กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานจันทน์เทศลอยวนอวลอยู่ในตำหนักแปดทิศ ทว่ากลับไม่สามารถกลบกลิ่นอายความตายที่โชยกรุ่นมาจากร่างที่สั่นเทาของบุรุษเบื้องหน้าได้เลยค่ะ
"เจ้า..."
เสียงของพยัคฆ์แหบพร่าและสั่นเครือ ดวงตาที่เคยคมปลาบดั่งพยัคฆ์ร้ายในพงไพรบัดนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวแห่งความหวาดกลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองป림ปรายด้วยเหงื่อกาฬ เขากำลังจ้องมองเงาร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นผ่านม่านมุกโปร่งแสงเข้ามาอย่างช้าๆ ราวกับภูตผีที่ลุกขึ้นมาจากขุมนรกโลกันตร์
คนผู้นั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเสียยิ่งกว่าเงาในกระจก หากแต่แววตากลับเยียบเย็น ดำมืด และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ สิ้นเชิง
"แปลกใจนักหรือ ท่านแม่ทัพพยัคฆ์" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดังกังวานก้องราวกับเสียงระฆังสำริดในวัดร้าง เธอประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลายครามในมืออย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วเรียวยาวสวมปลอกเล็บทองคำประดับไข่มุกขยับลูบไล้ขอบถ้วยแผ่วเบา ขณะปรายตามองอดีตสหายสนิทผู้เคยร่วมเป็นร่วมตายด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาจนแทบไม่Yอยากจะปรายตามองเป็นครั้งที่สอง
ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน พยัคฆ์เคยใช้แผนการสกปรกเพื่อกำจัด 'เงา' ซึ่งก็คือฝาแฝดผู้พี่ของเขาเอง ผู้เป็นมันสมองและเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดของตระกูล เพื่อขึ้นมาเสวยสุขบนกองเงินกองทองและอำนาจวาสนาแต่เพียงผู้เดียว เขาคิดว่าตนเองเป็นผู้ล่าที่ฉลาดที่สุดในกระดานหมากนี้ ทว่าเขาหลงลืมไปเสียสนิทว่า... หมากทุกตัวที่เขาเดิน ล้วนแต่อยู่ภายใต้สายตาของรินรดาและศิลาผู้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขโศกนาฏกรรมทั้งหมดตั้งแต่ต้น
"แก... แกมันไม่ใช่คน..." พยัคฆ์ถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไม้แกะสลักลวดลายมังกรทองของตำหนัก ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายที่เคยกำยำล่ำสันบัดนี้กลับไร้ซึ่งเรียี่ยวแรงจะต่อต้าน พิษสลายกระดูกที่รินรดาแอบผสมลงในน้ำชาเมื่อหนึ่งก้านธูปก่อนหน้านี้ กำลังกัดกินเส้นเอ็นและอวัยวะภายในของเขาอย่างช้าๆ ทรมานราวกับถูกไฟแผดเผา
"คนเรามักจะหวาดกลัวในสิ่งที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นมาเสมอ" รินรดาซึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาหลัก เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ นางอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีแดงเพลิงปักลายหงส์คู่สยายปีก ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกเนื้อดีและท่าทีสง่างามราวกับนางพญา นางกวาดสายตามองความพินาศย่อยยับของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำชีวิตของนางในชาติก่อนด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร เหตุใดจึงตัวสั่นเพียงนี้เล่าเจ้าคะ? อำนาจที่ท่านแย่งชิงมาจากเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง มันไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิดหรอ...?"
"พวก... พวกแกสองคน..." พยัคฆ์อ้าปากพะงาบๆ เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากมุมปากของเขาหยดลงบนพรมปูพื้นลายดอกโบตั๋นสีชาดจนเปรอะเปื้อนเป็นวงกว้าง เขามองศิลา สลับกับเงาของพี่ชายฝาแฝดที่ยืนสงบนิ่งราวกับหินผiเบื้องหน้า สมองที่เคยชาญฉลาดในการวางอุบายบัดนี้ว่างเปล่าจนแทบระเบิด เมื่อตระหนักได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนไม่ได้เป็นผู้เล่นเลยแม้แต่น้อย... เขาเป็นเพียงแค่หมากตัวโง่เขลา ที่ถูกต้อนให้เดินไปสู่ความตายทีละก้าวอย่างเลือดเย็น!
"แผนการที่ท่านใช้ทรยศแผ่นดิน และสังหารราชตระกูลเมื่อสิบปีก่อน ถูกรวบรวมไว้ในบัญชีหนังหมาฉบับนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ" ศิลาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบกันเบาๆ นางหยิบม้วนฎีกาผ้าแพรสีเหลืองทองขึ้นมาคลี่ออกช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองข้อความด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพยัคฆ์ที่กำลังจะหมดลมหายใจ "และราชโองการฉบับสุดท้ายจากฮ่องเต้ ก็เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่... พระราชอาญาประหารเก้าชั่วโคตรสำหรับตระกูลพยัคฆ์ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ"
สิ้นคำกล่าวของศิลา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องจากภายนอกตำหนัก กองกำลังทหารรักษาพระองค์ในชุดเกราะเหล็กเงาวับพร้อมอาวุธครบมือ พากันบุกพังประตูกระดาษสาเข้ามาล้อมรอบตำหนักแปดทิศไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีช่องว่างให้หลบหนีได้แม้แต่นายเดียวธงประจำกองทัพตระกูลพยัคฆ์ถูกกระชากลงและเหยียบย่ำด้วยฝ่าเท้านับร้อย บ่งบอกถึงการล่มสลายอย่างสมบูรณ์แบบของขุนนางผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนักภายในชั่วข้ามคืน
พยัคฆ์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวังสุดขีด เขามองเห็นอนาคตที่พังทลาย เห็นตระกูลที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนต้องดับสูญ และที่สำคัญที่สุด... เขารู้แล้วว่าความแค้นที่ถูกหักหลัง มันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าความตายหลายร้อยเท่านัก
ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของศัตรูตัวฉกาจ ก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"หลับให้สบายนะคะ... เพราะนรกกำลังรอต้อนรับสุนัขรับใช้ที่ไร้สัจจะอย่างท่านอยู่พอดี"
รินรดาเดินเคียงข้างศิลา ทั้งสองประสานสายตากันด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดและความวุ่นวายของทหารที่เข้าจับกุมบริวารของพยัคฆ์ ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของฝ่ายนางเอก เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของขันทีเฒ่าคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ใต้เท้าศิลา! คุณชายรินรดา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยตัวสั่นเทา ชูสาส์นลับประทับตราหยกมังกรสีเลือดขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นระริก "องค์ชายใหญ่... ทรง... ทรงถูกลอบปลิดพระชนม์ในตำหนักชั้นในแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และในที่เกิดเหตุ... พบปิ่นปักผมหยกขาวสลักลายหงส์ของฮองเฮาตกอยู่!"
ศิลาชะงักกึก รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที นางรีบคว้าสาส์นลับนั้นมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว กวาดสายตาผ่านตัวอักษรด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัวดั่งกลองศึก
ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่า... หมากกระดานนี้ไม่ได้จบลงแค่การล่มสลายของพยัคฆ์ หากแต่มีเงาปริศนาอีกผู้หนึ่ง กำลังใช้ความตายขององค์ชายใหญ่เพื่อตลบหลังนางและท่านอ๋องในเกมที่ใหญ่กว่าเดิม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันศัตรูไปพร้อมกับพวกเรานะคะ!
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 34
การล่มสลายของราชา
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!