หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 19

สูญเสียความไว้ใจ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"ถ้าคุณยังกล้าส่งคนไปป้วนเปี้ยนแถวโกดังฝั่งตะวันออกอีกเพียงครั้งเดียว ศิลา... ผมรับรองว่างานศพครั้งหน้าที่จะจัดขึ้นในตระกูลเรา จะไม่ใช่ของคนนอก แต่มันจะเป็นของคนในที่ทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้" เสียงทุ้มต่ำของพยัคฆ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมลับที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบราคาแพง เขาไม่ได้ตะคอก แต่ทุกถ้อยคำที่พ่นออกมาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของคนฟัง ศิลาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง แม้ว่าภายใต้เสื้อสูทสั่งตัด หัวใจของเขาจะเต้นเป็นจังหวะที่เด็ดขาดและเย็นชา "ความหวาดระแวงเป็นสัญญาณของคนใกล้หมดอำนาจนะ พยัคฆ์" ศิลาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก "ถ้างานที่คุณทำมันโปร่งใสพอ ทำไมต้องกลัวสิ่งที่ผมเข้าไปเห็นด้วยล่ะ หรือว่าผลประโยชน์มหาศาลที่ว่านั่น มันมีกลิ่นคาวเลือดที่คนอย่างคุณยังล้างไม่ออก" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนแทบหยุดหายใจ รินรดาที่นั่งอยู่ข้างศิลาขยับมือเล็กน้อย พัดลมระบายอากาศในห้องหมุนเอื่อยๆ สร้างเสียงรบกวนที่น่าหงุดหงิด เธอรับรู้ได้ว่าพยัคฆ์ไม่ได้มาคนเดียว วันนี้เขานำ 'บอร์ดบริหารอาวุโส' สองคนมาเป็นเกราะป้องกันทางอ้อม ชายชราสองคนที่นั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหิน คือผู้กุมชะตาของบริษัทที่ศิลาพยายามจะยึดคืน "คุณศิลา..." คุณชายทศพล หนึ่งในกรรมการอาวุโสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน "พยัคฆ์เป็นลูกคนโปรดของประธาน และเขากำลังทำผลงานได้ดีเยี่ยม การที่คุณพยายามตรวจสอบโครงการของเขา มันทำให้พวกเราอดคิดไม่ได้ว่า คุณกำลังใช้อำนาจในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ไปในทางที่ไม่เหมาะสม" "ในทางที่ไม่เหมาะสม หรือในทางที่พวกคุณขวางไม่ได้คะ?" รินรดาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความนัยที่เจ็บแสบ "ความไว้ใจน่ะ มันเหมือนแก้วที่แตกไปแล้ว ต่อให้เอามาติดกาวใหม่ยังไง รอยร้าวมันก็ยังอยู่ ความสงสัยของพวกคุณในวันนี้ ไม่ได้เกิดจากศิลาทำตัวผิดปกติหรอกค่ะ แต่มันเกิดจาก 'ความกลัว' ว่าความลับในอดีตกำลังจะถูกขุดขึ้นมาต่างหาก" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่มาหยุดอยู่ด้านหลังศิลา เขาวางมือลงบนบ่าของเพื่อนรักที่กลายเป็นศัตรูอย่างสนิทสนม แต่นิ้วมือที่จิกแน่นนั้นบ่งบอกถึงเจตนาที่แท้จริง "ศิลา... นายลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าใครกันแน่ที่อยู่ข้างนายในวันที่นายสูญเสียทุกอย่าง" พยัคฆ์กระซิบข้างหู "แต่น่าเสียดายนะ ที่ความใจดีของฉันมันมีขีดจำกัด เมื่อนายเลือกที่จะไม่ไว้ใจฉัน ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเหลือที่ยืนให้นายอีกต่อไป" ศิลาเอียงหน้าเล็กน้อย สายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งจ้องมองไปยังเงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังพยัคฆ์ เขามองเห็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวของชายที่เคยเป็นเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตก่อน เขาผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ความกลัวที่เคยมีมันถูกเผาผลาญจนกลายเป็นความแค้นที่ฝังรากลึกเกินกว่าใครจะหยั่งถึง "ถ้าความไว้ใจมันไม่มีราคาพอ ผมก็จะซื้อคืนด้วยความพินาศของพวกคุณทุกคน" ศิลากล่าวเบาๆ ทว่าดังก้องในโสตประสาทของทุกคนในห้อง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของเลขาหน้าห้องก็ทำลายบรรยากาศตึงเครียดลง ประตูห้องประชุมถูกเปิดผางออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มรีบเดินเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก เขาขยับแว่นสายตาที่กำลังจะหลุดจากสันจมูกด้วยมือที่สั่นเทา "ขออภัยที่เสียมารยาทครับท่านพยัคฆ์... แต่เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" เลขาคนนั้นหันไปมองศิลาแวบหนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าลงข้างพยัคฆ์ "เอกสารลับที่เราเก็บไว้ในเซฟนิรภัยชั้นใต้ดิน... ถูกดึงออกไปแล้วครับ และระบบความปลอดภัยทั้งหมดถูกลบหายไปโดยไม่มีร่องรอย... ผู้บุกรุกทิ้งข้อความไว้ให้ท่านครับ" พยัคฆ์หุบยิ้มทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เขาคว้ากระดาษแผ่นเล็กจากมือเลขามาอ่าน ก่อนจะเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา ศิลายกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขาไม่ได้ทำ แต่เขารู้ดีว่าใครคือคนที่ทำ 'แผนซ้อนแผน' ของเขาเริ่มทำงานแล้ว แต่มันไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียวที่วางหมากนี้ "ข้อความว่ายังไงหรือคะ พยัคฆ์?" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวนที่แฝงความสะใจ พยัคฆ์ขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ เขาค่อยๆ หันมาหาศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไร ความเงียบในห้องก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาจากหน้าประตูอีกบานหนึ่ง ประตูไม้บานคู่เปิดออกช้าๆ ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งที่ทุกคนในห้องต่างรู้จักดี... เขาคือคนที่ควรจะนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตลอดกาล ชายคนนั้นคือ 'ประธานใหญ่' ที่ทุกคนคิดว่าไร้ซึ่งอำนาจตัดสินใจไปนานแล้ว... แต่ในวันนี้ ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความคมกริบและเลือดเย็นกว่าครั้งไหนๆ ที่พยัคฆ์เคยเห็นมา "พยัคฆ์... แกทำฉันผิดหวังมาก" ประธานใหญ่เอ่ยประโยคแรกด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องก้มหน้าลง "ในขณะที่แกมัวแต่เล่นเกมฆ่ากันเอง ฉันกลับพบว่า... ศิลาไม่ใช่คนเดียวที่ทรยศแก แต่ฉันเองต่างหาก ที่กำลังจะล้างบางพวกแกทุกคนให้สิ้นซากจากบริษัทนี้" ความลับที่ศิลาไม่เคยคาดคิดถูกเปิดเผยในพริบตาเดียว แผนการที่เขาเตรียมไว้ดูจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันที เมื่อชายที่เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดประกาศก้องว่าเขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง และเขากำลังจะกำจัดศิลาไปพร้อมกับพยัคฆ์ในรวดเดียว... ศิลาหันไปสบตารินรดา ทั้งคู่รู้ทันทีว่าการหวนคืนบัลลังก์ในครั้งนี้ ไม่ง่ายดายเหมือนที่วางแผนไว้อีกต่อไป ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความแค้นครั้งนี้ไปกับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%