ปลายนิ้วที่เกือบจะสัมผัสกันในความมืดถูกกระชากให้แยกออกจากกันอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อแสงนีออนสีขาวโพลนสาดส่องสว่างวาบจนแสบตา พร้อมกับเสียงลากถังน้ำและเสียงหัวเราะคุยกันจ๊อกแจ๊กของทีมแม่บ้านกะดึกที่ดังเลี้ยวเข้ามาใกล้หน้าห้องทำงานกระจกใสจนแทบจะทะลุเข้ามาในโสตประสาท
"อุ๊ย! ทำไมห้องนี้ยังเปิดไฟอยู่ล่ะคะคุณพี่ นึกว่าไม่มีคนแล้วนะเนี่ย"
เสียงพนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่ร่างของพิมพ์มาดาและรินรดาซึ่งยืนประชิดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวเมื่อครู่ ผละออกจากกันแทบไม่ทัน รินรดาแกล้งก้มลงหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นระริกโดยพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่พิมพ์มาดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าเรียบนิ่งสนิทที่มักจะคุมเกมได้เสมอ กลับมีริ้วสีแดงระเรื่อจางๆ แต้มอยู่บนพวงแก้มขาวเนียนอย่างปิดไม่มิด
"พอดี... ดิฉันกับคุณรินรดากำลังเคลียร์แบบแปลนงานนิทรรศการรอบสุดท้ายค่ะ เลยเพลินไปหน่อย" พิมพ์มาดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าจังหวะการหายใจกลับถี่กระชั้นกว่าปกติเล็กน้อยจนรินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้
"อ๋อค่ะ นึกว่าหนุ่มสาวที่ไหนมาสวีตกันซะอีก รบกวนเวลาทำงานดึกดื่นกันจริงๆ เลยนะคะ งั้นเดี๋ยวพวกพี่ขออนุญาตถูพื้นตรงนี้นะคะ ระวังเปียกด้วยค่ะ" ป้าแม่บ้านส่งยิ้มรู้ทันมาให้วับหนึ่ง ก่อนจะเข็นรถอุปกรณ์ทำความสะอาดผ่านหน้าห้องไปอย่างรู้หน้าที่
บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้กลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยืนกอดอกแล้วหันไปมองหน้าภัณฑารักษ์สาวจอมเนี้ยบที่ตอนนี้ยืนกุมมือตัวเองแน่นอยู่ข้างโต๊ะทำงาน
"เกือบไปแล้ว... ดีนะที่ป้าเขามาขัดจังหวะเสียก่อน ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณจะหาข้อแก้ตัวว่ายังไงที่เกือบจะเผลอใจให้คู่กัดตัวเองเข้าไปแล้ว" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะเยาะหยันเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก
พิมพ์มาดาหันขวับมามองทันที ดวงตาสองสีที่ปกติมักจะเย็นชาบัดนี้ฉายแวววับโรจน์ด้วยความถือดี เธอก้าวเข้ามาประชิดตัวดีไซเนอร์สาวไฟแรงอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัว ร่างระหงบีบเข้ามาในระยะประชิดจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ
"คิดเข้าข้างตัวเองเก่งเสียจริงนะคะคุณรินรดา คนอย่างพิมพ์มาดาไม่มีทางเผลอไผลไปกับคนปากร้ายไร้ระเบียบแบบคุณหรอกค่ะ ที่เมื่อกี้เรายืนใกล้กัน มันก็แค่อุบัติเหตุจากความมืดเท่านั้นแหละค่ะ" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเถียงด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ทว่าดวงตากลับไหวระริกฟ้องความไม่มั่นคงในใจ
"อุบัติเหตุเหรอคะ? งั้นไอ้เสียงหัวใจที่เต้นดังแข่งกับเสียงแอร์เมื่อกี้ คงเป็นเสียงแมวแถວนี้สินะคะคุณภัณฑารักษ์" รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะในเกมนี้ "ปากแข็งเก่งเสียจริงนะคะ ระวังเถอะค่ะ... ปากแข็งมากๆ เข้า สักวันมันจะกลายเป็นอย่างอื่นไปเสียก่อน"
พิมพ์มาดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองริมฝีปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหมั่นไส้ และ... หวั่นไหวอย่างน่าประหลาด เธออยากจะเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนเพื่อตอกกลับให้อีกฝ่ายหุบยิ้มแทบตาย แต่ทว่าระยะห่างที่ใกล้กันเพียงคืบ ทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวของรินรดากลับมغเนตความรู้สึกของเธอให้หลุดโฟกัสไปเสียหมด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นกะทันหัน จนทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัวและผละออกจากกันเป็นรอบที่สองในเวลาไม่ถึงสิบนาที รินรดาหันขวับไปมองยังบานประตูก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนแปลกใจ
ร่างสูงโปรดของ 'ภาคิน' สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ทรงอิทธิพลในวงการ และเป็นอดีตคู่หมั้นเก่าที่เพิ่งวนกลับมาพัวพันในชีวิตของรินรดากำลังยืนยันตัวตนอยู่หลังกระจกใส พร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี มือหนายกแก้วกาแฟสองแก้วขึ้นชูให้ดูเป็นเชิงสัญลักษณ์ก่อนจะผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต
"ริน...พี่ยังเห็นไฟห้องนี้สว่างอยู่ นึกว่าลืมปิด เลยแวะซื้อกาแฟมาฝาก... อ้าว คุณพิมพ์มาดา ยังอยู่ด้วยกันเหรอครับเนี่ย ดึกป่านนี้แล้ว" ภาคินกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความสงสัย ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับกำลังสแกนความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเงียบงัน
รินรดานิ่วหน้าลงทันที ความรู้สึกอึดอัดพรั่งพรูเข้ามาในอก เธอกลเกลียดสายตาที่ภาคินใช้มองเธอราวกับเธอยังเป็นผู้หญิงในอาณัติของเขา ยิ่งเมื่อหันไปมองพิมพ์มาดาที่ตอนนี้กลับคืนร่างเป็นภัณฑารักษ์ผู้เยือกเย็นและตั้งกำแพงสูงลิบลิ่วขึ้นมาทันที ยิ่งทำให้รินรด้ารู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะกรีดร้อง
"ค่ะ พอดีเรากำลังคุยงานกันยาว... ดึกมากแล้วค่ะคุณภาคิน ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรด่วนถึงได้ถ่อมาถึงนี่คะ?" รินรดาถามกลับด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง พยายามเดินออกห่างจากโต๊ะทำงานเพื่อเว้นระยะห่างจากทั้งสองคน
"พี่ผ่านมาแถวนี้พอดี เลยเป็นห่วงกลัวว่าเราจะหักโหมเกินไป... อีกอย่าง พิมพ์มาดาเองก็ดูจะทุ่มเทกับโปรเจกต์นี้ไม่แพ้กันเลยนะครับเนี่ย ถึงได้อยู่ดึกดื่นเป็นเพื่อนรินได้ขนาดนี้" ภาคินปรายตามองพิมพ์มาดาด้วยรอยยิ้มสุภาพตามมารยาทสังคม แต่แฝงความนัยบางอย่างที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
พิมพ์มาดายิ้มรับบางๆ อย่างเป็นทางการ รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เช่นเคย เธอก้มลงหยิบกระเป๋าถือหนังแท้ขึ้นมาสะพายไหล่ แล้วก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกระจกโดยไม่แม้แต่จะชายตามองรินรดาหรือภาคินอีก
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ งานส่วนที่เหลือพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันต่อค่ะคุณรินรดา ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะเดินผ่านหน้าภาคินออกไปจากห้องทันทีอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ร้อนรุ่มในอกอย่างบอกไม่ถูก
รินรดากำมือแน่น ยิ่งเห็นท่าทีเย่อหยิ่งและหมางเมินของพิมพ์มาดา ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดอย่างรุนแรง เธอไม่อาจปล่อยให้พิมพ์มาดาเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด!
"ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณค่ะภาคิน กลับไปเถอะค่ะ ฉันจะเคลียร์งานต่อ" รินรดาหันมาเอ่ยไล่เสียงแข็งใส่คนที่ยังยืนยิ้มกริ่มอยู่กลางห้อง
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้ามาใกล้รินรดาอีกสองก้าว สายตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ร่องรอยความหงุดหงิดฉายชัดเจน "รินดูร้อนรนจังนะครับ... หรือว่าพี่มาขัดจังหวะอะไรระหว่างเธอกับคุณภัณฑารักษ์คนนั้นเข้าล่ะ?"
รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง ทว่าเธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด "คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้กับฉันค่ะภาคิน ระหว่างฉันกับคุณมันจบไปนานแล้ว!"
"จบเหรอครับ?" ภาคินยิ้มมุมปาก ย่างสามขุมเข้าไปประชิดตัวรินรดาจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ
ก่อนที่ภาคินจะทันได้เอ่ยประโยคถัดไป ประตูกระจกที่ปิดสนิทเมื่อครู่ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างของพิมพ์มาดาที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาคู่สวยกลับวาวโรจน์ด้วยประกายเพลิงที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา!
"ขอโทษนะคะที่ต้องขัดจังหวะโมเมนต์ซาบซึ้ง... แต่พอดีฉันลืมเอกสารสำคัญชิ้นนี้ไว้บนโต๊ะของคุณค่ะ" พิมพ์มาดาชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นช้าๆ น้ำเสียงหวานกังสดาลแต่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "และหวังว่า... คุณรินรดาคงจะยังมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเองนะคะ ว่าคืนนี้ใครกันแน่... ที่มีสิทธิ์จะได้อยู่คุยงานกับเธอต่อ!"
สการ์เล็ตโรสขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตาม อ่านแล้วฟินแล้วจิกหมอนกันต่อในตอนหน้าได้เลยนะคะ!
องศาร้ายปะทะองศารัก: เดิมพันหัวใจยัยภัณฑารักษ์จอมเหวี่ยง•ตอนที่ 8
คืนที่งานเข้า
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาร้ายปะทะองศารัก: เดิมพันหัวใจยัยภัณฑารักษ์จอมเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!