เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กดัง *ปุ!* ลงบนโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้ม คือคำประกาศิตแรกที่บอกให้รู้ว่า ‘บรรณาธิการรตา’ คนนี้ไม่ได้มาเล่นๆ และพร้อมจะแปลงร่างเป็นแม่ทัพเผด็จการได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์บังคับ
“ยืนงงอะไรอยู่คะคุณนักเขียน เจ้าของห้องเขามีนโยบายต้อนรับแขกแบบนี้เหรอ หรือต้องให้ฉันปูพรมแดงจุดธูปเชิญถึงจะยอมขยับก้นมานั่งหน้าจอคอมพ์ดีคะ”
รตาเท้าสะเอว มองชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเกียจคร้าน สายตาของกรณ์พินิจพิเคราะห์เธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาระรื่นชวนหมั่นไส้ แถมยังส่งยิ้มมุมปากแบบที่เจ้าตัวชอบทำเวลากวนประสาทเธออีกต่างหาก
“ใจเย็นก่อนสิครับท่าน บก. ตัวจริงเสียงจริง... นี่ยังไม่สิบโมงเช้าเลยนะ หน้าตาสวยๆ จะยับย่อยยับเพราะความหัวร้อนซะก่อน” กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนโอ๊ย เขายื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟดริปอุ่นๆ ขึ้นจิบ ชายตามองหน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้หน้าโปรแกรมเขียนต้นฉบับ ซึ่งบรรทัดสุดท้ายยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เลขศูนย์เหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน
รตาถอนหายใจเฮือกใหญ่จนผมปอยข้างแก้วปลิวไสว เธอเดินดุ่มๆ ไปลากเก้าอี้อีกตัวมาประกบติดโต๊ะทำงานเขา ชนิดที่เรียกว่าลมหายใจแทบจะรดต้นคอกันได้อยู่แล้ว ก่อนจะวางสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกนิดหน่อยลงเสียงดัง *กริ๊ก*
“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยค่ะคุณกรณ์ สามวันมานี้ยอดส่งต้นฉบับของคุณคือศูนย์ กลมเกลี้ยงสวยงามราวกับไข่ห่าน และเพราะความอินดี้บ้าบอของคุณเนี่ยแหละค่ะที่ทำให้ฉันต้องหอบสังขารมานั่งคุมคุณถึงคอนโดฯ ส่วนตัวนี่ไง” รตาตวัดตามองค้อนวงโต “แล้วมองอะไรคะ หน้าฉันมีตัวหนังสือคำว่า *‘ปั่นต้นฉบับเดี๋ยวนี้’* เขียนติดอยู่หรือไง”
“เปล่าครับ... แค่คิดว่า บก. อุตส่าห์ลงทุนหอบกระเป๋ามาสถิตอยู่ที่ห้องผมแบบนี้ แสดงว่าแคร์ผมมากสินะ” กรณ์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับอย่างคนเหนือกว่า
รตาหน้าเห่อร้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรีบเบือนหน้าหนีไปมองวิวริมกระจกเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ บ้าจริง... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทสัมผัสของเธอเกินไปแล้ว แค่นั่งใกล้กันกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นชาเขียวอ่อนๆ ก็ชวนให้สติหลุดได้ง่ายๆ
“อย่ามาหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะ!” รตารีบหันกลับมาทำเสียงแข็ง กลบเกลื่อนอาการใจเต้นรัวด้วยการตบโต๊ะปังใหญ่ “ฟังให้ดีนะคะ นี่คือห้องทำงานชั่วคราวตามคำสั่งศาล เอ้ย! ตามคำสั่งสำนักพิมพ์ และเพื่อไม่ให้เราต้องเสียเวลาทะเลาะกันอย่างไร้สาระ ฉันได้ร่างกฎเหล็กขึ้นมา 3 ข้อ ที่คุณ... ในฐานะนักเขียนสายดองระดับตำนาน ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไม่มีข้อยกเว้น!”
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกสนุก เขายอมวางแก้วกาแฟลงแล้วประสานมือไว้ใต้คาง ท่าทางตั้งอกตั้งใจฟังเธอนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียไม่มี “เชิญครับ บก. ต๋า สุดโหด ว่ามาเลยครับ กฎเหล็กสามข้อที่ว่านี่มีบทลงโทษด้วยรึเปล่า ถ้ามี... ผมขอเลือกบทลงโทษเป็นอย่างอื่นได้ไหม”
“ไม่ต้องมานอกเรื่องค่ะคุณกรณ์ ฟังให้จบ!” รตากระแอมไอสองทีเพื่อปรับโหมดให้กลับมาจริงจัง นิ้วเรียวยกขึ้นมานับทีละข้อด้วยท่าทางขึงขัง
“ข้อที่หนึ่ง! **ห้ามกวน**... ในเวลาทำงานตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ห้ามส่งเสียงรบกวน ห้ามส่งสายตาแพรพราว ห้ามเล่นมุกแป้ก และห้ามชวนคุยเรื่องสัพเพเหระเด็ดขาด สมาธิของคุณต้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น เข้าใจไหมคะ”
กรณ์พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนมุมปาก “ข้อนี้ยากแฮะ... เพราะหน้าจอคอมพ์มันไม่เห็นจะน่ามองเท่าคนนั่งข้างๆ เลย”
“คุณกรณ์!” รตาหวีดร้องเบาๆ แยกเขี้ยวใส่ “นี่ฉันจริงจังอยู่นะคะ! ถ้ายังไม่เลิกหยอด ฉันจะตัดงบโปรโมตหนังสือคุณจริงๆ ด้วย!”
“โอเคๆ ยอมแล้วครับ เชิญข้อสองต่อได้เลยครับท่าน” กรณ์ยอมยกมือสองข้างขึ้นยอมจำนนอย่างรวดเร็ว แต่แววตาพราวระยับนั้นบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้กลัวคำขู่ของเธอเลยสักนิด
รตาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ แล้วชูนิ้วที่สองขึ้นมา “ข้อที่สอง! **ห้ามหนี**... ห้ามแอบอ้างว่าปวดท้อง ปวดหัว หรือปวดหนักปวดเบาเกินสิบนาที ห้ามแอบย่องไปซ่อนตัวใต้เตียง และห้ามปิดเครื่องหนีเด็ดขาด ฉันจะนั่งเฝ้าอยู่ตรงนี้ ขยับไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าตัวอักษรจะทะลุเป้าพันคำ!”
“โห... บก. โหดร้ายจัง ขนาดนักโทษเด็ดขาดเขายังมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจเลยนะ นี่กักบริเวณกันชัดๆ” กรณ์แกล้งทำเป็นตีหน้าเศร้า ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับโลกจะแตก
“ก็เพราะคุณไว้ใจไม่ได้ไงคะ! ประวัติศาสตร์มันฟ้องว่าทุกครั้งที่คุณบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ คุณมักจะหายลับไปกับสายลมและเกมออนไลน์เสมอ เพราะฉะนั้น ข้อนี้ไม่มีการต่อรอง!” รตาเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
“ตกลงครับ... กักบริเวณก็กักบริเวณ” กรณ์ทอดถอนหายใจปลงตก ก่อนจะเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอีกนิด “แล้วข้อสุดท้ายล่ะครับ... กฎเหล็กข้อที่สามคืออะไร ห้ามรักผมไรงี้หรือเปล่า”
คำถามทีเล่นทีจริงนั้นทำเอารตาชะงักกึก หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นตอนเอ่ยประโยคถัดไป
“ยะ... อย่ามาเพ้อเจ้อค่ะ! ใครจะไปรักคุณ ลงท้ายด้วยข้อสามก็คือ... **ห้ามส่งงานช้า!** ถ้าวันนี้คุณปั่นต้นฉบับไม่ถึงโควตาที่ตกลงกันไว้ คุณต้องเป็นคนเลี้ยงชาบูชุดใหญ่ พร้อมทั้งต้องเป็นคนล้างจานทั้งหมดในห้องนี้เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม!” รตาพยายามทำเสียงให้ดังและชัดเจนที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความว้าวุ่นในอก
กรณ์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำของหญิงสาวด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม แววตากวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงประกายความอ่อนโยนบางเบาที่ทำเอารตาหายใจไม่ทั่วท้อง บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตา กลิ่นอายความเป็นส่วนตัวในห้องทำงานของเขากำลังโอบล้อมเธอไว้จนดิ้นไม่หลุด
ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนรตาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่ข้างแก้วแผ่วเบา
“ถ้าผมทำตามกฎทั้งสามข้อครบ... และเขียนต้นฉบับเสร็จทันเวลาตามกำหนดล่ะครับ บก. ต๋า มีรางวัลอะไรให้ผมไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความออดอ้อนนิดๆ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงจนหัวใจเธอกระหน่ำเต้นโครมคราม
รตาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทัน เธออยากจะถอยหนีแต่ขายาวๆ ของเขากลับขยับมาขวางทางเก้าอี้เธอไว้หมดทางรอด มือเล็กกำแน่นบนตัก พยายามตั้งสติแล้วสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่คิดว่านิ่งที่สุด
“มะ... ไม่มีค่ะ! ทำงานส่งให้ทันนั่นแหละคือหน้าที่ของคุณ!”
“แน่ใจเหรอครับว่าจะไม่มีรางวัลจริงๆ...” กรณ์ยิ้มละมุน ดวงตาสีเข้มจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับบางอย่าง “งั้นผมขอเปลี่ยนเป็น... ถ้าผมทำได้ครบทุกข้อ บก. ต้องยอมไปเดตดินเนอร์ดูหนังกับผมสองต่อสองในฐานะ ‘ผู้หญิงของผม’ สักครั้ง... ดีลไหมครับ”
รตาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมดชั่วขณะ เธอลืมหายใจไปเลยเมื่อนิ้วเรียวของกรณ์ยื่นมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสอุ่นจัดที่ปลายนิ้วแตะโดนผิวแก้วทำเอาเธอสะท้านไปทั้งร่าง ความใกล้ชิดที่มากเกินไปนี้กำลังทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างของเธอกำลังพังทลายลงทีละน้อย
มือเรียวของรตารีบคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าจอแชตกลุ่มงานสำนักพิมพ์เพื่อทำทีเป็นพิมพ์งานกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งทะลุปรอท แต่เพราะความลนลานและสติที่กระเจิดกระเจิง เธอตั้งใจจะพิมพ์ข้อความไปรายงานความคืบหน้าให้ทีมงานอ่านในกลุ่มใหญ่ว่า *[ตอนนี้คุมตัวนักเขียนจอมดองได้แล้วค่ะทุกคน]* แต่ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันกดส่งเข้าห้องแชตส่วนตัวของกรณ์ที่ปักหมุดไว้ด้านบนสุดแทน!
พริบตาที่หน้าจอแสดงสถานะว่าข้อความถูกส่งออกไปแล้ว รตาก็แทบอยากจะเอาหัวมุดลงไปใต้โต๊ะ เมื่อตัวหนังสือสีเขียวเด่นหราปรากฏอยู่ตรงหน้า
*(รตา): "ตอนนี้เผลอใจไปรักนักเขียนจอมดองเข้าแล้วค่ะทุกคน ช่วยด้วย!"*
รตาหน้าซีดเผือด รีบรัวนิ้วกดปุ่มยกเลิกข้อความอย่างลนลานจนนิ้วพันกันไปหมด แต่ไม่ทันเสียแล้ว... เพราะเสียงแจ้งเตือน *‘ติ๊ง’* ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มพอดีเป๊ะ
กรณ์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง แวบแรกเขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะค่อยๆ เปล่งประกายความเจ้าเล่ห์แกมเอ็นดูออกมาเต็มเปี่ยม มุมปากหยักยกยิ้มกว้างจนแทบจะหุบไม่ได้
ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ท่ามกลางความเงียบงันที่หยุดลมหายใจของเธอไว้
“อ้าว... ไหนบอกว่าไม่มีรางวัลไงครับ บก. ต๋า... แล้วไอ้ข้อความสารภาพรักเมื่อกี้นี้ หมายความว่าผมได้สิทธิ์นั้นตั้งแต่ยังไม่เริ่มเขียนเลยใช่ไหมครับเนี่ย?”
- ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความนุบนิบนี้เสมือนเพื่อนสนิทนะคะ -
คุณบรรณาธิการปากแซ่บกับนักเขียนสายดอง•ตอนที่ 3
กฎเหล็ก 3 ข้อของการคุมตัว
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการปากแซ่บกับนักเขียนสายดอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!