาเพียงเสี้ยววินาที สัญญาณลับที่สื่อสารกันทางสายตาทำให้รินรดาขยับตัวทันที เธอไม่ได้พุ่งออกไปเพื่อหยุดยั้งความรุนแรง แต่เธอเลือกที่จะ 'เปิดโปง' ความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
"พยัคฆ์... ถ้าฆ่าเขาตอนนี้ นายจะไม่มีวันได้รู้ว่าทำไมบัญชีลับของบริษัทถึงมีชื่อคนคนนั้นพ่วงอยู่กับนาย" รินรดาก้าวออกมาจากเงามืด น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือกและทรงพลังพอที่จะทำให้พยัคฆ์ชะงักมือที่สั่นเทา
พยัคฆ์เบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน "แก... แกหมายความว่ายังไง?"
"นั่นไม่ใช่แค่บัญชีการเงินพยัคฆ์" ศิลาเค้นยิ้มแม้จะถูกอาวุธจ่อคอ "แต่มันคือ 'หลักฐานการซื้อขายชีวิต' ที่นายทำไว้กับคนตายที่นายคิดว่านายกำจัดไปแล้ว แต่ความจริงคือ... เขาเฝ้ามองดูนายผ่านคนของนายเองมาตลอดสามปีนี้"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบขึ้นในทันที พยัคฆ์ค่อยๆ คลายมือจากคอเสื้อของศิลา ความสับสนตีรวนอยู่ในดวงตาของเขา เขาหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสว่างวาบอยู่ ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ไม่ใช่แค่ชื่อ แต่มันคือเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงตรงไปยังหลุมศพของ 'พันธมิตรคนสำคัญ' ที่เขาเคยสั่งเก็บด้วยมือตัวเอง
พยัคฆ์ถอยหลังกรูดไปชนกับตู้เซฟด้านหลัง ใบหน้าของเขาเริ่มซีดเผือดเมื่อเสียงแจ้งเตือนจากอีเมลลับดังขึ้นเป็นระลอก ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่กำลังจะระเบิด
"นี่มันอะไรกัน... เป็นไปไม่ได้!" พยัคฆ์พึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ฉันจัดการเขาไปแล้ว... เขาตายไปแล้ว!"
"คนตายไม่พูด แต่ข้อมูลที่เขาทิ้งไว้ก่อนตายจะพูดแทนเขาทุกคำ" ศิลาก้าวเข้ามาใกล้พยัคฆ์ที่กำลังสติแตก "นายเชื่อมั่นในอำนาจเงินและเลือดมากเกินไป จนลืมไปว่าในกระดานนี้... ไม่ใช่แค่นายคนเดียวที่รู้ว่า 'การตาย' คือทางออกที่ดีที่สุดในการซ่อนความลับ"
ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อมูลชุดสุดท้ายออกไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่มาพร้อมกับความตายของอำนาจที่พยัคฆ์เคยครอบครอง
ทว่า ในขณะที่พยัคฆ์กำลังจะระเบิดอารมณ์ด้วยความคลั่งแค้นอีกครั้ง ประตูด้านหลังของห้องทำงานก็เปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของชายวัยกลางคนที่พยัคฆ์จำได้แม่นว่าควรจะนอนอยู่ในโลงศพใต้ดินเมื่อสามปีก่อน ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของศิลาหยุดไหล
เขาคนนั้นไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือถือกระบอกปืนที่เล็งตรงมาที่กลางหน้าผากของศิลาพร้อมกับคำพูดที่ทำลายทุกแผนการในพริบตาว่า... "ขอบใจมากนะศิลา ที่ช่วยหาตัวการที่แท้จริงให้ฉันจนเจอ... ถึงเวลาที่หมากทุกตัวบนกระดานนี้ ต้องถูกล้างออกด้วยเลือดเสียที!"
ความจริงที่ว่า 'ศัตรู' ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในห้องนี้ตั้งแต่แรก หากแต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดที่ศิลาเพิ่งจะกู้คืนมาได้ ทำให้ทุกก้าวย่างที่ผ่านมาของเขา กลายเป็นเพียงการเดินเข้าสู่กับดักที่ออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งความแค้นไปกับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 21
เลือดที่ต้องชดใช้
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!