กลิ่นคาวสนิมจางๆ ของผ้าใบที่ถูกกรีดกระชากด้วยของมีคม ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำยาล้างห้องของหอศิลป์แห่งนี้ จนแทบทำให้พิมพ์มาดาคลื่นไส้
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบจ้องมองรอยขาดวิ่นบนผืนผ้าใบชิ้นเอก มูลค่าหลายสิบล้านที่เธอรับผิดชอบดูแลด้วยชีวิต มันไม่ใช่แค่รอยกรีดธรรมดา แต่มันคือรอยแผลเหวอะหวะที่ถูกลากยาวจากมุมซ้ายบนทะลุดิ่งลงสู่มุมขวาล่างอย่างไร้ความปรานี งานศิลป์อันทรงคุณค่าถูกทำลายลงในพริบตา ราวกับอนาคตการทำงานของเธอที่กำลังพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา
"คุณพิมพ์มาดาคะ! กล้องวงจรปิด... กล้องวงจรปิดในโซนนี้ถูกพ่นสเปรย์ปิดทับตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ทีมรักษาความปลอดภัยกำลังเช็คจุดอื่นอยู่ แต่..."
เสียงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิทรรศการสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวภายใต้ถุงมือสีขาวยังคงสั่นเทาเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สติที่มักจะสุขุมและเยือกเย็นเสมอในทุกสถานการณ์ แต่ไม่ใช่กับสถานการณ์นี้—ความหายนะที่จงใจจัดฉากขึ้นเพื่อตบหน้าเธอโดยเฉพาะ
ตึง!
เสียงผลักประตูกระจกนิรภัยด้านนอกดังสนั่นจนสะเทือน ร่างเพรียวระหงในชุดสูทกางเกงสีดำสนิทก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยฝีเท้าที่หนักหน่วงและแววตาดุดันราวกับพายุหมุน รินรดาปรากฏกายขึ้นพร้อมกับแฟ้มผลงานในมือที่ถูกกำไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ดีไซเนอร์สาวไฟแรงกวาดสายตาคมกริบมองความเสียหายตรงหน้า ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ—เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันโดยไม่ตั้งใจ
"นี่เหรอคะ ผลงานการจัดการระดับมืออาชีพของคุณพิมพ์มาดา? ไหนคุณเคยประกาศนักหนาว่าระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ไร้ที่ติไงคะ?"
น้ำเสียงเยียบเย็นคมกริบราวกับใบมีดโกนพุ่งตรงมาปักอกคนฟัง พิมพ์มาดาหันขวับกลับไปมองคู่กรณี ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"รินรดา! นี่ไม่ใช่เวลามาประชดประชันนะคะ สถานการณ์ตอนนี้มันร้ายแรงมาก ผลงานการออกแบบจัดวางของคุณถูกทำลายไปครึ่งหนึ่ง..."
"แล้วมันความผิดฉันเหรอคะ?!" รินรดาย้อนกลับเสียงดังลั่น ก้าวประชิดตัวอีกฝ่ายจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาสีเข้มคู่นั้นวาววับด้วยเพลิงโทสะ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณยืนกรานจะเปลี่ยนตำแหน่งจัดวางในนาทีสุดท้าย โดยไม่ฟังคำท้วงติงของฉัน งานมันจะเปิดช่องให้คนฉวยโอกาสเข้ามาทำลายได้ง่ายๆ แบบนี้เหรอคะคุณภัณฑารักษ์คนเก่ง!"
"ฉันทำตามหน้าที่และคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่จัดแสดงค่ะ! ถ้าคุณใช้สมองคิดวิเคราะห์ให้มากกว่าการใช้อารมณ์ตัดสิน คุณก็น่าจะรู้ว่าจุดนั้นมัน..."
"พอค่ะ! ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวสวยหรูของคุณอีกแล้ว!" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ลึกๆ ในใจจะปวดแปลบกับความเสียหายตรงหน้าไม่แพ้กัน เพราะผลงานชิ้นนั้นก็หยาดเหงื่อแรงงานของเธอเหมือนกัน "ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เตรียมตัวรับผิดชอบต่อหน้าคณะกรรมการบริหารได้เลยนะคะ คุณพิมพ์มาดา"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบมีประกายไฟแลบแปล๊บออกมาจากอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีที่เคยระอุด้วยความเร่าร้อน บัดนี้กลับถูกแผดเผาด้วยความเกรี้ยวกราดและทิฐิที่ค้ำคอ
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างสูงสง่าของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังรินรดา
"อ้าว... ดูท่าทางฉันจะมาขัดจังหวะการสนทนาอันแสนออกรสของคุณสองคนสินะคะ?"
เสียงหวานเจี๊ยบที่เจือแววเยาะเย้ยนิดๆ ทำให้รินรดาและพิมพ์มาดาต้องชะงัก พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ผ่านกรอบแว่น ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนไม่พอใจ
ผู้หญิงในชุดเดรสผ้าไหมสีเขียวมรกตเข้ารูป รอยยิ้มพึงใจถูกประดับไว้บนใบหน้าสวยเฉี่ยวที่คุ้นตาเป็นอย่างดี—'มีนตรา' ภัณฑารักษ์สาวชื่อดังจากแกลเลอรีคู่แข่งระดับประเทศ และอดีตรุ่นพี่คนสนิทของพิมพ์มาดา ก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ ซากผ้าใบชิ้นนั้นด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับกำลังเดินชมงานศิลปะในวันพักผ่อน
"พี่มีน..." พิมพ์มาดาครางชื่อนั้นออกมาเบาๆ สัญชาตญาณบางอย่างเตือนภัยเธอยิกๆ "พี่มาทำอะไรที่นี่คะ?"
"พี่ก็แค่แวะเอาเอกสารสำคัญมาให้ท่านประธานน่ะค่ะ แต่บังเอิญ..." มีนตราปรายตามองรอยกรีดบนผ้าใบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันมาสบตากับรินรดาด้วยสายตาเป็นมิตรเกินเหตุ "อุ๊ย ตายจริง... ผลงานชิ้นเอกของดีไซเนอร์สาวดาวรุ่งอย่างคุณรินรดา น่าเสียดายจังเลยนะคะ เสียแรงที่ฉันเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความทุ่มเทของคุณแท้ๆ ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาพังไม่เป็นท่าเพราะ... ความผิดพลาดของคนใกล้ตัวแบบนี้"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที สายตาคมกวาดมองผู้หญิงมาใหม่หัวจรดเท้าด้วยความเคลือบแคลงใจ "คุณหมายความว่ายังไงคะ?"
"ก็หมายความว่า..." มีนตราก้าวเข้าไปใกล้ซากผลงานอีกนิด โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันทั่วห้อง "บางที... คนที่จงใจทำลายงานชิ้นนี้ อาจจะไม่ใช่คนนอกที่ไหนหรอกค่ะ แต่อาจจะเป็นคนใน... ที่อยากเห็นใครบางคนหลุดจากเก้าอี้ภัณฑารักษ์ เพื่อเปิดทางให้คนอื่นเสียบแทนก็ได้นะคะ"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็งก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที พิมพ์มาดาหน้าซีดเผือดลงถนัดตา หันขวับไปมองมีนตราด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนโกรธจัด ขณะที่รินรดาหันกลับมามองหน้าพิมพ์มาดาสลับกับมีนตราด้วยความสับสนระคนระแวง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความระסัยกำลังกัดกินหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงอีกร่างหนึ่งที่เดินเข้ามาสมทบ—ผู้ชายในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนริมฝีปากหยักลึก
"สวัสดีครับทุกท่าน... ดูเหมือนผมจะพลาดชมฉากดราม่าสนุกๆ ไปสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาคมกริบที่กวาดมองรินรดาและพิมพ์มาดาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "โดยเฉพาะ... เมื่อความจริงเบื้องหลังรอยแผลพวกนี้ กำลังจะถูกเปิดเผยโดยคนวงในจริงๆ เสียด้วยสิครับ"
รินรดาและพิมพ์มาดาต่างชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อประสาทสัมผัสทุกส่วนกรีดร้องเตือนภัยว่า... เกมนี้มันลึกซึ้งและอันตรายเกินกว่าที่พวกเธอคาดคิดไว้หลายร้อยเท่า!
---
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ สการ์เล็ตโรสสัญญาว่าความแซ่บและปมที่ซ่อนอยู่จะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นในตอนหน้าอย่างแน่นอนค่ะ!)*
องศาร้ายปะทะองศารัก: เดิมพันหัวใจยัยภัณฑารักษ์จอมเหวี่ยง•ตอนที่ 10
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาร้ายปะทะองศารัก: เดิมพันหัวใจยัยภัณฑารักษ์จอมเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!