"แกคิดว่าความตายของเธอ จะทำให้ฉันยอมก้มหัวให้งั้นหรือ พยัคฆ์?"
น้ำเสียงของศิลาเรียบสนิท ทว่าในแววตาที่จ้องมองภาพบนจอโปรเจกเตอร์กลับปรากฏกระแสคลื่นแห่งความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้อย่างมิดชิด มือของเขาไม่ได้สั่นแม้แต่น้อยขณะหยิบรีโมทคอนโทรลขนาดจิ๋วขึ้นมา พยัคฆ์ที่กำลังหัวเราะร่าถึงกับชะงักใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสมเพช
"แกเหลือเวลาแค่สี่สิบวินาที ศิลา! การตัดสินใจเลือกช่วยผู้หญิงเพียงคนเดียว กับการทิ้งโอกาสที่จะครองอาณาจักรที่แกเพียรพยายามสร้างมาตลอดชีวิต... แกจะเลือกอะไร?" พยัคฆ์ตะโกนลั่น แววตาของมันกระหายเลือด ราวกับกำลังรอคอยที่จะเห็นศิลาเสียสติ
รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับตัวเข้ามาใกล้ศิลา เธอไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก แต่กลับเป็นฝ่ายกระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงมั่นคง "แผนผังคลังแสงถูกรีเซ็ตเมื่อสามนาทีที่แล้ว ระบบเซฟตี้ล็อคถูกปลดด้วยรหัสลับที่ฉันฝังไว้ในเซิร์ฟเวอร์สำรองตอนที่แกดึงความสนใจมัน... กดสิ"
ศิลาไม่รอช้า เขาพิมพ์รหัสชุดสุดท้ายลงในรีโมท แสงไฟในห้องทำงานของพยัคฆ์ดับวูบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่เสียงระเบิดจะดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่ใช่จากคลังแสงที่รินรดาถูกกักขัง... หากแต่มาจากชั้นใต้ดินของอาคารแห่งนี้ที่พยัคฆ์ใช้เป็นห้องนิรภัยเก็บข้อมูลลับทั้งหมด
"แก... แกทำอะไร!" พยัคฆ์หน้าถอดสี รีบวิ่งไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ขึ้นตัวอักษรสีแดงฉานว่า 'DATA PERMANENTLY ERASED'
ศิลาเดินเข้าไปหาพยัคฆ์ช้าๆ ก้าวแต่ละก้าวหนักแน่นและทรงพลัง "แกมันโง่ที่คิดว่าฉันจะเล่นตามเกมที่แกวางไว้ การย้อนเวลากลับมาไม่ใช่เพื่อให้ฉันกลับมาแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการทำให้แน่ใจว่า... ศัตรูที่น่ารังเกียจอย่างแก จะไม่เหลือแม้แต่เศษซากของอำนาจไว้ให้จดจำ"
"แกฆ่าฉันไม่ได้! ฉันมีหลักฐานการโอนเงินผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงถึงแกในไฟล์ลับพวกนั้น!" พยัคฆ์คำราม พยายามถอยกรูดไปจนมุมห้อง
"หลักฐานนั่นถูกลบไปแล้วพร้อมกับความฝันของแก" รินรดาก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นอุปกรณ์สื่อสารในมือที่กำลังส่งสัญญาณรหัสลับไปยังสำนักงานสอบสวนกลาง "และตอนนี้ ตำรวจกำลังล้อมอาคารหลังนี้ไว้หมดแล้ว พยัคฆ์... เกมของแกจบลงตั้งแต่วินาทีที่แกตัดสินใจก้าวเข้ามาในห้องนี้ด้วยความมั่นใจเกินไปแล้วค่ะ"
ศิลาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพยัคฆ์ เขาก้มลงกระซิบข้างหูอดีตเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกที่สุดเท่าที่เคยพูดมา "สิ่งที่แกเห็นบนจอเมื่อครู่ คือสิ่งที่ฉันอยากให้แกเห็น ส่วนรินรดา... เธอปลอดภัยดีตั้งแต่ก่อนที่แกจะเริ่มวางแผนเสียอีก ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่า ในชาติที่สองนี้ ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความเมตตาของใคร... แม้แต่แก"
พยัคฆ์ทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้ซึ่งความสง่างามที่เคยมี เสียงไซเรนรถตำรวจดังระงมเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทว่าในขณะที่สถานการณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลายไปในทางที่ควรจะเป็น ศิลากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
เขาสังเกตเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของพยัคฆ์ มันไม่ใช่ยิ้มของคนแพ้ แต่เป็นยิ้มของผู้ที่เตรียมแผนสำรองไว้เสมอ
"แกคิดว่านี่คือตอนจบของนิยายที่แกแต่งขึ้นงั้นหรือ ศิลา?" พยัคฆ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "แกจัดการปัญหาเรื่องอำนาจ แกจัดการเรื่องความแค้น... แต่แกยังลืมเรื่องหนึ่งไปนะ... เรื่องที่ว่าใครเป็นคนมอบ 'ตั๋ว' ให้แกกลับมาแก้ไขอดีตตั้งแต่แรก"
ศิลาชะงักกึก หัวใจของเขากระตุกวูบ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นพยัคฆ์กดปุ่มสีดำบนนิ้วมือของตัวเองที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ จังหวะที่พื้นห้องเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ศิลาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่บอกว่า 'หนีไป' แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัว ประตูห้องก็ถูกพังเข้ามาโดยชายชุดดำในชุดเกราะล้ำยุคที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
คนกลุ่มนั้นไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่คนของพยัคฆ์
"เป้าหมายรหัส 001 พบตัวแล้ว" หนึ่งในชายชุดดำประกาศกร้าวพร้อมเล็งอาวุธแปลกประหลาดมาทางศิลา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงช่วงเวลาที่ระทึกขวัญที่สุดเช่นนี้ แล้วพบกันในตอนบทสรุปสุดท้ายนะคะ
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 37
หลังพายุผ่านไป
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!