องศาร้ายปะทะองศารัก: เดิมพันหัวใจยัยภัณฑารักษ์จอมเหวี่ยง•ตอนที่ 6

ความลับใต้เงาศิลปะ

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
“ถ้าคุณกรณ์ยังยืนทื่อเป็นหุ่นโชว์เสื้อผ้าแบรนด์เนมอยู่ตรงนั้น ฉันเกรงว่าโปรเจกต์ ‘Shadow of Art’ คงจะต้องพับฐานก่อนได้เปิดนิทรรศการจริงนะคะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของพิมพ์มาดาที่ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันระดับปวดยุคหิน ทำให้ร่างสูงของรองผู้อำนวยการหนุ่มที่กำลังยืนอ้าปากค้างดึงสติกลับมาได้ทันที กรณ์กะพริบตาปริบๆ กวาดสายตามองรินรดาราคาแพงที่ตอนนี้หน้าดำหน้าแดงสลับกันยิ่งกว่าไฟจราจร กับภัณฑารักษ์สาวคู่ปรับที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท ท่าทางของทั้งคู่เหมือนเพิ่งผ่านสงครามย่อยๆ มาหมาดๆ “อะแฮ่ม! คือ... ผมแค่มารายงานเรื่องกองบรรณาธิการนิตยสาร ‘Art & Soul’ ครับคุณพิมพ์มาดา” กรณ์รีบกระแอมไอแก้เก้อ พยายามทำเป็นมองไม่เห็นรอยยับยู่ยี่บนเสื้อสูทของรินรดา “พวกเขาโทรมาแจ้งด่วนที่สุดว่า ต้นฉบับและภาพดีไซน์ของเซ็ตล่าสุดไม่ผ่านเกณฑ์... บก. บอกว่ามันขาดจิตวิญญาณและความลุ่มลึกในแบบที่แกลเลอรีของเราต้องการ ถ้าแก้ไม่เสร็จภายในเที่ยงคืนนี้... คอลัมน์พิเศษฉบับหน้าปลิวแน่นอนครับ” เพล้ง! เหมือนมีค้อนยักษ์ตกลงกลางหัว รินรดาแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดีไซเนอร์สาวกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตากลมโตฉายแววเจ็บใจและคับแค้นใจอย่างปิดไม่มิด นั่นคือผลงานหยาดเหงื่อสามคืนสามวันที่เธอดั้นด้นร่างมันขึ้นมาด้วยความตั้งใจทั้งหมด แต่พวกเขากลับบอกว่า ‘ขาดจิตวิญญาณ’ อย่างนั้นหรือ? มันง่ายเกินไปไหมที่จะตัดสินงานศิลปะสักชิ้นด้วยปากกาหมึกซึมเล่มเดียวของคนที่ไม่เคยลงมือทำอะไรเองเลย “ส่งมาให้ฉันดูสิคะ” เสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดเอ่ยขึ้น พิมพ์มาดายื่นมือเรียวบางออกไปรับแท็บเล็ตจากมือของกรณ์โดยไม่รอให้รินรดาลุกขึ้นมาโวยวาย ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เก๋กวาดมองทุกรายละเอียดบนหน้าจออย่างรวดเร็วและพินิจพิเคราะห์ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพิมพ์มาดาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามไม่ใช่เพราะความโกรธเรื่องงานอย่างเดียว แต่ภาพสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเจือจางบนตัวพิมพ์มาดายังติดจมูกเธออยู่เลยให้ตายสิ! “งานของคุณมันแฟชั่นจ๋าเกินไปค่ะคุณรินรดา” พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นสบตา ดีไซเนอร์สาวเม้มปากแน่นเตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อนตามสไตล์ แต่พิมพ์มาดากลับชิงพูดตัดหน้าขึ้นเสียก่อน “แต่มันไม่ได้แปลว่ามันแย่... มันแค่ขาด ‘ความเชื่อมโยง’ ระหว่างตัวตนของดีไซเนอร์กับเรื่องราวเบื้องหลังชิ้นงาน บก. ของนิตยสารเล่มนั้นเป็นพวกอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ถ้าคุณไม่ขยี้ปมความเจ็บปวดหรือความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของภาพ คุณก็ไม่มีทางชนะใจเขาได้หรอกค่ะ” “แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะคุณภัณฑารักษ์ผู้แสนจะเพอร์เฟกต์! ในเมื่อเวลาเหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง จะให้ฉันรื้อทำใหม่ทั้งหมดตอนนี้เหรอคะ?” รินรดาแหวใส่ด้วยความหงุดหงิด ปลายจมูกรั้นรั้นเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่ในใจแอบยอมรับลึกๆ ว่าอีกฝ่ายพูดถูกทุกประการ “ใครบอกว่าจะให้รื้อใหม่คะ ฉันบอกว่าให้ ‘แก้’” พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาจนดีไซเนอร์สาวต้องผถะถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมกรุ่นนั้นโชยเข้าจมูกอีกครั้งจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ “ถอดเสื้อคลุมตัวนั้นออก... แล้วนั่งลงตรงนี้ เดี๋ยวฉันจะช่วยคุณขุดคุ้ย ‘ความลับ’ ที่ซ่อนอยู่ใต้เงาศิลปะชิ้นนี้เองค่ะ” กรณ์ที่ยืนเป็นส่วนเกินมานานรีบถอยกรูดออกไปจากห้องอย่างรู้จองทันตา ปิดประตูลงกลอนให้อย่างเสร็จสรรพ ทิ้งให้สองสาวจอมเฮี้ยวต้องเผชิญหน้ากันในพื้นที่ปิดทึบที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดั่งโกหก บรรยากาศในห้องทำงานเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการทำงานร่วมกันอย่างน่าประหลาดใจ พิมพ์มาดายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่รินรดานั่ง มือเรียวเอื้อมข้ามไหล่บางไปกดทัชสกรีนแท็บเล็ตเพื่อขยายรายละเอียดเส้นสายของภาพวาด ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนความร้อนจากผิวกายแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า “ตรงเส้นนี้... ลองตวัดให้มันคมขึ้นอีกนิดสคะ เหมือนกับแผลเป็นที่คุณพยายามซ่อนมันไว้ข้างใน” พิมพ์มาดากระซิบแผ่วเบaข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ รินรดารู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต มือที่ถือปากกาดิจิทัลสั่นระริกเล็กน้อยแต่ตวัดเส้นสายตามคำแนะนำอย่างแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ “คุณ... ทำไมถึงรู้ว่าฉันกำลังซ่อนอะไรอยู่คะ?” รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่วโดยไม่กล้าหันไปมองหน้า เพราะรู้ว่าถ้าหันไป... ปลายจมูกของพวกเธอคงจะชนกันอีกรอบแน่ๆ พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังทาบอยู่บนหลังมือของรินรดา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเส้นขนลุกเกรียว ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างไร้สาเหตุ “เพราะฉันมองคุณมานานพอที่จะรู้ว่า... ภายใต้เกราะป้องกันที่แสนจะพยศและปากร้ายของคุณ มันมีความเปราะบางซ่อนอยู่มากแค่ไหนล่ะค่ะ” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวยทำเอารินรดาหัวใจกระตุกวูบ สมองขาวโพลนไปหมด เธอหันขวับกลับมามองคนพูดในระยะประชิด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง พิมพ์มาดายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ แววตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความเย็นชาเหมือนทุกวันที่เคยเจอ มีเพียงประกายความอ่อนโยนบางอย่างที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้หญิงคนนี้ และในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปราะบางจนแทบจะละลาย... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายภวังค์ พร้อมกับเสียงแหลมสูงของพนักงานต้อนรับที่ตะโกนเข้ามาจากด้านนอกด้วยความตื่นตระหนก “คุณพิมพ์มาดาคะ! แย่แล้วค่ะ! บก. ของนิตยสาร ‘Art & Soul’ ตัวจริงเสียงจริงบุกมาถึงแกลเลอรีแล้วค่ะ! เขากำลังเดินตรงมาที่ห้องนี้เลยค่ะ!” รินรดาสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นยืน พิมพ์มาดาเองก็ถอยหลังกว้างหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ แท็บเล็ตในมือเกือบหล่นร่วงลงพื้น ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากันด้วยความตระหนกเมื่อตระหนักว่าเวลาหมดลงแล้ว และต้นฉบับที่เพิ่งแก้เสร็จไปเมื่อกี้ยังไม่ได้กดเซฟส่งเข้าระบบเลยด้วยซ้ำ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความแซ่บของยัยตัวร้ายคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาร้ายปะทะองศารัก: เดิมพันหัวใจยัยภัณฑารักษ์จอมเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%