นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง•ตอนที่ 12

ร่องรอยของการทำพิธี

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
เข็มสเตนเลสในมือของธามสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากเพดานห้องผ่าศพจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับบาดตา กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและกลิ่นฉุนเฉพาะตัวของเนื้อเยื่อที่เริ่มเน่าสลายลอยอบอวลอยู่ในอากาศหนาวจัด แต่สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของนายแพทย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิต กลับไม่ใช่รอยแผลฉีกขาดบนร่างไร้วิญญาณตรงหน้า หากแต่เป็นเส้นใยสีดำสนิทที่กำลังเลื้อยวนอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณลำคอของศพ ราวกับกลุ่มควันพิษที่ถูกกักขังไว้ด้วยอาคมโบราณ "คุณกำลังคิดเหมือนผมไหมครับ... คุณหมอธาม" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ รวิศก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะผ่าศพอย่างเงียบเชเชียบ ใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววครุ่นคิด ดวงตาคู่คมจดจ้องรอยประทับบนผิวหนังนั้นไม่ต่างจากแพทย์นิติเวช ทว่าสิ่งที่ทนายความหนุ่มมองเห็นผ่านเลนส์แว่นหาใช่เพียงรอยช้ำตามหลักพยาธิวิทยา แต่คือ "ยันต์สาปส่ง" ที่ถูกถักทอขึ้นด้วยพลังงานด้านลบอันเข้มข้น ธามวางเครื่องมือลงบนถาดสเตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็กท่ามกลางความเงียบ เขายกมือขึ้นถอดถุงมือยางออกช้าๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนขอบรอยแผลนั้นเบาๆ ความเย็นยะเยือกที่พุ่งทะลุผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่น "ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุหรือการฆาตกรรมทั่วไปแน่ครับ รวิศ" ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาหลังกรอบแว่นหันไปมองสหายร่วมทาง "รอยพวกนี้... มันมีการจัดเรียงตำแหน่งตามทิศทางของดาราศาสตร์โบราณ ระยะห่างระหว่างรอยแผลแต่ละจุดเท่ากันราวกับคำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยศาสตร์แห่งไสยเวท และที่สำคัญที่สุดคือ มันมี 'เจตจำนง' บางอย่างซ่อนอยู่" รวิศพยักหน้ารับช้าๆ เขายื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารคดีบนโต๊ะข้างเคียงขึ้นมาเปิดดู หน้ากระดาษเต็มไปด้วยบันทึกการสืบสวนและแผนที่ย่านการค้าเก่าแก่ใจกลางเมือง "ถูกต้องครับ" รวิศกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสุขุม เยือกเย็น "ผมเพิ่งไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่พบศพรายนี้มาเมื่อช่วงบ่าย พิกัดที่พบศพไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันสอดคล้องกับจุดตัดของเส้นพลังงานใต้ดินที่พวกหมอผีโบราณเรียกกันว่า 'ชีพจรมังกรพิการ' เมืองที่เราอาศัยอยู่นี้ไม่ได้สงบสุขอย่างที่ตาเห็นหรอกครับ เบื้องล่างของตึกสูงระฟ้าและถนนคอนกรีต มีเครือข่ายของการทำพิธีกรรมมืดซ่อนอยู่" บรรยากาศในห้องผ่าศพพลันอึมครึมลงถนัดตา แสงไฟนีออนกะพริบไหววูบหนึ่งราวกับกระแสไฟฟ้าขัดข้อง แต่ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าความผิดปกตินี้ไม่ได้มาจากระบบอาคาร ธามหันกลับมามองศพบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้เขาสังเกตเห็นว่ากลุ่มควันสีดำใต้ผิวหนังศพเริ่มขยายตัวและส่งเสียงขู่คำรามแผ่วเบาในโสตประสาท เป็นสัญญาณเตือนภัยจากสัมผัสพิเศษที่คอยกระตุ้นเตือนเขาเสมอว่า "พวกมัน" กำลังรับรู้ว่ากำลังถูกตรวจสอบ "คุณเจอเบาะแสอะไรเพิ่มเติมจากพื้นที่ในเมืองบ้างไหมครับ รวิศ" ธามถามขึ้น พร้อมกับหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมจดบันทึก สัญชาตญาณนักวิทยาศาสตร์ในตัวเรียกร้องหาข้อมูลเชิงประจักษ์ ขณะที่สัญชาตญาณนักสืบก็เริ่มเร่งเครื่องทำงานอย่างเต็มพิกัด รวิศวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เพื่อนสนิทด้วยแววตาที่ลึกล้ำขึ้น "ผมพบจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจมากครับ... โรงงานร้างริมแม่น้ำเก่าแก่ทางทิศตะวันออกของเมือง ที่นั่นไม่ใช่แค่สถานที่ทิ้งขยะอุตสาหกรรม แต่จากการตรวจสอบลวดลายอักขระที่ถูกสลักไว้ตามเสาปูน มันคือ 'แท่นบูชาเงา' ขนาดย่อมที่ใช้ในการดูดกลืนพลังชีวิตของผู้คนในเมืองเพื่อส่งต่อไปยังผู้บงการรายใหญ่ และศพที่คุณกำลังผ่าอยู่นี้... ก็เป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมพลังงานครับ" คำพูดของรวิศทำให้ธามนิ่งเงียบไปชั่วขณะ สมองของแพทย์นิติเวชประมวลผลข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความเป็นจริงอันดำมืดของไสยเวทได้อย่างรวดเร็ว หากสิ่งที่รวิศพูดเป็นความจริง นั่นหมายความว่าการฆาตกรรมต่อเนื่องที่พวกเขาพยายามไขปริศนาอยู่นี้ เป็นเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เบื้องหลังความเจริญรุ่งเรืองของมหานครแห่งนี้ มีการใช้ชีวิตมนุษย์เป็นเครื่องสังเวยให้กับพิธีกรรมต้องห้ามอย่างเป็นระบบ "ถ้าอย่างนั้น..." ธามเงยหน้าขึ้นสบตากรพินิจกับทนายความหนุ่ม แววตาของแพทย์หนุ่มฉายประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคม "เราคงต้องเดินทางไปที่โรงงานร้างแห่งนั้นด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ ก่อนที่พิธีกรรมรอบถัดไปจะเริ่มต้นขึ้น" รวิศยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความเข้าใจอันลึกซึ้งที่มีต่อเพื่อนร่วมทาง "ด้วยความยินดีครับ คุณหมอ... ผมเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว" ทว่า ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวขาออกจากห้องผ่าศพเพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของธามก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงเรียกเข้าที่ควรจะเป็นเสียงธรรมดากลับกลายเป็นเสียงกระซิบแหบพร่าคล้ายภาษาโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ธามชะงักฝีเท้า หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าเป็นหมายเลขแปลกประหลาดที่ประกอบด้วยเลขศูนย์เจ็ดตัวเรียงกัน รวิศขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้ามาใกล้ธามพร้อมกับเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "อย่าเพิ่งกดรับครับ... นั่นไม่ใช่สัญญาณโทรศัพท์ธรรมดา" ช้าไปเสียแล้ว เมื่อปลายนิ้วของธามเผลอแตะโดนปุ่มรับสายโดยสัญชาตญาณ หน้าจอโทรศัพท์มือถือพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุกจะดังลอดออกมาจากลำโพง โดยปราศจากการเชื่อมต่อของเครือข่ายใดๆ ทั้งสิ้น *"พวกแก... เดินเข้ามาในหลุมศพของฉันเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะ... ธาม และ รวิศ"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและก้าวข้ามเส้นแบ่งความเป็นความตายไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%