“คุณพยัคฆ์คะ... ดิฉันว่าการลงทุนในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนรอบนี้ ดูจะ ‘ใจกว้าง’ ไปหน่อยหรือเปล่าคะ?”
เสียงหวานเรียบเฉยของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศหรูหราของงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ เหล้าองุ่นราคาแพงในแก้วคริสตัลสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะที่เธอเอียงคอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะหยอกล้อ แต่แฝงไว้ด้วยคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม
พยัคฆ์หัวเราะร่า เขาสวมสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสนดูสง่างามดั่งพญาเสือที่ไร้คู่ต่อกร ในสายตาเขา รินรดาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ยังพอมีประโยชน์ให้ใช้งาน “ใจกว้างคือคุณสมบัติของผู้นำครับรินดา ถ้าไม่กล้าได้กล้าเสีย เราจะขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารได้ยังไง จริงไหม?”
“นั่นสินะคะ” ศิลาที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนอยู่ไม่ไกลแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่กำลังละลายลงในแก้ววิสกี้ “แต่บางครั้ง... การกางปีกกว้างเกินไป ก็อาจทำให้ถูกธนูยิงเอาได้ง่ายๆ เหมือนกันนะคะ”
สายตาของศิลาและพยัคฆ์ปะทะกันกลางอากาศ แววตาของพยัคฆ์ไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยาม “ศิลา นายก็ยังขี้ขลาดเหมือนเดิม ความมั่งคั่งมักมาพร้อมความเสี่ยง นายควรหัดวางความกลัวลงบ้างนะ”
พยัคฆ์เดินผละออกไปทักทายกลุ่มนักลงทุนวีไอพีที่โต๊ะใหญ่ด้วยท่าทีโอ้อวด เขาคือดวงดาวในงานคืนนี้ แผนการทุ่มเงินมหาศาลเข้าฮุบที่ดินชายแดนกำลังเป็นที่จับตามอง กลุ่มทุนจากต่างชาติหลายรายเริ่มขยับตัวเข้ามาห้อมล้อมเขา ราวกับแมลงวันที่ได้กลิ่นน้ำหวาน
รินรดาขยับเข้ามาใกล้ศิลา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอเจือจางลงด้วยความตึงเครียดที่อบอวลอยู่รอบกาย “เหยื่อติดเบ็ดแล้วค่ะ รายชื่อนักลงทุนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่เน้นผลกำไรระยะสั้นและเกลียดการขาดทุนมากที่สุด ถ้า ‘หลักฐาน’ ที่เราเตรียมไว้ถึงมือพวกเขา... พยัคฆ์จะไม่มีวันได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก”
“รอจังหวะที่เขากำลังมั่นใจที่สุด” ศิลาตอบโดยไม่หันไปมอง “ความเย่อหยิ่งคือจุดอ่อนเดียวที่ฆ่าคนมานักต่อนัก พยัคฆ์คิดว่าเขาถือไพ่เหนือกว่า แต่เขาลืมไปว่า... ในสำรับนี้มีไพ่ใบที่ไม่มีใครมองเห็นอยู่”
ความเคลื่อนไหวในงานดำเนินไปอย่างเชื่องช้าทว่ากดดัน พยัคฆ์เดินถือแก้วไวน์วนเวียนไปรอบกลุ่มนักลงทุน เขาพูดจาหว่านล้อมด้วยตัวเลขที่ดูเกินจริง ศิลาแอบสังเกตเห็นว่าพยัคฆ์เริ่มถอดหน้ากากที่ดูสุขุมออก ความกระหายในอำนาจทำให้เขาลืมความรอบคอบ เขาเผลอพูดถึง ‘แหล่งเงินทุนสำรอง’ ที่เขาดึงมาจากบริษัทในเครือข่ายที่ศิลาเคยเป็นเจ้าของ... แหล่งเงินทุนที่ผิดกฎหมายและมีการฟอกเงินแฝงอยู่
นี่คือจังหวะที่ศิลาเฝ้ารอ
ศิลาส่งสัญญาณให้รินรดา รินรดาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะแกล้งทำเป็นเดินสะดุดถาดเสิร์ฟของพนักงานในจังหวะที่พยัคฆ์กำลังรินไวน์ให้นักลงทุนรายใหญ่ที่สุด แก้วคริสตัลร่วงหล่นแตกกระจาย เสียงดังสนั่นทำให้ผู้คนทั้งงานเงียบกริบ พนักงานเสิร์ฟรีบเข้ามาจัดการความวุ่นวาย ในขณะที่รินรดาแอบสลับแฟ้มเอกสารบนโต๊ะวีไอพีด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน
“โอ๊ะ! ดิฉันขอโทษจริงๆ ค่ะท่าน” รินรดาแสร้งทำตัวสั่นเครือ “พอดีเอกสารพวกนี้... มันวางไว้หมิ่นเหม่เกินไป ดิฉันเลยเผลอทำตกจนซองแตกน่ะค่ะ”
แฟ้มเอกสารเปิดอ้าออกมา รายการเดินบัญชีลับและชื่อบริษัทเชลล์คอมพานีที่พยัคฆ์ใช้ฟอกเงินปรากฏหราอยู่บนโต๊ะ นักลงทุนกลุ่มนั้นก้มลงมองด้วยสัญชาตญาณ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนจากชื่นชมเป็นความกริ้วโกรธทันที
“พยัคฆ์! นี่มันหมายความว่ายังไง?” นักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งตวาดลั่น “คุณบอกว่าเงินทุนนี้มาจากกองทุนต่างชาติ แต่ทำไมชื่อบริษัทพวกนี้ถึงปรากฏอยู่ในบันทึกการสอบสวนของทางการ!”
ใบหน้าของพยัคฆ์ซีดเผือด เขารีบก้าวเข้ามาดูเอกสารที่รินรดาจงใจทำหล่นไว้ “ไม่ใช่! นี่มันแผนการจัดฉาก! ใครทำเรื่องนี้!”
ศิลาเดินเข้าไปช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขานิ่งสนิทจนน่ากลัว “แผนการจัดฉากงั้นหรือครับ? ถ้ามันเป็นของปลอม นายก็น่าจะพิสูจน์ได้ไม่ยาก แต่ดูเหมือนกลุ่มนักลงทุนตรงหน้าจะเริ่มไม่มั่นใจในตัวนายแล้วนะ... โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลนี้มันมีตราประทับจากสำนักงานตรวจสอบการเงิน”
พยัคฆ์หันขวับมามองศิลา ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “แก... แกวางแผนไว้ตั้งแต่แรก!”
“ฉันแค่ทำในสิ่งที่นายเคยสอนไว้” ศิลากระซิบข้างหูพยัคฆ์ด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยียบ “การลงทุนที่ใจกว้าง... มักต้องแลกมาด้วยหายนะที่คาดไม่ถึงเสมอ”
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที กลุ่มนักลงทุนพากันลุกขึ้นถอยห่างจากพยัคฆ์เหมือนเขาเป็นเชื้อโรค พยัคฆ์พยายามจะอธิบาย แต่เสียงของเขาจมหายไปในเสียงซุบซิบและการตั้งคำถามที่ดุเดือด ในจังหวะนั้นเอง ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“คุณพยัคฆ์ครับ... มีหมายเรียกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษให้คุณไปให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงินและฉ้อโกงประชาชนครับ”
พยัคฆ์ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความเคียดแค้นที่หาทางออกไม่ได้ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรินรดาที่กำลังยืนอมยิ้มอย่างเป็นผู้ชนะ แล้วสายตาของเขาก็เบนกลับมาที่ศิลา
ศิลาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ผายมือเชิญให้พยัคฆ์ตามเจ้าหน้าที่ไป แต่ก่อนที่พยัคฆ์จะเดินผ่านตัวเขาไปได้ พยัคฆ์กลับหยุดชะงักและกระซิบประโยคที่ทำให้ศิลาต้องชะงักตาม
“นายคิดว่าการจัดการฉันได้ในคืนนี้ จะช่วยล้างแค้นให้ครอบครัวนายได้งั้นเหรอ... นายลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนส่งข้อมูลเรื่องการย้อนเวลานี้ให้ฉันตั้งแต่วันแรก?”
ศิลาเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง ความจริงที่เขาไม่เคยนึกถึงปรากฏขึ้นชัดเจนในใจ
รินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมามองศิลาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่ดูว่างเปล่าและน่ากลัวเกินกว่าที่เขาเคยรู้จัก และในวินาทีนั้นเอง แสงไฟในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมากกระดานนี้ไปกับศิลาและรินรดานะคะ พบกันตอนหน้าค่ะ
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 13
หลุมพรางในงานเลี้ยง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!