กลิ่นฟอร์มาลินจางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของคราบน้ำฝนที่ยังระเหยไม่หมดจากพื้นห้องผ่าศพ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับรอยกรีดรูปดอกบัวสัตตบงกชที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนทรวงอกของร่างไร้วิญญาณตรงหน้า
ธามวางมีดผ่าตัดสเตนเลสลงบนถาดโลหะ เสียงกระทบกันเบาๆ กังวลก้องอยู่ในความเงียบงั้นของห้องชันสูตร ร่างของเหยื่อรายใหม่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลส แต่สิ่งที่ทำให้แพทย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและวิทยาศาสตร์ถึงกับต้องขบกรามแน่น คือร่องรอยการฆาตกรรมที่ถอดแบบมาจากคลาสสิกเคสเมื่อสามเดือนก่อนราวกับแกะ
"มันไม่ใช่แค่การเลียนแบบธรรมดาหรอกครับหมอธาม"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รวิศก้าวเท้าพ้นเงาสลัวเข้ามาใกล้ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองรอยแผลบนร่างนั้นด้วยความพินิจพิเคราะห์ ทนายความหนุ่มผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ไสยเวทโบราณย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อสังเกตเส้นสายอักขระที่ถูกกรีดทับลงไปบนรอยแผลเก่า "รอยพวกนี้... ถูกทำขึ้นโดยคนที่รู้กลไกการปลดปล่อยพลังงานวิญญาณจากคดีแรกอย่างละเอียดถี่ถ้วน มันคือพิธีกรรมที่ตั้งใจส่งสัญญาณบางอย่าง"
ธามถอดถุงมือยางออกด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกจากสัมผัสพิเศษที่ปลายนิ้วยังคงหลงเหลืออยู่ มันคือความรู้สึกแสบร้อนที่เกิดจาก 'คำสาป' ชนิดเดียวกันกับที่เขาเคยเผชิญในคดีที่ทำให้เกือบเอาชีวิตไม่รอด
"ฆาตกรต้องการบอกอะไรเรา?" ธามเอ่ยถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะเริ่มประติดประต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน "คดีแรกถูกปิดลงอย่างไร้ร่องรอยในทางกฎหมาย แต่ในทางไสยเวท... มันคือการเปิดประตูที่ยังปิดไม่สนิทใช่ไหมรวิศ"
รวิศเงยหน้าขึ้นสบตาแพทย์นิติเวชผู้เป็นสหายร่วมรบ สีหน้าของทนายความหนุ่มเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ถูกต้องครับ รอยดอกบัวนี้ไม่ใช่แค่รอยแผล แต่มันคือ 'ตรายาง' ที่ประทับไว้เพื่อประกาศว่า เกมนี้ยังไม่จบ และเหยื่อรายนี้เป็นเพียงหมากตัวแรกในกระดานใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม"
บรรยากาศในห้องชันสูตรลดฮวบลงราวกับอุณหภูมิรอบตัวถูกดูดหายไป ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธามก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ มันเป็นเสียงแจ้งเตือนจากระบบฐานข้อมูลคดีพิเศษที่ถูกตั้งค่าไว้เฉพาะเคสเร่งด่วน
ธามเดินไปหยิบมันขึ้นมา หน้าจอแสดงภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดหน้าสถาบันนิติเวช ภาพของชายสวมฮู้ดสีดำคนหนึ่งกำลังยืนก้มหน้าอยู่ใต้เสาไฟ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองตรงมายังเลนส์กล้อง ดวงตาสองข้างถูกควักออกด้วยความคมกริบ แต่ริมฝีปากกลับฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู... ยิ้มแบบเดียวกับศพแรกไม่มีผิดเพี้ยน
รวิศพุ่งเข้ามาดูหน้าจอพร้อมกัน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมอธาม... มันไม่ได้แค่เลียนแบบ แต่มันกำลังท้าทายเราถึงหน้าบ้าน"
ยังไม่ทันที่ธามจะได้เอ่ยคำใดต่อ ไฟฟ้าทั่วทั้งอาคารนิติเวชก็ดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวเหลือเพียงแสงไฟสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ยังคงส่องสว่างอยู่ และในความเงียบสงัดนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าสายน้ำฝนดัง 'สวบ... สวบ...' ก็ค่อยๆ เคลื่อนใกล้เข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องชันสูตรที่ล็อกสนิท
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ราวกับแขกผู้มาเยือนกำลังรอคอยให้พวกเขาเปิดประตูต้อนรับการกลับมาของฝันร้ายที่คุ้นเคย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและก้าวข้ามเส้นแบ่งความเป็นความตายไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง•ตอนที่ 14
คดีที่สองที่คุ้นเคย
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชวิญญาณกับคดีที่ไม่มีวันปิดลง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!